จีนค้านข้อเสนอ สหรัฐฯ -EU ปฏิรูป WTO
จีนค้านข้อเสนอ สหรัฐฯ -EU ปฏิรูป WTO ชี้ 'การเลือกปฏิบัติทางการค้า' จะทำร้ายประเทศขนาดเล็ก
21-2-2026
SCMP รายงานว่า จีนย้ำจุดยืนปกป้องหลักการ ‘ชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง’ (MFN) ของ WTO หลังสหรัฐฯ-ยุโรปจ่อรื้อกฎเหล็กเพื่อความมั่นคง จีนประกาศจุดยืนปกป้องหลักการไม่เลือกปฏิบัติ (Non-discrimination principle) ขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization - WTO) หลังจากสหรัฐอเมริกา (US) และสหภาพยุโรป (EU) ได้เสนอแนวทางการปฏิรูปที่อาจส่งผลให้หลักการดังกล่าวอ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากฎเกณฑ์นี้มีแนวโน้มจะคงอยู่ต่อไปแม้ความขัดแย้งภายในระบบการค้าโลกจะหยั่งรากลึกขึ้น
รัฐบาลปักกิ่งเรียกร้องให้หลักการ “การประติบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง” (Most-favoured nation treatment - MFN) ยังคงเป็น “หินฐานราก” (Bedrock) ของ WTO ต่อไป ผ่านเอกสารแสดงจุดยืนฉบับใหม่ว่าด้วยการปฏิรูปองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งกฎดังกล่าวระบุว่าสิทธิประโยชน์ทางการค้าใดๆ ที่มอบให้กับประเทศหนึ่งจะต้องขยายขอบเขตไปยังประเทศสมาชิกอื่นๆ ทั้งหมดด้วย
เอกสารชุดนี้ถือเป็นเอกสารฉบับแรกในประเภทนี้ที่จีนยื่นต่อ WTO นับตั้งแต่มีการเริ่มทบทวนบทบาทองค์กรอย่างเป็นทางการในปี 2022 ตามการแถลงของกระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
เตือนภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจขนาดเล็ก
ในเอกสารระบุว่า การละเมิดกฎ MFN อย่างชัดเจนกำลัง “กัดเซาะรากฐานของระบบการค้าพหุภาคีที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์” พร้อมเตือนว่าพฤติกรรมดังกล่าวกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้โลกกลับไปสู่ระบบที่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศผู้มีอำนาจและผลักให้เขตเศรษฐกิจขนาดเล็กตกไปอยู่ชายขอบ
หลักการไม่เลือกปฏิบัตินี้ต้องเผชิญกับความกดดันอย่างหนัก นับตั้งแต่สหรัฐฯ ละเมิดกฎดังกล่าวด้วยการตั้งกำแพงภาษีในวงกว้างต่อคู่ค้าเกือบทั้งหมดเมื่อปีที่ผ่านมา โดยการออกโรงปกป้องของปักกิ่งในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากวอชิงตันและบรัสเซลส์ยื่นข้อเสนอให้มีการทบทวนกฎเกณฑ์นี้ใหม่
Liang Yan ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิลลาเมตต์ (Willamette University) ในสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า “จีนถือว่าหลักการ MFN เป็นหนทางในการรับประกันการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและป้องกันการเลือกปฏิบัติ แต่สหรัฐฯ และยุโรปกำลังท้าทายหลักการนี้ เพื่อจองพื้นที่ให้กับการตัดสินใจฝ่ายเดียว (Discretionary treatments) โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติและยุทธศาสตร์การลดความเสี่ยง (De-risking)”
ความขัดแย้งด้านจุดยืน: สิ้นสุดยุคสมัยของการค้าที่เป็นธรรม?
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ โต้แย้งว่ายุคสมัยของกฎ MFN ได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยอ้างถึง “ความไม่เต็มใจที่จะแสวงหาและรักษาการแข่งขันที่เน้นกลไกตลาดและเป็นธรรม” ของบางประเทศ รวมถึงการ “มุ่งแสวงหาการเกินดุลการค้าเรื้อรัง”
วอชิงตันระบุว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยอมรับความจำเป็นในการอนุญาตให้สมาชิกทุกรายสามารถบรรลุข้อตกลงที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ แม้ข้อตกลงนั้นอาจจะไม่ได้ขยายผลครอบคลุมไปยังสมาชิกทุกรายก็ตาม”
ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ใช้ท่าทีที่นุ่มนวลกว่าในเดือนมกราคม แต่ก็ได้กระตุ้นให้ WTO พิจารณาถึงบทบาทของหลักการนี้ในโลกปัจจุบัน โดยระบุว่าความไม่สมดุลทางการค้าได้สร้างสภาวะพึ่งพิงและจุดอ่อนที่อันตราย
ในปี 2025 จีนมียอดเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างความกังวลอย่างยิ่งแก่วอชิงตันและบรัสเซลส์ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการผลิตล้นเกิน (Industrial overcapacity) ของจีนมาอย่างยาวนาน ทั้งสองฝ่ายได้เพิ่มมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องภาคอุตสาหกรรมในประเทศ รวมถึงการตรวจสอบการอุดหนุนสินค้าจากจีน
มุมมองนักวิเคราะห์: ความมั่นคงที่มาพร้อมความไร้เสถียรภาพ
นักวิเคราะห์ระบุว่ายังเป็นเรื่องยากที่ WTO ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือประเด็นเหล่านี้ในการประชุมใหญ่เดือนมีนาคม จะทำการยกเลิกหลักการ MFN อย่างเป็นทางการ โดยอาจเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ และยุโรปจะเสนอให้มีข้อยกเว้น (Exceptions) เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการอุดหนุนและการถ่ายโอนเทคโนโลยี พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนโซ่อุปทานไปยังพันธมิตรทางการเมืองและเศรษฐกิจแทน
Alan Wolff นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน (Peterson Institute for International Economics) และอดีตรองผู้อำนวยการใหญ่ WTO เตือนในรายงานเมื่อวันอังคารว่า การยกเลิกกฎ MFN จะเป็นการเปิด “กล่องแพนโดรา” (Pandora’s box) ที่นำไปสู่ความไม่มั่นคงระดับโลก
เขามองว่าหลักการไม่เลือกปฏิบัติจะยังคงเป็นกฎทั่วไปสำหรับการค้าโลกส่วนใหญ่ แม้ว่าสหรัฐฯ และจีนจะยังคงตอบโต้กันด้วยภาษีศุลกากร และบางประเทศจะหันไปใช้ข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreements) เพื่อสร้างสิทธิประโยชน์ส่วนตัวมากขึ้นก็ตาม
“WTO ในอนาคตอาจอนุญาตให้มีการตอบโต้ทันทีต่อผู้ที่เลือกปฏิบัติต่อสินค้าของสมาชิกรายหนึ่งเพื่อไปเอื้อประโยชน์ให้กับสมาชิกอีกรายหนึ่ง” Wolff กล่าวทิ้งท้าย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/economy/global-economy/article/3344156/china-defends-wtos-most-favoured-nation-principle-after-us-eu-challenge-rule?module=top_story&pgtype=section