เลขาฯ NATO ชี้ “ทรัมป์ผิดหวังยุโรป”
เลขาฯ NATO ชี้ “ทรัมป์ผิดหวังยุโรป” ไม่ยอมช่วยสงครามในอิหร่าน สหรัฐฯ ถอนทหาร 5,000 นายจากเยอรมนี
5-5-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า นายมาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ได้ออกมาเตือนบรรดาผู้นำยุโรปว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อท่าทีที่ลังเลของยุโรปในการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในประเทศอิหร่าน (Iran)
“ผู้นำยุโรปได้รับสารนี้แล้ว” นายรุตเตอกล่าวก่อนเริ่มการประชุมประชาคมการเมืองยุโรป (EPC) ณ กรุงเยเรวาน (Yerevan) ประเทศอาร์เมเนีย (Armenia) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “มีความผิดหวังเกิดขึ้นจากฝั่งสหรัฐฯ เมื่อพิจารณาถึงปฏิกิริยาของยุโรปต่อสงครามที่สหรัฐฯ กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน”
ความตึงเครียดนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ประกาศแผนถอนกำลังทหารประมาณ 5,000 นายออกจากประเทศเยอรมนี (Germany) ภายในปีหน้า หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหาว่าประเทศในยุโรปเพิกเฉยต่อคำร้องขอความช่วยเหลือในการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz) แห่งเยอรมนี ได้วิพากษ์วิจารณ์การจัดการสงครามของรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่าคณะทำงานของทรัมป์กำลังเผชิญกับ “ความอัปยศ”
อย่างไรก็ตาม นายรุตเตอได้ชี้ให้เห็นถึงความริเริ่มของประเทศฝรั่งเศส (France) และประเทศอังกฤษ (UK) ในการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับอุปทานน้ำมันโลกภายหลังจากสิ้นสุดการสู้รบ โดยระบุว่าพันธมิตรบางรายได้เริ่มเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้าสู่ภูมิภาคแล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐฯ จะเริ่มนำเรือที่เป็นกลางซึ่งติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) เดินทางออกจากช่องแคบตั้งแต่วันจันทร์นี้เป็นต้นไป
ทางด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) แห่งฝรั่งเศส กล่าวว่าการตัดสินใจเปิดเส้นทางเดินเรือนั้นเป็นเรื่อง “ดีมาก” และเป็นสิ่งที่พันธมิตรเรียกร้องมาโดยตลอด “แต่เราจะไม่เข้าร่วมในปฏิบัติการใดๆ ที่มีการใช้กำลังภายใต้กรอบการทำงานที่ยังไม่มีความชัดเจน” นายมาครงกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเยเรวาน ซึ่งเป็นการย้ำจุดยืนของหลายประเทศในยุโรป
การเสริมสร้าง ‘เสาหลักยุโรป’
การตัดสินใจถอนทหารของสหรัฐฯ สร้างความประหลาดใจและนำไปสู่คำถามมากมายจากพันธมิตร NATO ซึ่งแม้จะเตรียมใจรับการลดระดับกำลังพล แต่คาดหวังว่ากระบวนการจะเป็นไปอย่างมีการประสานงานและอยู่ในวงจำกัด
นางคาจา คัลลาส (Kaja Kallas) หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) ให้ความเห็นว่า “สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเราจำเป็นต้องเสริมสร้าง ‘เสาหลักยุโรป’ (European Pillar) ใน NATO ให้แข็งแกร่งขึ้น และต้องลงมือทำมากกว่านี้” พร้อมระบุว่าทหารสหรัฐฯ ในยุโรปไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปกป้องยุโรปเท่านั้น แต่ยังรับใช้ “ผลประโยชน์ของอเมริกา” ด้วยเช่นกัน
คำประกาศนี้ถือเป็นการยกระดับการวิพากษ์วิจารณ์ของทรัมป์ที่มีต่อพันธมิตรทางทหาร ซึ่งเขาเคยกล่าวหามาอย่างยาวนานว่าประเทศสมาชิกอื่นๆ “กินแรง” (Freeloading) จากการคุ้มครองของสหรัฐฯ แทนที่จะจ่ายงบประมาณด้านการป้องกันประเทศของตนเอง นอกจากนี้ เขายังเคยขู่ที่จะเข้ายึดครองเกาะกรีนแลนด์ (Greenland) จากประเทศเดนมาร์ก (Denmark) ซึ่งเป็นพันธมิตร NATO และตำหนิพันธมิตรที่ไม่ให้ความช่วยเหลือในศึกอิหร่านมากพอ
ในปัจจุบัน มีทหารสหรัฐฯ ประมาณ 35,000 นาย ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังพลสหรัฐฯ ทั้งหมดในยุโรป ประจำการอยู่ในเยอรมนี ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการอเมริกันประจำภูมิภาค สหรัฐฯ พึ่งพาเครือข่ายฐานทัพในเยอรมนีอย่างมากในการเปิดปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ความพยายามใดๆ ในการลดระดับกำลังพลในยุโรปมักจะเผชิญกับการคัดค้านจากรัฐสภาสหรัฐฯ (US Congress) ดังเช่นในปี 2020 ที่ความพยายามของทรัมป์ถูกขัดขวางโดยข้อกฎหมายที่กำหนดระดับกำลังพลขั้นต่ำไว้ที่ 76,000 นาย
ท่ามกลางความขัดแย้ง นายกรัฐมนตรีคริสเตน มิคาล (Kristen Michal) แห่งประเทศเอสโตเนีย (Estonia) พยายามลดความรุนแรงของรอยร้าวในครั้งนี้ โดยระบุว่าในระดับปฏิบัติการทางทหาร พันธมิตรยังคงทำงานได้ดี “โวหารทางการเมืองเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง แต่ผมไม่คิดว่า NATO จะใช้งานไม่ได้ หรือเป็นเพียง ‘เสือกระดาษ’ (Paper tiger)”
ความหวังในการคลี่คลายความสัมพันธ์อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ เมื่อนายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนประเทศอิตาลี (Italy) เพื่อพบกับนายอันโตนิโอ ทายานี (Antonio Tajani) รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี และอาจรวมถึงนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) ผู้ซึ่งเพิ่งถูกประธานาธิบดีทรัมป์ตำหนิโดยตรงจากการที่เธอประณามสงครามอิหร่านและการโจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 (Pope Leo XIV)
นอกจากนี้ การประชุม EPC ครั้งนี้ยังมีความสำคัญจากการเข้าร่วมของนายมาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) นายกรัฐมนตรีแคนาดา (Canada) และนายเซฟเดต ยิลมาซ (Cevdet Yilmaz) รองประธานาธิบดีตุรกี (Türkiye) ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของตุรกีที่เยือนอาร์เมเนียในรอบหลายปี เพื่อมุ่งเน้นการรื้อฟื้นความสัมพันธ์และเปิดพรมแดน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจ พลังงาน และการขนส่งที่เชื่อมโยงยุโรปกับเอเชียกลาง (Central Asia) ตามยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางการขนส่งของตุรกี
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-04/nato-chief-says-us-disappointed-in-europe-over-iran-response?srnd=phx-politics