.
โพล CGTN ชี้ทั่วโลกผวา! เกือบ 90% กังวลความเสี่ยงนิวเคลียร์พุ่งจากสงครามอิหร่าน
6-4-2026
CGTN รายงานว่า ผลสำรวจของ CGTN ระบุว่า เกือบ 90% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า ความเสี่ยงจากการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และความมั่นคงทางนิวเคลียร์ทั่วโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสถานการณ์การโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ (US) และอิสราเอล (Israel) ต่ออิหร่าน (Iran) ที่ยังคงยกระดับต่อเนื่อง และส่งผลให้โรงงานนิวเคลียร์หลายแห่ง รวมถึง Bushehr Nuclear Power Plant กลายเป็นเป้าหมายการโจมตีต่อเนื่อง จนทำให้เงาของสงครามนิวเคลียร์เริ่มปกคลุมประชาคมระหว่างประเทศ
ผลสำรวจที่จัดทำโดย CGTN ในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกพบว่า 89.2% ของผู้ตอบเห็นว่า ความเสี่ยงด้านการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนิวเคลียร์กำลังตกเป็นเป้าหมายการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเผชิญสถานการณ์อันตรายที่อาจล้ำเส้นแดงด้านความมั่นคงอย่างร้ายแรง ผลสำรวจระบุว่า 74.9% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์โดยแลกกับความปลอดภัยเป็นแนวทางที่ไม่ยั่งยืน ขณะที่ 92.6% ระบุว่า สิทธิของแต่ละประเทศในการกำหนดนโยบายและมาตรการด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่เหมาะสมที่สุดตามเงื่อนไขของตนเองควรได้รับการเคารพ และ 91.4% เห็นว่า ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ไม่มีพรมแดน การใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติเป็นความมุ่งหวังร่วมกันของมวลมนุษยชาติ และการรับประกันความปลอดภัยทางนิวเคลียร์เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกประเทศ
CGTN ระบุด้วยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ สนธิสัญญา New START ได้หมดอายุลง และสองประเทศผู้ลงนาม ได้แก่ สหรัฐฯ (US) และรัสเซีย (Russia) ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการขยายอายุสนธิสัญญาได้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่สองมหาอำนาจนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของโลกต้องเผชิญสถานการณ์ที่ขาดทั้งกลไกผูกพันและความโปร่งใสในด้านนี้
ผู้ตอบแบบสอบถามรวม 88.2% แสดงความกังวลว่า ความล้มเหลวของระบบคานอำนาจและการถ่วงดุลระหว่างมหาอำนาจในด้านต่างๆ เช่น การสื่อสารทางทหารและการควบคุมอาวุธ จะคุกคามเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ของโลกอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ 74.1% ของผู้ตอบยังเห็นว่า ประชาคมระหว่างประเทศควรยกระดับการกำกับดูแลและการคุ้มครองวัสดุนิวเคลียร์และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนิวเคลียร์ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยระบุว่าประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์มีความรับผิดชอบพิเศษและเป็นความรับผิดชอบลำดับแรก ที่ควรเป็นผู้นำในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ของโลก
จีน (China) ได้เสนอแนวคิดการสร้าง “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์” โดยย้ำว่า การเสริมสร้างระบบความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ระหว่างประเทศ ไม่เพียงเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์อย่างมีสุขภาวะเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลความมั่นคงโลก การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่ และการปรับปรุงระเบียบโลกให้ดีขึ้น
ในผลสำรวจครั้งเดียวกัน 84.2% ของผู้ตอบเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอของจีน โดยมองว่า มีเพียงการสร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่สงบและมีเสถียรภาพเท่านั้น จึงจะสามารถแก้ปัญหาการก่อการร้ายทางนิวเคลียร์และการแพร่ขยายนิวเคลียร์ได้อย่างถึงราก ขณะที่ 93% เห็นว่า สงครามไม่มีผู้ชนะ และทุกประเทศควรยึดหลักความรอบคอบ การคัดค้าน และการยุติสงคราม พร้อมรักษาระดับการเฝ้าระวังอย่างสูงต่อทุกการกระทำทางทหารและความเสี่ยงของสงครามที่อาจเกิดขึ้น ส่วนอีก 72.2% เรียกร้องให้ทุกประเทศสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ภายใต้การนำของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA) อย่างมั่นคง และร่วมกันผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์
ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มภาษาอังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส อาหรับ และรัสเซีย ของ CGTN โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน 12,768 คนร่วมลงคะแนนและแสดงความคิดเห็นภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://news.cgtn.com/news/2026-04-01/Poll-90-say-nuclear-proliferation-and-security-risks-are-surging-1LZz5tn3iSI/p.html