จีนใช้กฎหมายต้านคว่ำบาตร ตอบโต้สหรัฐฯ
จีนใช้กฎหมายต้านคว่ำบาตร ตอบโต้สหรัฐฯ แบนโรงกลั่นน้ำมันกรณีซื้อน้ำมันอิหร่าน
5-5-2026
สำนักข่าว CNA รายงานว่า รัฐบาลจีน (China) ได้ตัดสินใจยกระดับมาตรการตอบโต้ทางการค้าครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครององค์กรธุรกิจจากการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของต่างประเทศที่จีนเห็นว่าไม่ชอบธรรมเป็นครั้งแรก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการโต้กลับกรณีที่ประเทศสหรัฐฯ (US) ดำเนินการขึ้นบัญชีดำโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของจีน โดยอ้างเหตุผลเรื่องการทำธุรกรรมน้ำมันดิบกับประเทศอิหร่าน (Iran)
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกคำสั่งเชิงนโยบายอย่างเป็นทางการ โดยระบุให้บริษัทต่างๆ ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่บังคับใช้ต่อโรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่ง รวมถึงบริษัท Hengli Petrochemical ที่เพิ่งถูกระบุชื่อในบัญชีดำเมื่อเร็วๆ นี้ โดยปักกิ่งได้อ้างถึงสิทธิทางกฎหมายที่อนุญาตให้รัฐบาลสามารถใช้มาตรการตอบโต้ต่อหน่วยงานหรือนิติบุคคลใดก็ตามที่พยายามบังคับใช้กฎหมายคว่ำบาตรซึ่งจีนพิจารณาว่าเป็นการละเมิดบรรทัดฐานสากล
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรตะวันตกได้ออกมาตรการลงโทษบริษัทจีนหลายแห่งที่ยังคงทำธุรกรรมน้ำมันกับอิหร่านหรือประเทศรัสเซีย (Russia) ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งรุนแรงระหว่างสองมหาอำนาจ ขณะที่ทางบริษัท Hengli Petrochemical ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอิสระในจีนถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนอุปสงค์น้ำมันดิบจากอิหร่านในตลาดโลก
การตัดสินใจบังคับใช้กฎหมายต้านการคว่ำบาตรในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนยิ่ง เนื่องจากเหลือเวลาเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจีนพร้อมที่จะใช้อาวุธทางเศรษฐกิจและกฎหมายมาเป็นข้อต่อรอง แม้ว่าความสัมพันธ์ทางการค้าจะอยู่ในช่วงของการพักรบก็ตาม
ภายใต้กฎหมายซึ่งเริ่มประกาศใช้ในปี 2021 และผ่านการปรับปรุงล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จีนได้วางโครงสร้างมาตรการตอบโต้ที่ครอบคลุมถึงบุคคลและนิติบุคคล ตั้งแต่การจำกัดการค้าและการลงทุน ไปจนถึงการควบคุมการเดินทางเข้าและออกนอกเมืองอย่างเข้มงวด
บรรดานักวิเคราะห์ทางกฎหมายให้ความเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้คู่สัญญาที่ทำธุรกิจกับบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรต้องเผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างขอบเขตอำนาจศาล (Jurisdictions) เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะละเมิดกฎหมายภายในของจีนหากยอมปฏิบัติตามมาตรการของสหรัฐฯ หรือในทางกลับกันอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษจากฝั่งตะวันตกหากเพิกเฉยต่อคำสั่งคว่ำบาตร โดยเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา หน่วยงาน Trade Commissioner Service ของประเทศแคนาดา (Canada) ได้ออกหนังสือเตือนบริษัทสัญชาติตนเองที่ดำเนินงานในจีนให้ระมัดระวังแรงบีบอัดระหว่างกฎเกณฑ์ของสหรัฐฯ, สหภาพยุโรป (EU) และจีนที่มีความขัดแย้งกันในเชิงปฏิบัติ
หนังสือพิมพ์ People's Daily ซึ่งเป็นกระบอกเสียงหลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุในบทบรรณาธิการเมื่อวันอาทิตย์ว่า การดำเนินการครั้งนี้คือ “การใช้หลักนิติธรรมอันเข้มแข็งเพื่อตอบโต้การขยายขอบเขตอำนาจศาลเกินดินแดน (Long-arm jurisdiction) ของสหรัฐฯ อย่างตรงจุดและเด็ดขาด”
อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ยังคงเปิดช่องทางให้บริษัทต่างๆ สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับการยกเว้นได้เป็นรายกรณี โดยแหล่งข่าวจากบริษัทคู่สัญญาของ Hengli เปิดเผยว่า บริษัทที่มีเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ในต่างประเทศอาจจำเป็นต้องเสนอเหตุผลต่อหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเพื่อขอรับการคุ้มครองเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการดำเนินงานในระดับสากล
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.channelnewsasia.com/east-asia/china-anti-sanctions-law-us-blacklist-oil-refineries-6098486