เยอรมนีเร่งยุโรปเสริมทัพปรับเพิ่มงบกลาโหม 3.5%
เยอรมนีเร่งยุโรปเสริมทัพปรับเพิ่มงบกลาโหม 3.5% ผบ.ทบ.เยอรมันชี้สหรัฐฯ ยังจำเป็นต่อยุโรป รอ“ความชัดเจน–โรดแมป”
1-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า พลเอกคาร์สเตน บรอยเออร์ (Carsten Breuer) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศเยอรมนี (Germany) เปิดเผยในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ทีวี (Bloomberg TV) นอกรอบการประชุมความมั่นคง แชงกรี-ลา ไดอะล็อก (Shangri-La Dialogue) ว่า ยุโรป (Europe) กำลังเร่งดำเนินการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นใหม่ ทว่ายังคงต้องการเวลาและความชัดเจนจากประเทศสหรัฐฯ (US) ในการดำเนินกระบวนการดังกล่าว
เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อท่าทีโจมตีภูมิภาคยุโรปของนายพีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ภายในงาน พลเอกบรอยเออร์ (Carsten Breuer) ระบุว่า ตนไม่ได้ตื่นตระหนกต่อท่าทีดังกล่าวเนื่องจากเยอรมนีได้เริ่มยกระดับงบประมาณด้านกลาโหมอย่างมหาศาล พร้อมทั้งมีข้อผูกพันที่จะบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ที่ระดับ 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ให้ได้ภายในปี 2029 ซึ่งเร็วกว่ากรอบเวลาที่เคยตกลงกันไว้ถึง 6 ปี
อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ยุโรปดูแลความมั่นคงของตนเองนั้น ได้ทิ้งปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกไว้ให้กับประเทศบนแผ่นดินใหญ่ โดยเขากล่าวว่า "พวกเราทุกคนต่างเข้าใจดีว่าเราต้องดูแลความมั่นคงของเราด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบให้มากขึ้น แต่เราไม่สามารถสร้างขีดความสามารถที่จำเป็นได้รวดเร็วขนาดนั้น"
พลเอกบรอยเออร์ (Carsten Breuer) กล่าวเสริมว่า สหรัฐฯ ยังคงมีข้อผูกพันในการปกป้องยุโรป โดยไม่สำคัญว่ากองกำลังที่จำเป็นของสหรัฐฯ จะถูกจัดวางตำแหน่งล่วงหน้าในยุโรปหรือเดินทางมาจากโพ้นทะเล "หากพวกเขาจะถอนขีดความสามารถออกไป เราก็ต้องบรรเทาผลกระทบจากขีดความสามารถเหล่านั้น ดังนั้น มันจึงต้องมีความชัดเจน โปร่งใส และต้องมีโรดแมป (roadmap) ที่ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าเราต้องดำเนินการภายในช่วงเวลาใด"
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับยุโรป ด้วยการประกาศถอนกำลังทหารออกจากเยอรมนีอย่างกะทันหันและขัดแย้งกันเอง อันเนื่องมาจากความไม่พอใจของผู้นำสหรัฐฯ ที่มีต่อโอลาฟ ชอลซ์ หรือนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz) นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้แจ้งต่อชาติพันธมิตรว่าจะลดการจัดสรรทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ให้แก่ยุโรปในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์หรือสงคราม
สำหรับจีน (China) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจหลักในการประชุม แชงกรี-ลา ไดอะล็อก (Shangri-La Dialogue) กลับมีการส่งตัวแทนเข้าร่วมในระดับที่จำกัด เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ซึ่งพลเอกบรอยเออร์ (Carsten Breuer) ประเมินว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลัง "พลาดโอกาส" ในการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มประเทศในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ การส่งคณะผู้แทนระดับต่ำของจีนส่งผลให้พื้นที่กึ่งกลางของเวทีตกเป็นของนายพีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) โดยปริยาย
ทว่าในสุนทรพจน์ที่เป็นที่จับตามองอย่างมาก นายพีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) กลับไม่ได้กล่าวถึงเกาะไต้หวัน (Taiwan) ซึ่งเป็นจุดตึงเครียดหลักระหว่างสองมหาอำนาจในภูมิภาค และไม่ได้กล่าวถึงสงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อกลุ่มประเทศในเอเชียที่กระหายพลังงาน
ทั้งนี้ สำหรับพลเอกบรอยเออร์ (Carsten Breuer) แล้ว ผลประโยชน์ของยุโรปในภูมิภาคนี้มี "มากกว่า" แค่ประเด็นเรื่องจีน "พวกเรามาที่นี่เพื่อนำเสนอมิติด้านความมั่นคงในภูมิภาคยุโรป และเรากำลังพูดถึงประเทศยูเครน (Ukraine) ด้วยเช่นกัน ซึ่งความเชื่อมโยงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา" เนื่องจากในขณะที่ความสนใจของสหรัฐฯ ได้หันเหไปสู่กรณีของอิหร่าน ส่งผลให้การเจรจาระหว่างกรุงวอชิงตัน (Washington) มอสโก (Moscow) และคีฟ (Kyiv) ต้องหยุดชะงักลงจนเกือบเป็นศูนย์ในเวลานี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-31/europe-needs-clarity-from-us-top-german-defense-official-says?srnd=phx-politics