ทองคำและเงินถูกเทขาย
ทองคำและเงินถูกเทขาย
2-2-2026
บรรดาผู้ที่มองลบต่างออกมาแสดงความเห็นอย่างสะใจ โดยระบุว่าทองคำและเงินได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ความผันผวนในสัปดาห์นี้สร้างความตึงเครียดไม่น้อย และเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับนักเทรดที่ถูกเหวี่ยงไปมาจากความผันผวนของราคา แต่เราจะประเมินสถานการณ์ที่แท้จริง
ทองคำและเงินเผชิญสัปดาห์ที่ผันผวนอย่างหนัก โดยราคาทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลอีกครั้ง ก่อนจะร่วงลงอย่างแรงในวันจันทร์ ตามมาด้วยการปรับตัวลงต่อเนื่องอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้และเช้าวันนี้ (วันศุกร์) ในการซื้อขายช่วงเช้าของยุโรป ราคาทองคำอยู่ที่ 5,060 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นสุทธิ 70 ดอลลาร์ในรอบสัปดาห์ หลังจากแตะจุดสูงสุดที่ 5,597 ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี
ขณะที่ราคาเงินมีความผันผวนมากกว่าตามคาด โดยลดลงสุทธิ 4.20 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 99.20 ดอลลาร์ หลังจากเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 121.50 ดอลลาร์ ปริมาณการซื้อขายทองคำในตลาด Comex อยู่ในระดับสูง ส่วนปริมาณการซื้อขายเงินลดลงตลอดทั้งสัปดาห์
กระแสความเห็นในสื่อกระแสหลักและโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาทองคำและเงินปรับขึ้นแรงเกินไป ได้แตะจุดสูงสุดแล้ว อยู่ในภาวะซื้อมากเกิน (overbought) อย่างรุนแรง และโดยนัยแล้วราคาน่าจะปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจลบล้างการปรับขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาไปเป็นจำนวนมาก
ต้องยอมรับว่าทรัพย์สินใดก็ตามที่ปรับขึ้นถึง 66% ภายในหนึ่งเดือนอย่างที่ราคาเงินทำได้ ย่อมต้องเผชิญกับความผันผวนรุนแรงทั้งขาขึ้นและขาลง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจ เหตุผล ที่ราคาปรับขึ้น เพื่อประเมินทิศทางในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
เราจะเริ่มจากทองคำ ในตลาดลอนดอนและ Comex เราสามารถสันนิษฐานได้ว่าธนาคารค้าทอง (bullion banks) ไม่ได้ถือครองทองคำจริงในปริมาณมากนัก แต่มีสถานะสมดุลหรือถือสถานะซื้อสุทธิผ่านอนุพันธ์ สมมติฐานนี้อิงจากผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของสมาชิกสมาคมตลาดทองคำลอนดอน (LBMA) ซึ่งในขณะนั้นโดยรวมมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาด
ดังนั้น เราจึงหันไปพิจารณาความสนใจของนักเก็งกำไรฝั่งซื้อ และเมื่อพิจารณาจากสถานะคงค้าง (open interest) ในตลาด Comex ของกลุ่มนักลงทุนประเภท managed money พบว่า สถานะดังกล่าวกลับ ลดลง ในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
เมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนกุมภาพันธ์หมดอายุในสัปดาห์นี้ สถานะสุทธิของกลุ่ม managed money (กองทุนเฮดจ์ฟันด์) จะลดลงไปอีกอย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่าตลาดทองคำไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยอุปสงค์เชิงเก็งกำไรจากสัญญาฟิวเจอร์สในตลาด Comex แต่อย่างใด
