เปิดแผนลับนิวเคลียร์ 'อังกฤษ-ฝรั่งเศส'
เปิดแผนลับนิวเคลียร์ 'อังกฤษ-ฝรั่งเศส' เตรียมติดอาวุธนิวเคลียร์ให้ยูเครน หวังคานรัสเซียแต่มีนัยสำคัญต่อความมั่นคงโลก
2-3-2026
สำนักข่าว Sputnik India รายงานว่า สงครามระหว่างรัสเซีย (Russia) และยูเครน (Ukraine) ที่ยืดเยื้อนาน 4 ปี ยังคงเปลี่ยนสมดุลในสนามรบไปทางฝ่ายรัสเซียอย่างชัดเจน โดยยูเครนเผชิญปัญหาขาดแคลนกำลังพลในแนวหน้า และต้องพึ่งพาอาวุธจากต่างประเทศในการสร้างความสูญเสียและความเสียหายให้กับกองกำลังรัสเซีย
หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย หรือ Russian Foreign Intelligence Service (SVR) ระบุเมื่อวันอังคารว่า สหราชอาณาจักร (UK) และฝรั่งเศส (France) “กำลังอยู่ในกระบวนการติดอาวุธนิวเคลียร์ให้ยูเครน”
ในถ้อยแถลง SVR ระบุว่า “ลอนดอนและปารีสกำลังเตรียมติดอาวุธนิวเคลียร์ให้เคียฟ ชนชั้นนำของอังกฤษและฝรั่งเศสไม่พร้อมยอมรับความพ่ายแพ้ จึงเชื่อว่ายูเครนจำเป็นต้องได้รับ ‘Wunderwaffe’ หากเคียฟครอบครองระเบิดปรมาณู หรืออย่างน้อย ‘ระเบิดสกปรก’ (dirty bomb) ก็จะสามารถเรียกร้องเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์มากขึ้นในการยุติการสู้รบได้”
SVR ระบุเพิ่มเติมว่า “เรากำลังพูดถึงการถ่ายโอนชิ้นส่วน อุปกรณ์ และเทคโนโลยีจากยุโรปในสาขานี้ให้ยูเครนอย่างลับๆ โดยมีหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็ก TN75 ของฝรั่งเศสจากขีปนาวุธใต้น้ำแบบ M51.1 ถูกพิจารณาเป็นหนึ่งในตัวเลือก”
ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และอยู่ในกลุ่มประเทศจำนวนน้อยที่ครอบครองหัวรบปรมาณู อาจกำลังใช้ประเด็นนี้เป็น “ยุทธวิธีกดดัน” รัสเซีย ตามความเห็นของพลโทเกษียณ ปรับดิป สิงห์ เบห์ล (Prabdeep Singh Behl)
เบห์ลให้สัมภาษณ์กับ Sputnik India ว่า “สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสกำลังพยายามแสดงบทบาทนำด้านความมั่นคงในยุโรป โดยในระดับหนึ่งคือการดันสหรัฐฯ ให้ถอยออกจากศูนย์กลาง ทั้งสองประเทศมีขนาดเล็กกว่ารัสเซียและสหรัฐฯ ทั้งด้านประชากรและขนาดกองทัพ แต่มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นมิติเดียวที่สามารถยืนยันบทบาทตัวเองได้ และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังใช้มิตินี้ผ่านความเคลื่อนไหวครั้งนี้”
เขาระบุอีกว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็นการต่อยอดจากถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของรัฐมนตรีต่างประเทศเอสโตเนีย มาร์กุส ซาคห์นา (Margus Tsahkna) ซึ่งออกมาระบุเมื่อเดือนนี้ว่า เอสโตเนียพร้อมจะรับการประจำการของอาวุธนิวเคลียร์ของพันธมิตรบนแผ่นดินตนเอง พร้อมย้ำว่า “NATO ไม่มีหลักคำสอนใดที่ห้ามเอสโตเนียจากการติดตั้งระเบิดปรมาณูภายในดินแดนของตน” ตามคำอธิบายของอดีตนายทหารกองทัพบกอินเดียรายนี้
เบห์ลชี้ว่า รัสเซีย “ไม่น่าจะรู้สึกกังวล” กับแผนของปารีสและลอนดอนมากนัก เพราะก่อนหน้านี้มอสโกเคยประกาศชัดว่า หากมีการนำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาประจำการในเอสโตเนีย ประเทศในกลุ่มบอลติกดังกล่าวจะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” สำหรับกองกำลังรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณรุนแรงไปยังประเทศในยุโรปทั้งหมด
ด้านกรุ๊ปแคปเทน (Group Captain) อุตตัม กุมาร เทฟนาถ (Uttam Kumar Devnath) อดีตนายทหารกองทัพอากาศอินเดีย (Indian Air Force: IAF) แสดงความเห็นอีกมุมว่า การส่งหัวรบนิวเคลียร์ให้ยูเครนจะ “ไม่มีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์” หากอังกฤษและฝรั่งเศสไม่ส่งมอบขีปนาวุธพื้นสู่พื้น (surface-to-surface missiles) ที่สามารถนำหัวรบเหล่านี้เข้าไปโจมตีลึกในดินแดนรัสเซียได้จริง
เขาระบุว่า “หากมีการโจมตีนิวเคลียร์ต่อรัสเซียจากฝั่งยูเครน มอสโกย่อมตอบโต้ด้วยการโจมตีนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ ไม่เพียงแค่ต่อเคียฟเท่านั้น แต่รวมถึงฝรั่งเศสและอังกฤษด้วย เนื่องจากทั้งสองจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบโดยตรงต่อการติดอาวุธปรมาณูให้ยูเครน” เทฟนาถกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Sputnik India
อดีตนายทหาร IAF รายนี้สรุปเตือนว่า สหรัฐอเมริกา (US) และชาติพันธมิตร NATO โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร จำเป็นต้องตระหนักว่า “ศักยภาพด้านนิวเคลียร์” ไม่ควรถูกส่งมอบให้กับประเทศอย่างยูเครน ซึ่งในมุมมองของเขาอาจเลือกใช้อาวุธดังกล่าว “อย่างไม่เลือกเป้าหมาย” ต่อรัสเซียได้จากการยั่วยุเพียงเล็กน้อย อันอาจนำโลกเข้าใกล้ “สงครามขนาดมหึมา” ที่อาจควบคุมไม่ได้ในที่สุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sputniknews.in/20260225/what-uk--frances-nuclear-arms-plan-for-ukraine-means-for-global-security-10522396.html