.
รัฐสภาสหรัฐฯ เดินหน้าข้อเสนอเพิ่มการบูรณาการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล
1-6-2026
บทบัญญัติในร่างกฎหมายกลาโหมปี 2027 ของสหรัฐฯ อาจทำให้อุตสาหกรรมอาวุธและเทคโนโลยีทางทหารของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นกว่าที่เคย บทบัญญัติฉบับหนึ่งในร่างกฎหมายที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาสหรัฐฯ อาจทำให้ความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐ และ อิสราเอลใกล้ชิดยิ่งขึ้นอย่างมาก โดยครอบคลุมถึงการวิจัย การผลิตอาวุธ และการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศร่วมกัน
ข้อเสนอดังกล่าวมีชื่อว่า United States-Israel Defense Technology Cooperation Initiative และปรากฏอยู่ในมาตรา 224 ของร่างกฎหมาย National Defense Authorization Act (NDAA) ปีงบประมาณ 2027 ฉบับของคณะกรรมาธิการกิจการทหารแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
NDAA คืออะไร?
National Defense Authorization Act หรือ NDAA เป็นกฎหมายที่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านทุกปี เพื่อกำหนดนโยบายด้านกลาโหม อนุมัติโครงการทางทหาร และกำหนดกรอบการใช้จ่ายด้านความมั่นคง
ข้อเสนอนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้
หากผ่าน จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสองประเทศอย่างไร?
หากบทบัญญัติดังกล่าวได้รับการอนุมัติ อาจถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล
ที่ผ่านมา ความร่วมมือส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นการสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐฯ ต่ออิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือทางการเงิน อาวุธ หรือระบบป้องกันภัยทางอากาศ
แต่ข้อเสนอใหม่นี้จะขยับไปสู่รูปแบบที่ลึกซึ้งกว่าเดิม โดยทำให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของทั้งสองฝ่ายเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งในด้าน
การวิจัยและพัฒนาร่วม (R&D)
การผลิตอาวุธร่วมกัน
การแบ่งปันเทคโนโลยีทางทหาร
การเชื่อมต่อระบบอาวุธและข้อมูลทางทหาร
แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานกลาง
มาตรา 224 กำหนดให้รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในฐานะ “Executive Agent” หรือผู้แทนบริหารกลาง
หน้าที่ของบุคคลนี้คือการประสานและกำกับดูแลความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในทุกมิติ
รวมถึงการดำเนินงานเกี่ยวกับ
โครงการพัฒนาเทคโนโลยีร่วม
การผลิตอาวุธร่วม
การบูรณาการระบบทางทหาร
การแลกเปลี่ยนข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง
เสียงวิจารณ์: อาจทำให้ความสัมพันธ์ “ถอนออกไม่ได้” อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวได้รับเสียงวิจารณ์จากบางฝ่าย
Josh Paul อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และผู้ก่อตั้งกลุ่มรณรงค์ A New Policy กล่าวว่า
“สิ่งที่รัฐสภากำลังพยายามทำคือหาวิธีฝังรากความสัมพันธ์นี้ให้ลึกเข้าไปในฐานอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของอเมริกา จนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะถอนมันออกในอนาคต”
เขายังแสดงความกังวลผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันศุกร์ โดยระบุว่า “กฎหมายฉบับใหม่นี้จะเปิดทางให้อิสราเอลเข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่างไม่เคยมีมาก่อน และจะบังคับให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องบูรณาการเทคโนโลยีทางทหารของอิสราเอลเข้ากับห่วงโซ่อุปทานทางทหารที่สำคัญของตนเอง”
เขาเตือนว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้อิสราเอลมีอิทธิพลต่อการกำหนดลำดับความสำคัญด้านกลาโหมของสหรัฐฯ มากขึ้นในอนาคต
สรุป
หากมาตรา 224 ของร่าง NDAA 2027 ผ่านความเห็นชอบ:ความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลจะก้าวจากความสัมพันธ์แบบ “ผู้สนับสนุน–ผู้รับการสนับสนุน” ไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
จะมีการวิจัย พัฒนา และผลิตอาวุธร่วมกันมากขึ้น
ระบบเทคโนโลยีและข้อมูลทางทหารของทั้งสองประเทศอาจถูกเชื่อมโยงเข้าหากัน
ฝ่ายสนับสนุนมองว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและนวัตกรรมทางทหาร
ฝ่ายคัดค้านกังวลว่าอาจทำให้อิสราเอลมีอิทธิพลต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ มากเกินไป
ปัจจุบัน ข้อเสนอนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภาสหรัฐฯ และยังไม่ได้กลายเป็นกฎหมาย.
ที่มา Al Jazeera