รัฐบาลอินโดฯ เดินหน้ามาตรการการคลัง
รัฐบาลอินโดฯ เดินหน้ามาตรการการคลัง อัดงบ 3.2 พันล้านดอลลาร์ จ่ายโบนัสข้าราชการ–กระตุ้นดันเศรษฐกิจไตรมาส 2
6-5-2026
The Jakarta Globe รายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมบังคับใช้มาตรการทางการคลังชุดใหญ่เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งให้ต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 รวมถึงการเตรียมจ่ายเงินโบนัสประจำปีให้แก่ข้าราชการมูลค่ารวม 55 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมีกำหนดการเบิกจ่ายในเดือนมิถุนายนนี้
นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต (Airlangga Hartarto) รัฐมนตรีประสานงานด้านกิจการเศรษฐกิจ ระบุว่าเงินโบนัสนี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เงินเดือนเดือนที่ 13" มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนอำนาจซื้อของภาคครัวเรือนและเสริมสร้างอุปสงค์ภายในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น
“เราจะรักษาอำนาจซื้อของประชาชน โดยคาดว่าเงินเดือนเดือนที่ 13 สำหรับข้าราชการจะเริ่มเบิกจ่ายได้ในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง” นายแอร์ลังกา แถลงต่อสื่อมวลชน ณ สำนักงานในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (BPS) แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในไตรมาสแรกเติบโตถึงร้อยละ 5.61 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นการขยายตัวรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปี
นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในไตรมาสแรก และคาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญในเดือนต่อๆ ไป โดยในไตรมาสที่ 1 การใช้จ่ายของรัฐพุ่งแตะระดับ 815 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 4.67 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.4 จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นได้ทำให้ยอดขาดดุลงบประมาณขยายตัวเป็น 240.1 ล้านล้านรูเปียห์ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.93 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
“เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 หนึ่งในลำดับความสำคัญของเราคือการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตมาแล้วในไตรมาสแรกและจะดำเนินต่อไปในไตรมาสที่ 2” นายแอร์ลังกา กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่านโยบายการคลังจะยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาอำนาจซื้อ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก
นอกเหนือจากโบนัสข้าราชการแล้ว รัฐบาลยังมีแผนมอบเงินช่วยเหลือโดยตรง (Cash Assistance) มูลค่า 7.3 ล้านล้านรูเปียห์ ให้แก่ครัวเรือน 10 ล้านครัวเรือน และความช่วยเหลือด้านอาหารสำหรับ 52 ล้านครอบครัว ขณะเดียวกันเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้น อินโดนีเซียได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนด้านพลังงานสูงถึง 356.8 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 2.04 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อควบคุมค่าครองชีพ
การขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน
รัฐบาลยังมีแผนที่จะตักตวงผลประโยชน์จากฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงกลางปีเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการมอบส่วนลดค่าโดยสารการขนส่งในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอมและเทศกาลทางศาสนา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมมาตรการยกเว้นวีซ่า (Visa-free) ให้แก่นักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย (Australia), ญี่ปุ่น (Japan) และเกาหลีใต้ (South Korea) รวมถึงผู้พำนักถาวรในสิงคโปร์ (Singapore) เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ในด้านการลงทุน รัฐบาลมีแผนก่อสร้างที่พักอาศัยจำนวน 81,000 หลังในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายระยะยาวในการสร้างบ้าน 3 ล้านหลังสำหรับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย โดยในปี 2026 โครงการนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 350,000 หลัง ด้วยงบประมาณ 37.1 ล้านล้านรูเปียห์
นายแอร์ลังกา กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการผลิตจริง (Real Sector) รัฐบาลตั้งเป้าเบิกจ่ายสินเชื่อรายย่อยที่ได้รับการอุดหนุน (KUR) ให้ถึง 160 ล้านล้านรูเปียห์ภายในสิ้นไตรมาสที่ 2 เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
---
IMCT NEWS
ที่มาhttps://jakartaglobe.id/business/indonesia-plans-32b-civil-servant-bonus-in-june-to-sustain-q2-growth?utm_source=dlvr.it&utm_medium=facebook&fbclid=IwY2xjawRmx8JleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeR9uo0hB97jpZ4PLXheuLtHORvlMdIY13ek3S6W_EloWd5jv9QcYq2NOXCHU_aem_aLkhiG_LRrDc8yW0mCAkcw