แท้จริงแล้ว นับตั้งแต่รายงาน COT (Commitment of Traders) ฉบับล่าสุด ปริมาณสัญญาคงค้าง (open interest) ในตลาดทองคำ Comex ลดลงเพิ่มเติมอีก 69,000 สัญญา ส่วนจำนวนเท่าใดที่เป็นของกลุ่ม managed money นั้น จะทราบได้ก็ต่อเมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลในคืนวันศุกร์หน้า แต่ที่แน่ชัดคือสถานะซื้อสุทธิของเฮดจ์ฟันด์ลดลงต่อไปอีก
ทั้งในสัญญาทองคำและเงิน การร่วงลงของราคาอย่างรุนแรงในวันจันทร์เกิดขึ้นก่อนวันหมดอายุของออปชันในวันอังคาร และการปรับตัวลงเมื่อวันที่29 มกราคมสอดคล้องกับวัน first position day ซึ่งเป็นวันที่นักลงทุนที่ไม่ต้องการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าจริง ต้องปิดสถานะหรือโรลล์สัญญา (roll over) ล่วงหน้าในวันก่อนหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการส่งมอบ
กระบวนการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสัญญาทองคำจำนวน 38,672 สัญญา และสัญญาเงิน 2,572 สัญญา ในคืนวันพุธ ซึ่งมักเป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ “เขย่าตลาด” เพื่อกำจัดนักลงทุนฝั่งขาขึ้นที่ไม่มั่นคง หรือบีบให้ยอมรับการขาดทุนเมื่อย้ายไปยังสัญญาที่มีการซื้อขายหลักถัดไป
ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าการร่วงลงอย่างรุนแรงในตลาด Comex เป็นเพียงปัจจัยทางเทคนิคเท่านั้น และเมื่อสัญญาเดือนกุมภาพันธ์ผ่านพ้นไป ราคาน่าจะฟื้นตัวในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตลาดเซี่ยงไฮ้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ดันราคาขึ้น เราจึงต้องพิจารณาความต้องการเชิงเก็งกำไรในตลาดฟิวเจอร์สเซี่ยงไฮ้ด้วย ซึ่งปัจจัยนี้มีอยู่จริง แต่ทางการจีนก็ได้เพิ่มอัตราหลักประกัน (margin requirements) อย่างรวดเร็วเพื่อสกัดการเก็งกำไร โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมราคาจึงปรับตัวลงในช่วงข้ามคืน
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าทองคำและเงินแท่งจริงกำลังขาดแคลน โดยมีการดึงเงินออกจากคลังของตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Gold Exchange) และมีรายงานว่าธนาคารต่าง ๆ เริ่มจำกัดการถอนทองคำแท่งจากบัญชีสะสมทองคำ
ความผันผวนรุนแรงของราคาทองคำและเงินเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ และถือว่าอันตรายอย่างยิ่งสำหรับนักเทรดมือสมัครเล่น ผู้ที่ถือครองทองคำและเงินจริงไม่ควรหวั่นไหวกับวันที่ราคาปรับลง และควรย้ำเตือนตนเองถึงเหตุผลที่ถือครองโลหะมีค่าเหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าปริมาณสินค้าจริงมีอยู่อย่างจำกัดอย่างมากเมื่อเทียบกับอุปสงค์ในตลาดที่มีความสำคัญอย่างแท้จริง ได้แก่ จีน อินเดีย และศูนย์กลางในเอเชียอื่น ๆ
ในเวลาเดียวกัน สัปดาห์นี้ยังตรงกับช่วงที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์แบบถ่วงน้ำหนักตามการค้า (trade-weighted dollar index) ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ ซึ่งยืนยันว่าทิศทางของดอลลาร์กำลังมุ่งหน้าลงอย่างมีนัยสำคัญ:
ตลาดหมีของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ เป็นผลดีต่อราคาทองคำที่กำหนดเป็นดอลลาร์เป็นสองเท่า ไม่เพียงแต่มูลค่าของเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงเท่านั้น แต่ยังอ่อนค่าลงเร็วกว่าเงินสกุลหลักอื่น ๆ อีกด้วย
โดย อลาสแดร์ แม็คลีออด
ที่มา https://www.goldmoney.com/research/gold-and-silver-sell-off-jan-2026