.
NATO โชว์แสนยานุภาพ "ปฏิบัติการอาร์กติก" ส่งสัญญาณถึงทรัมป์และรัสเซีย
27-2-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า NATO กางธงรบในอาร์กติก: ปฏิบัติการ "Arctic Dolphin" กับภารกิจพิสูจน์คุณค่าต่อสหรัฐฯ และรับมือโล่เหล็กรัสเซีย ท่ามกลางอุณหภูมิที่ติดลบในทะเลนอร์เวย์ กองเรือพันธมิตร NATO ได้จัดการซ้อมรบครั้งใหญ่ประจำปี แต่เป้าหมายในปีนี้ไม่ใช่แค่การล่าเรือดำน้ำรัสเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้ "โดนัลด์ ทรัมป์" เห็นว่าพันธมิตรยุโรปยังคงเป็นกุญแจสำคัญต่อความมั่นคงของแผ่นดินแม่สหรัฐฯ
เบอร์เกน (Bergen), นอร์เวย์ – ทุกเดือนกุมภาพันธ์ พันธมิตร NATO จะมารวมตัวกันที่ชายฝั่งตะวันตกของนอร์เวย์เพื่อฝึกซ้อมการล่าเรือดำน้ำ แต่ในปีนี้ ปฏิบัติการ "Arctic Dolphin" มีนัยทางการเมืองที่เข้มข้นกว่าเดิม เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้หวนกลับมาตั้งคำถามถึงความจำเป็นของ NATO พร้อมกับรื้อฟื้นประเด็นที่สหรัฐฯ ต้องการเข้าควบคุม "กรีนแลนด์" (Greenland)
"หน้าด่านอาร์กติก" ความมั่นคงที่เชื่อมถึงแผ่นดินสหรัฐฯ
พลเรือจัตวา คีร์เร เฮาเกน (Kyrre Haugen) ผู้บัญชาการกองเรือนอร์เวย์ อธิบายว่าเป้าหมายของการซ้อมรบคือการหยุดยั้งภัยคุกคามก่อนที่มันจะหลุดเข้าสู่หัวใจของพื้นที่แอตแลนติก "นี่เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับความสัมพันธ์ยุโรป-แอตแลนติก และสำหรับความมั่นคงภายในบ้านของสหรัฐฯ (Homeland Security) ด้วย"
เหตุผลสำคัญคือ หากเรือดำน้ำรัสเซียที่บรรทุกขีปนาวุธข้ามทวีปสามารถเล็ดลอดผ่านประตูอาร์กติกเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติกได้ พวกเขาก็จะมีขีดความสามารถในการโจมตีแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ทันที
เกมไล่ล่าใต้ผืนน้ำแข็ง
ในการฝึกซ้อมครั้งนี้ มีบุคลากรราว 1,000 นายจากสเปน นอร์เวย์ โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี เข้าร่วมโดยใช้เรือฟริเกต เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินตรวจการณ์ P-8 เพื่อไล่ล่าเรือดำน้ำจำลอง 2 ลำ
ความท้าทาย: น้ำจืดที่เย็นจัดจากทางเหนือผสมกับน้ำเค็มที่อุ่นจากกระแสน้ำกัลฟ์สตรีม ทำให้เกิดชั้นน้ำที่เรือดำน้ำสามารถใช้ซ่อนตัวจากการตรวจจับโซนาร์ได้ดีเยี่ยม
อุปสรรคจากธรรมชาติ: เสียงการเคลื่อนที่ของน้ำแข็งยังช่วยกลบเสียงเครื่องยนต์ของเรือดำน้ำ ทำให้การล่าเป็นไปได้ยากขึ้น "นี่คือเหตุผลว่าทำไมเรือดำน้ำนิวเคลียร์ถึงชอบมาซ่อนตัวที่นี่" เฮาเกนกล่าว
การแข่งขันที่ดุเดือดกับรัสเซียและอิทธิพลของจีน
ในขณะที่ NATO กำลังพยายามฟื้นฟูขีดความสามารถในการรบใต้ดินที่เคยถูกละเลยไปในช่วงสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน แต่รัสเซียได้ก้าวไปไกลกว่า:
แสนยานุภาพรัสเซีย: มีเรือดำน้ำยุทธศาสตร์ติดอาวุธนิวเคลียร์ถึง 16 ลำ และมีฐานทัพในอาร์กติกมากกว่าสมาชิก NATO ทุกประเทศรวมกันถึง 3 เท่า
การเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่: น้ำแข็งที่ละลายจากสภาวะโลกร้อนทำให้เกิดเส้นทางเดินเรือใหม่ (Northern Sea Route) ซึ่งช่วยรัดคิวการเดินทางจากเอเชียไปยุโรปได้ครึ่งหนึ่ง และรัสเซียกำลังใช้เส้นทางนี้หลบเลี่ยงการคว่ำบาตรเพื่อส่งออกพลังงาน
ภัยคุกคามจากจีน: มีการตรวจพบเรือวิจัยของจีนในเขตอาร์กติกของสหรัฐฯ มากขึ้น โดย NATO ระบุว่าจีนกำลัง "รุกคืบสู่ทางเหนือ" โดยไม่เปิดเผยเจตนาที่ชัดเจน
ปมกรีนแลนด์และอนาคตของ NATO
แม้ในปัจจุบันผู้นำตะวันตกจะหันไปให้ความสำคัญกับการเจรจาสันติภาพในยูเครน แต่ประเด็น "กรีนแลนด์" ที่ทรัมป์เคยขู่จะเข้าครอบครองสิทธิสภาพนั้นยังไม่หายไปไหน เจ้าหน้าที่ใน NATO และ EU ตระหนักดีว่าเรื่องนี้เพียงแค่ถูก "พักไว้" ชั่วคราว
พลเรือตรี โจอาควิน รูอิซ เอสกาเกโด (Joaquín Ruiz Escagedo) ผู้บัญชาการกองเรือ NATO จากสเปน ยืนยันว่า "สหรัฐฯ ยุโรป และแคนาดา ต่างได้รับประโยชน์จากพันธมิตรนี้มาโดยตลอด ดังนั้นเราควรจะรักษาสิ่งที่เรามีไว้ต่อไป"
ปฏิบัติการ Arctic Sentry ซึ่งเป็นภารกิจเฝ้าระวังใหม่ของ NATO ในแถบอาร์กติก จึงเปรียบเสมือนคำตอบรับต่อเสียงเรียกร้องจากวอชิงตันที่ต้องการเห็นยุโรปรับผิดชอบความมั่นคงของตนเองมากขึ้น และเป็นบทพิสูจน์ว่า NATO ยังคงมีค่ามหาศาลต่อยุทธศาสตร์โลกของสหรัฐฯ ไม่ว่าใครจะอยู่ในทำเนียบขาวก็ตาม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/features/2026-02-25/nato-naval-forces-are-showing-trump-their-arctic-commitment?srnd=phx-politics