สหรัฐฯ อนุมัติขายยุทโธปกรณ์ให้เวียดนาม
สหรัฐฯ อนุมัติขายยุทโธปกรณ์ให้เวียดนาม เปิดดีล C-130 มูลค่า $100 ล้าน หนุนยุทธศาสตร์อินโด–แปซิฟิกและลดพึ่งพาอาวุธรัสเซีย
5-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายทางทหารต่างประเทศ (Foreign Military Sale) มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่เวียดนาม ครอบคลุมบริการซ่อมบำรุง (sustainment) เครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules และยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในกระบวนการผลักดันหนึ่งในดีลจัดซื้อด้านกลาโหมจากวอชิงตันที่มีนัยสำคัญที่สุดของเวียดนามในรอบหลายปี
สหรัฐอเมริกาได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายยุทโธปกรณ์ทางทหารภายใต้โครงการ Foreign Military Sale ให้กับเวียดนาม (Vietnam) คิดเป็นมูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นการจัดหาบริการสนับสนุนการซ่อมบำรุงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับเครื่องบินลำเลียงรุ่น C-130 Hercules ซึ่งถือเป็นการยกระดับความร่วมมือด้านการจัดซื้อยุทโธปกรณ์กลาโหมที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างวอชิงตัน (Washington) และเวียดนาม (Vietnam) ในรอบหลายปีที่ผ่านมา
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (US State Department) ได้ออกประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่าแพ็กเกจดังกล่าวประกอบด้วย ใบพัด, ชิ้นส่วนอากาศยาน, อุปกรณ์ภาคพื้นดิน, อุปกรณ์ช่วยฝึก, วัสดุสิ้นเปลือง, อุปกรณ์เสริม รวมถึงการสนับสนุนด้านการซ่อมแซมและส่งคืนอุปกรณ์ ทั้งนี้ เครื่องบิน C-130 ที่ผลิตโดยบริษัท Lockheed Martin Corp. (ล็อกฮีด มาร์ติน) ถือเป็นหนึ่งในอากาศยานลำเลียงทางทหารที่ได้รับความนิยมและมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก
“การขายยุทโธปกรณ์ที่นำเสนอนี้จะสนับสนุนเป้าหมายนโยบายต่างประเทศและวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงของชาติสหรัฐฯ โดยการปรับปรุงศักยภาพทางอากาศและการลำเลียงของพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific)” ประกาศดังกล่าวระบุ พร้อมเสริมว่าบริษัท RTX Corp. (อาร์ทีเอ็กซ์) ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในรัฐเวอร์จิเนีย (Virginia) จะรับหน้าที่เป็นผู้รับเหมาหลัก ทั้งนี้ ทางรัฐบาลเวียดนาม (Vietnam) ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าวในทันที
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ Representative Michael Baumgartner (ไมเคิล บอมการ์ทเนอร์) ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สหรัฐฯ จะเสร็จสิ้นภารกิจการขายอาวุธผ่านโครงการทหารต่างชาติเป็นครั้งแรก ด้วยการจัดส่งเครื่องบิน C-130 Hercules จำนวน 3 ลำให้กับเวียดนาม ซึ่งเขาระบุว่าเป็น “พัฒนาการที่สำคัญอย่างยิ่ง” อย่างไรก็ตาม ทั้งวอชิงตันและกรุงฮานอย (Hanoi) ยังไม่ได้มีการประกาศข้อตกลงดังกล่าวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ
สำหรับการจัดหาเครื่องบิน C-130 ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในความพยายามของเวียดนามที่จะกระจายแหล่งที่มาของอาวุธ (Diversify) โดยลดการพึ่งพายุทโธปกรณ์จากรัสเซียและยุคอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งครองส่วนแบ่งในคลังแสงของกองทัพเวียดนามมานานหลายทศวรรษ ทั้งนี้ กรุงฮานอย (Hanoi) ได้หันไปมองหาพันธมิตรทั้งสหรัฐฯ, อินเดีย (India), เกาหลีใต้ (South Korea) และซัพพลายเออร์จากยุโรปมากขึ้น เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดด้านอุปทานทำให้การจัดซื้ออาวุธจากมอสโก (Moscow) ทำได้ยากลำบากขึ้น
พัฒนาการดังกล่าวยังต่อเนื่องมาจากการประกาศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมของอินเดีย (India) ที่ระบุว่า ข้อตกลงในการจัดส่งขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง (Supersonic cruise missiles) รุ่น BrahMos ให้กับเวียดนามได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรุงฮานอย (Hanoi) ในการปรับปรุงกองทัพให้มีความทันสมัยและขยายความร่วมมือด้านกลาโหม ในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ข้อพิพาทบริเวณทะเลจีนใต้ (South China Sea)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-03/us-advances-vietnam-c-130-deal-with-100-million-support-package?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy