ทรัมป์กดดันอาร์เจนตินาลดพึ่งพาเงินหยวน
ทรัมป์กดดันอาร์เจนตินาลดพึ่งพาเงินหยวน ปิดวงเงินสวอปจีน ปักกิ่งตัดสินใจต่อหรือยุติวงเงิน $1.9 หมื่นล้าน
3-6-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า อาร์เจนตินากำลังเดินหน้าเคลียร์หนี้ต่อธนาคารกลางจีนจนเกือบหมด ปิดฉากสายพานสภาพคล่องสกุลเงินหยวนที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจประเทศในช่วงหลายปีแห่งความปั่นป่วนทางการเงิน และกลายเป็นจุดศูนย์กลางของเกมชักเย่อทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในปัจจุบัน
อาร์เจนตินากำลังอยู่ในช่วงการชำระหนี้ส่วนสุดท้ายที่เบิกใช้จากข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตรา (Currency Swap) กับธนาคารกลางจีน ซึ่งเป็นกลไกทางการเงินที่ช่วยพยุงประเทศผ่านช่วงวิกฤตเศรษฐกิจมานานหลายปี ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งส่งผลให้อาร์เจนตินาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกข้างทางการเงินอย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่รัฐบาลยืนยันกับสื่อท้องถิ่นอย่าง “โทโด โนติเซียส” (Todo Noticias) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า การชำระคืนเงินต้นในส่วนที่มีการเบิกใช้ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในกลางปี 2026 ข้อมูลจากธนาคารกลางอาร์เจนตินาระบุว่า บัวโนสไอเรสได้ชำระคืนเงินที่เบิกใช้ไปแล้วเกือบ 90% จากยอดสูงสุดที่ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือเพียงยอดคงค้างประมาณ 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยยอดที่เหลือมีกำหนดครบกำหนดชำระในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ตามรายงานทางการเงินประจำปี 2025 ของธนาคารกลางที่เผยแพร่โดย “อินโฟเบ” (Infobae) ระบุว่า ณ สิ้นปี 2024 อาร์เจนตินายังมียอดหนี้คงค้างเทียบเท่า 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะลดลงเหลือ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสิ้นเดือนธันวาคม ทั้งนี้ ธนาคารกลางอาร์เจนตินาเคยทำข้อตกลงกับธนาคารประชาชนจีน (People's Bank of China) เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว เพื่อต่ออายุวงเงินส่วนที่เบิกใช้เต็มจำนวนออกไปอีก 12 เดือน โดยเริ่มมีการลดวงเงินแบบค่อยเป็นค่อยไปในเดือนมิถุนายนถัดมา
อย่างไรก็ตาม ยอดเงินที่อาร์เจนตินากำลังชำระคืนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกรอบความร่วมมือทั้งหมดที่ลงนามไว้ตั้งแต่ปี 2009 และได้รับการต่ออายุครั้งล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 โดยมีอายุ 3 ปี ครอบคลุมวงเงินสูงสุดถึง 130,000 ล้านหยวน (ประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยข้อตกลงกรอบใหญ่นี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 6 สิงหาคม 2026 และปัจจุบันยังไม่มีฝ่ายใดออกมาเปิดเผยว่าจะมีการต่ออายุหรือไม่
กรณีที่กรอบความร่วมมือนี้สิ้นสุดลง ไม่ได้หมายความว่าอาร์เจนตินาจะต้องชำระหนี้ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทันที เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงวงเงินสินเชื่อที่พร้อมเรียกใช้ (Credit Line) ไม่ใช่หนี้สินคงค้าง สิ่งที่อาร์เจนตินาจะสูญเสียไปคือความสามารถในการเรียกใช้เงินก้อนนี้ในยามวิกฤต ซึ่งเป็นเกราะป้องกันทางการเงินที่ประเทศพึ่งพามานานกว่าทศวรรษ เพื่อเสริมสร้างทุนสำรองและชำระค่าสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของประเทศ
ตลอดปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้กดดันประธานาธิบดี ฮาเวียร์ ไมเลย์ (Javier Milei) ของอาร์เจนตินาอย่างหนักให้ยุติความสัมพันธ์ทางการเงินนี้ โดยความเร็วในการชำระหนี้คืนสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันดังกล่าวอย่างชัดเจน ในเดือนเมษายน 2025 นาย เมาริซิโอ คลาเวอร์-คาโรเน (Mauricio Claver-Carone) อดีตผู้แทนพิเศษด้านลาตินอเมริกาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้กล่าวถึงข้อตกลงนี้ว่าเป็นการ “ขูดรีด” (Extortionate) พร้อมเตือนว่าการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในการขอสินเชื่อจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นั้น ขึ้นอยู่กับการที่นายไมเลย์ (Milei) ต้องเว้นระยะห่างจากปักกิ่ง
ต่อมาในเดือนกันยายน ระหว่างการประชุมนอกรอบสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ความช่วยเหลือทางการเงินในอนาคตจะเชื่อมโยงกับการยุติวงเงินสินเชื่อของจีน ซึ่งผลักดันให้รัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ประกาศการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตรามูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างกองทุนรักษาเสถียรภาพการแลกเปลี่ยนเงินตราของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury’s Exchange Stabilisation Fund) กับธนาคารกลางอาร์เจนตินา
นายเบสเซนต์ (Bessent) ได้กล่าวกับสถานีข่าว “ฟ็อกซ์ นิวส์” (Fox News) ว่า นายไมเลย์ (Milei) มีความมุ่งมั่นที่จะ “กำจัดอิทธิพลของจีน” ออกไปจากประเทศ พร้อมยกย่องให้อาร์เจนตินาเป็น “ประภาคารแห่งลาตินอเมริกา” ทั้งนี้ อาร์เจนตินาได้เบิกใช้เงินจากกลไกของสหรัฐฯ ไปแล้ว 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และชำระคืนครบถ้วนในเดือนธันวาคม โดยนายเบสเซนต์ (Bessent) ยังระบุเพิ่มเติมว่าข้อกังวลของสหรัฐฯ ครอบคลุมไปถึงท่าเรือที่เชื่อมโยงกับจีน รวมถึงฐานทัพและสถานที่ตรวจการณ์บนแผ่นดินอาร์เจนตินาด้วย
สำหรับนายไมเลย์ (Milei) แม้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2023 เขาจะเคยเรียกจีนว่าเป็นรัฐ “นักฆ่า” (Assassin) แต่เมื่อเข้ารับตำแหน่ง เขาได้ปรับเปลี่ยนท่าที โดยเรียกปักกิ่งว่าเป็น “คู่ค้าเชิงพาณิชย์ที่น่าสนใจมาก” หลังจากมีการต่ออายุข้อตกลง ทั้งนี้ ธนาคารกลางอาร์เจนตินายังคงนับยอดวงเงินกรอบความร่วมมือ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศรวม โดยในส่วนของยอดเงินที่ยังคงใช้งานอยู่ประมาณ 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะต้องได้รับการจัดการให้เสร็จสิ้นก่อนเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้งของบัวโนสไอเรสในการวางตัวระหว่างคู่ค้าทางการเงินรายใหญ่ที่สุดสองรายของโลก
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/us/article/3354026/milei-guts-china-currency-lifeline-after-trump-ultimatum-financial-ties-reports?module=inline&pgtype=article