.
สหรัฐฯ ปฏิเสธคืนเงินอายัด 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เล็งใช้ทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ชดเชยความเสียหายให้พันธมิตรกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย
8-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ กำลังแสวงหาแนวทางในการเปลี่ยนเส้นทางทรัพย์สินของประเทศอิหร่าน (Iran) เพื่อนำไปช่วยเหลือกลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) ในการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของรัฐบาลเตหะราน รวมถึงใช้สำหรับซ่อมแซมความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ความพยายามดังกล่าว ซึ่งได้รับการเปิดเผยโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ รายหนึ่ง ผู้ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ กำลังเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเจรจาที่กระท่อนกระแท่นระหว่างรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) และรัฐบาลเตหะราน เพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงในสงครามอิหร่าน ทว่าการเจรจาดังกล่าวดูเหมือนจะติดหล่มและหยุดชะงักลง เนื่องจากเตหะรานยังคงยืนกรานที่จะเรียกร้องให้มีการปล่อยทรัพย์สินทางการเงินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม แนวทางของรัฐบาลทรัมป์จะส่งผลให้ทรัพย์สินเหล่านั้นบางส่วนถูกนำไปใช้ในเส้นทางที่แตกต่างออกไป โดยเจ้าหน้าที่รายเดิมระบุว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (Treasury Department) จะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่เพื่ออนุญาตให้พันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียสามารถนำทรัพย์สินของอิหร่านไปใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนการบูรณะฟื้นฟู ซึ่งความคิดริเริ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้การเจรจาขยายเวลาหยุดยิง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ตลอดจนการปูทางไปสู่การเจรจาที่ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ต้องเผชิญกับภาวะชะงักงันและเย็นชามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สํานักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) เป็นสื่อแรกที่รายงานถึงความพยายามดังกล่าวก่อนหน้านี้
ในขณะนี้ ขั้นตอนเริ่มต้นได้เปิดฉากขึ้นแล้ว โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังดำเนินการคำนวณและประเมินมูลค่าต้นทุนสำหรับการซ่อมแซมความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่เผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ได้สั่งการให้ทีมงานของตนเร่งประเมินสถานการณ์ในกลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าว พร้อมทั้งร้องขอการประเมินต้นทุนอย่างครอบคลุมที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากฝีมือของเตหะรานนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่สหรัฐฯ และประเทศอิสราเอล (Israel) เริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่าน รัฐบาลเตหะรานและกลุ่มกองกำลังตัวแทน (Proxies) ได้ระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน นิคมอุตสาหกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐฯ ทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้ประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประเทศคูเวต (Kuwait) และประเทศบาห์เรน (Bahrain) ล้วนได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะพิจารณาเพิ่มเติมว่า ทรัพย์สินของอิหร่านจะสามารถนำมาใช้สนับสนุนการซ่อมแซมความเสียหายที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้เป็นการเปิดโอกาสให้มีการจ่ายเงินชดเชยสำหรับต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันที่เคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของเตหะรานและกลุ่มกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลังเมื่อหลายปีก่อน
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ ได้แสดงทัศนะว่า การโจมตีของเตหะรานต่อประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ยิ่งเป็นการผลักไสให้กลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าวตีตัวออกห่างและต่อต้านอิหร่านมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทรัมป์ยังมักกล่าววิพากษ์วิจารณ์อดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา (Barack Obama) อย่างรุนแรง บ่อยครั้ง กรณีการโอนย้ายเงินทุนกลับคืนให้แก่อิหร่าน พร้อมทั้งแสดงท่าทีไม่เต็มใจที่จะสูญเสียอำนาจต่อรอง (Leverage) ด้วยการสละทรัพย์สินเหล่านั้น โดยทรัมป์ยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่นว่า จะไม่มีการแลกเปลี่ยนเป็นตัวเงินกลับคืนไปให้แก่อิหร่านอย่างเด็ดขาด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-06/us-floats-steering-frozen-iran-assets-to-gulf-allies-for-repairs?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy