สหรัฐฯ กับภารกิจที่ยังไม่เสร็จในเอเชียกลาง
สหรัฐฯ กับภารกิจที่ยังไม่เสร็จในเอเชียกลาง กับฮับฐานยุทธศาสตร์ความมั่นคง คานอำนาจ รัสเซีย-จีน
26-2-2026
The National Interest newsletter รายงานเชิงวิเคราะห์ว่า สหรัฐอเมริกา (US) กำลังเผชิญโจทย์ยุทธศาสตร์ใหม่ในภูมิภาคเอเชียกลาง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า วอชิงตันจำเป็นต้องเลิกนโยบาย “เชิงสัญลักษณ์ชั่วคราว” และสร้างยุทธศาสตร์ที่ต่อเนื่องในมิติทางเศรษฐกิจ กฎหมาย และห่วงโซ่อุปทาน หากต้องการลดการพึ่งพากลยุทธ์จากจีน (China) และแข่งขันกับรัสเซีย (Russia) อย่างยั่งยืน
นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศชี้ว่า สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อภูมิภาคเอเชียกลาง จากเดิมที่เน้นการสร้างสัญลักษณ์ทางการเมืองเป็นระยะ (Episodic Symbolism) ไปสู่การสร้างระบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ กฎหมาย และห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน เพื่อลดการพึ่งพิงทางยุทธศาสตร์ต่อจีนและบริหารจัดการการแข่งขันในระยะยาวกับรัสเซีย
เอเชียกลาง: จุดยุทธศาสตร์ของระบบโลกใหม่
ภูมิภาคเอเชียกลาง โดยเฉพาะคาซัคสถาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เชิงสัญลักษณ์บนแผนที่ แต่คือ "ระบบ" ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิรัฐศาสตร์ในทศวรรษหน้า เนื่องจากเป็นจุดตัดเส้นทางบกสำคัญระหว่างยุโรปและเอเชีย และเป็นแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เช่น ยูเรเนียม ซึ่งปัจจุบันประเด็นเรื่องความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน (Supply-chain Resilience) ได้กลายเป็นประเด็นเดียวกับความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างแยกไม่ออก
ช่องว่างระหว่างนโยบายและการปฏิบัติ
แม้สหรัฐฯ จะมีการกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ภูมิภาค (C5+1) ที่เข้มข้นขึ้น แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีช่องว่างที่สำคัญ อาทิ การที่ยังไม่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดเคยเดินทางเยือนภูมิภาคนี้อย่างเป็นทางการขณะดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้ กรอบยุทธศาสตร์หลักที่วอชิงตันใช้ยังคงอ้างอิงเอกสารปี 2019–2025 ซึ่งสะท้อนถึงการขาดนโยบายที่ทันสมัยและต่อเนื่อง (Strategy Gap) ส่งผลให้ภูมิภาคเห็นเพียงการปฏิสัมพันธ์เป็นรายครั้ง มากกว่าจะเป็นหลักนิยมที่มั่นคง
การแข่งขันจากมหาอำนาจอื่น
ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของนโยบาย คู่แข่งสำคัญอย่างรัสเซียยังคงดำเนินทางการทูตระดับสูงและผลักดันความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับจีนที่ฝังตัวลึกผ่านช่องทางการเงินและการเข้าถึงตลาด ขณะที่สหภาพยุโรปได้ประกาศอัดฉีดงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านยูโรเพื่อพัฒนาเส้นทางขนส่งข้ามทะเลแคสเปียน ซึ่งธนาคารโลกคาดการณ์ว่าอาจช่วยเพิ่มปริมาณการค้าได้ถึงสามเท่าภายในปี 2030
ข้อเสนอแนะสู่ยุทธศาสตร์ที่ใช้งานได้จริง
นักวิเคราะห์มองว่า วอชิงตันควรยุติความสับสนระหว่าง "การให้ความสนใจเป็นระยะ" กับ "การสร้างระบบการทูตที่ถาวร" โดยมีหัวใจสำคัญ 3 ประการ:
การปรับปรุงกฎหมายและการค้า: เร่งรัดการถอดถอนข้อจำกัดทางกฎหมายที่ล้าสมัย (เช่น Jackson-Vanik) เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการค้าปกติ (PNTR) กับประเทศอย่างคาซัคสถาน
การสร้างห่วงโซ่คุณค่าร่วม: ไม่เพียงแต่ค้นหาเหมืองแร่ใหม่ แต่ต้องสร้างเครือข่ายมูลค่าเพิ่มที่รวมถึงการแปรรูป โลจิสติกส์ และการเงิน
การเคารพอธิปไตยเชิงทางเลือก: สนับสนุนให้ประเทศในเอเชียกลางมี "ทางเลือกเชิงอธิปไตย" (Sovereign Optionality) แทนการบีบบังคับให้เลือกข้าง ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลในภูมิภาคยอมรับได้มากกว่า
บทวิเคราะห์สรุปว่า หากวอชิงตันต้องการยุทธศาสตร์ยูเรเซียที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง การสร้างพันธมิตรที่สม่ำเสมอภายใต้กรอบกฎหมายที่ทันสมัยและโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานได้จริง คือเส้นทางเดียวที่จะสร้างพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์และลดแรงกดดันจากทั้งจีนและรัสเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://nationalinterest.org/blog/silk-road-rivalries/americas-unfinished-play-in-central-asia