.
อิหร่านส่งสัญญาณยืดหยุ่น 'ดีลนิวเคลียร์?' เสนอเจือจางยูเรเนียมเข้มข้น เปิดทางพลังงาน–เหมือง–ซื้อเครื่องบิน แลกสหรัฐฯ ผ่อนคว่ำบาตร
16-2-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังเร่งผลักดันข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่กับสหรัฐอเมริกา โดยชูผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดรัฐบาลของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เพียงไม่กี่วันก่อนการเปิดเจรจารอบที่สอง ณ กรุงเจนีวา ท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
นายฮามิด กานบารี (Hamid Ghanbari) รองผู้อำนวยการฝ่ายทูตเศรษฐกิจ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยผ่านสำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ว่า ความยั่งยืนของข้อตกลงจะเกิดขึ้นได้ สหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้และรวดเร็ว โดยระบุว่า "ผลประโยชน์ร่วมกันในแหล่งน้ำมันและก๊าซ การลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ไปจนถึงการจัดซื้อฝูงบินพาณิชย์" คือหัวข้อสำคัญที่อิหร่านนำเสนอในการเจรจาครั้งนี้
ยุทธศาสตร์ "Maximum Pressure" และการเตรียมพร้อมทางทหาร
การเจรจาระดับสูงที่จะเกิดขึ้นในวันอังคารนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2026) จะมี นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) และ นายจาเรด คุชเนอร์ (Jared Kushner) เป็นตัวแทนฝ่ายสหรัฐฯ เข้าพบนายอับบาส อารักชี (Abbas Araqchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยมีโอมานทำหน้าที่เป็นตัวกลาง
อย่างไรก็ตาม นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวย้ำระหว่างการเยือนบราติสลาวาว่า แม้นายทรัมป์จะนิยมใช้การทูต แต่ก็ได้เตรียมพร้อมสำหรับทางเลือกอื่นหากการเจรจาล้มเหลว โดยล่าสุดสหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองคือ USS Gerald R. Ford เข้าสู่ภูมิภาคเพื่อกดดันอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ
ข้อเสนอประนีประนอมและการบีบวงจรน้ำมัน
นายมาจิด ทักต์-ราวันชี (Majid Takht-Ravanchi) รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน ส่งสัญญาณผ่าน BBC ว่าอิหร่านพร้อมแสดงความยืดหยุ่นด้วยการลดความเข้มข้นของยูเรเนียม (Dilute) หากสหรัฐฯ ยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการยอมรับนโยบาย "การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นศูนย์" (Zero Enrichment) ตามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการ
ในมิติเศรษฐกิจภูมิรัฐศาสตร์ มีรายงานว่านายทรัมป์และ นายเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ตกลงที่จะดำเนินการ "ขั้นเด็ดขาด" เพื่อลดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านไปยังจีน ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นกว่า 80% ของรายได้หลักของเทหะราน โดยสหรัฐฯ เตรียมใช้คำสั่งประธานาธิบดี (Executive Order) เพื่อประกาศกำแพงภาษีสูงถึง 25% ต่อประเทศที่ยังคงทำธุรกิจน้ำมันกับอิหร่าน
การเจรจาในเจนีวาสัปดาห์นี้จึงถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ว่าข้อเสนอ "วิน-วิน" ทางเศรษฐกิจของอิหร่านจะสามารถทลายกำแพงความไม่ไว้วางใจของรัฐบาลทรัมป์ได้หรือไม่ หรือโลกจะต้องเผชิญกับการเผชิญหน้าทางทหารรอบใหม่ในตะวันออกกลาง
---
IMCT NEWS
-----------------------
อิหร่านพร้อมพิจารณาประนีประนอมเพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ
16-2-2026
อิหร่านพร้อมพิจารณาประนีประนอมเพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ หากวอชิงตันยินดีหารือเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร นายมาจิด ทัคต์-ราวานชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์
ทัคต์-ราวานชีกล่าวว่า อิหร่านพร้อมหารือเกี่ยวกับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของตน เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แต่ย้ำว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่เชื่อมโยงกับเรื่องอื่น ๆ เช่น โครงการขีปนาวุธ
เขายืนยันว่า การเจรจานิวเคลียร์รอบที่สองจะมีขึ้นในวันอังคารที่นครเจนีวา หลังจากที่เตหะรานและวอชิงตันกลับมาเริ่มหารือกันอีกครั้งในโอมานเมื่อต้นเดือนนี้
“การหารือเบื้องต้นเป็นไปในทิศทางที่ค่อนข้างเป็นบวก แต่ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผล” เขากล่าวกับ BBC
แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ จะพบกับฝ่ายอิหร่านในเช้าวันอังคาร โดยมีผู้แทนจากโอมานทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยการติดต่อระหว่างสองฝ่าย
หัวหน้าองค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่านกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ประเทศอาจยอมเจือจางยูเรเนียมที่มีการเสริมสมรรถนะสูงที่สุด เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินทั้งหมด โดยทัคต์-ราวานชียกตัวอย่างดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์เพื่อแสดงถึงความยืดหยุ่นของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม นักการทูตอาวุโสผู้นี้ย้ำว่า เตหะรานจะไม่ยอมรับเงื่อนไข “เสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นศูนย์” ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุข้อตกลงเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่าการเสริมสมรรถนะภายในอิหร่านเป็นเส้นทางไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2015 หรือที่รู้จักในชื่อ Joint Comprehensive Plan of Action ซึ่งถือเป็นผลงานนโยบายต่างประเทศสำคัญของอดีตประธานาธิบดี Barack Obama
ข้อตกลงดังกล่าวผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เพื่อแลกกับการที่เตหะรานจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของตนให้อยู่ในระดับที่ไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้
IMCT News