รัสเซีย-จีนจับมือพัฒนา "เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก"
รัสเซีย-จีนจับมือพัฒนา "เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนัก" เจเนอเรชันใหม่ เพื่อยุทธศาสตร์พื้นที่สูง
19-5-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า รัสเซียและจีนกำลังเดินหน้าพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักยุคใหม่ร่วมกัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยให้จีนมีเฮลิคอปเตอร์รุ่นทันสมัยที่ออกแบบมาให้เหมาะกับความต้องการของตนเองอย่างแท้จริง
โครงการความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหพันธ์สาธารณรัฐรัสเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการร่วมกันวิจัยและพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ขนาดหนักเจเนอเรชันใหม่ (Next-generation heavy helicopter) กำลังขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการระดับหมุดหมายที่สำคัญนี้จะส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ขนาดหนักที่ทันสมัยและได้รับการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรมขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการใช้งานจริงของประเทศจีนได้อย่างตรงจุด
“มันจะกลายเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตะลึงในทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ซึ่งพัฒนาร่วมกันรุ่นใหม่นี้เข้าสู่ตลาดค้าอาวุธและอากาศยานโลก” วิกเตอร์ คลาโดฟ (Viktor Kladov) ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศของ Rostec กล่าวถ้อยแถลงยืนยันกับสำนักข่าว Sputnik
สำหรับรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญ เฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีขีดความสามารถในการบรรทุกสัมภาระ (payload) อยู่ที่ระหว่าง 14 ถึง 16 ตัน ซึ่งเป็นพิกัดขนาดบรรทุกที่อยู่ระหว่างกลาง โดยมีน้ำหนักมากกว่าเฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางทหารรุ่น Mi-171 ที่บรรทุกได้เพียง 10 ถึง 12 ตัน ทว่าจะมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น Mi-26 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันที่มีขีดความสามารถในการบรรทุกสูงสุดถึง 20 ตัน
ในมิติด้านการแบ่งส่วนงานพัฒนาอุตสาหกรรมความมั่นคง บริษัท Avicopter ของประเทศจีนจะเป็นผู้รับบทบาทนำในการออกแบบโครงสร้างหลัก (design) ขณะที่บริษัท Rostec ของรัสเซียจะรับหน้าที่หลักในการวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งยวด (critical components) ซึ่งรวมถึงชุดเกียร์ (gearbox) และระบบส่งกำลัง (transmission) ทั้งนี้ โครงการระดับยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติโดยหน่วยงานรัฐบาล (state audit) ในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังขับเคลื่อนเดินหน้าไปสู่ขั้นตอนการผลิตร่วมกัน (joint production) อย่างเต็มตัว
เฮลิคอปเตอร์ขนาดหนักรุ่นใหม่นี้ถือเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด (vital) สำหรับสนับสนุนการปฏิบัติงานทางยุทธวิธีในภูมิภาคทิเบต (Tibet) ตลอดจนพื้นที่ภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูงและมีสภาพอากาศเบาบางอื่น ๆ (high-altitude regions) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองทัพจีนมีความต้องการเร่งด่วนในการเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านการลำเลียงและการขนส่งทางอากาศขนาดหนักที่มีประสิทธิภาพสูง
ทางด้าน นายคลาโดฟ (Kladov) ได้เน้นย้ำปิดท้ายเป็นพิเศษว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีหรือการประสานงานทั่วไป แต่เป็นความร่วมมือในลักษณะการพัฒนาร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบ (full joint development) ตลอดจนการวางแผนร่วมมือผลิตร่วมกันในอนาคตเพื่อส่งมอบอากาศยานที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมหาศาลในเวทีสากลสืบไป
---
IMCT NEWS