.
เพนตากอนยกระดับภัยคุกคามการจารกรรมของอิสราเอลสู่ระดับ ‘วิกฤต’
8-6-2026
สำนักข่าว NBC News และ The New York Times รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า หน่วยข่าวกรองกลาโหม (DIA) ของเพนตากอน ได้ยกระดับภัยคุกคามจากการจารกรรมของอิสราเอลขึ้นสู่ระดับสูงสุด ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอิหร่านและเลบานอน
การประเมินดังกล่าว ซึ่งถูกส่งภายในองค์กรในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบด้วยเอกสาร 7 หน้า และแผนภูมิที่จัดอันดับความสามารถด้านข่าวกรองมนุษย์และเทคนิคของอิสราเอลในระดับ “วิกฤต” ตามรายงานของ NBC
ผู้บริหารระดับสูงที่ถูกกำหนดเป้าหมาย ได้แก่ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้เจรจาอาวุโสของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับอิหร่าน, เอลบริดจ์ โคลบี เจ้าหน้าที่นโยบายระดับสูงของเพนตากอน และไมเคิล ดิมีโน รองคนสำคัญของเขา ตามรายงานของ NYT
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองต่อต้านของสหรัฐฯ กำลังกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับกิจกรรมการจารกรรมของอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปที่สหรัฐฯ รวมถึงความพยายามที่จะเข้าใจการหารือภายในของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับอิหร่านและเลบานอน ทั้ง NBC และ NYT รายงาน โดยอ้างแหล่งข่าว การประเมินครั้งนี้ยังระบุเหตุการณ์เฉพาะหลายกรณี แม้แหล่งข่าวจะปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด
The New York Times อ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสคนหนึ่งระบุว่า ความดุเดือดที่หน่วยข่าวกรองอิสราเอลใช้ในการติดตามผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองนั้น “ไร้การยับยั้ง”
แม้การจารกรรมระหว่างพันธมิตรจะเป็นเรื่องปกติ แต่รายงานระบุว่ากิจกรรมล่าสุดของอิสราเอลเกินเลยจากสิ่งที่คาดหวังได้ตามปกติ ส่งผลให้มีการยกระดับการประเมินภัยคุกคาม
เพนตากอนปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแจ้งกับ NBC ว่าข่าวทั้งหมดนี้ “เป็นเท็จทั้งหมด” ขณะที่โฆษกสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำวอชิงตัน ปฏิเสธรายงานนี้ว่า “มีนัยทางการเมือง” และยืนยันว่าความพยายามข่าวกรองของอิสราเอล “มุ่งเป้าไปที่ศัตรู ไม่ใช่พันธมิตร”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เกี่ยวกับอิหร่านและปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นในต้นเดือนเมษายน และขยายเวลาออกไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม แต่การเจรจาเพื่อข้อตกลงที่กว้างขวางยังคงติดขัด โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยอิสราเอลแสดงความสงสัยอย่างเปิดเผยต่อความพยายามทางการทูตของทรัมป์ ขณะที่เนทันยาฮูสนับสนุนการใช้กำลังทหารอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน อิสราเอลได้เพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการในเลบานอน ซึ่งเริ่มเปิดปฏิบัติการทางทหารในเดือนมีนาคมต่อขบวนการเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งสนับสนุนโดยอิหร่าน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยอมรับรายงานที่ระบุว่าเขเคยเรียกเนทันยาฮูว่า “บ้าเว่อร์” ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ที่รุนแรงเกี่ยวกับปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอน
“ผมพูดจริง” ทรัมป์กล่าวเมื่อถูกถามในการสัมภาษณ์ทางพอดแคสต์ ‘Pod Force One’ ของ New York Post “ผมรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เขาต่อสู้กับเลบานอนอยู่ตลอด”
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า ทรัมป์กล่าวหาเนทันยาฮูว่าทำให้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านตกอยู่ในความเสี่ยง ด้วยการดำเนินปฏิบัติการในเลบานอนต่อไป
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าทั้งผู้นำอิสราเอลและเฮซบอลเลาะห์ ตกลงที่จะหยุดยิง และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันพุธว่าอิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะดำเนินการหยุดยิง โดยมีเงื่อนไข “การยุติการโจมตีโดยเฮซบอลเลาะห์โดยสิ้นเชิง” และการถอนกำลังจากพื้นที่เซกเตอร์ลิตานีใต้
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไปในสัปดาห์นี้ โดยมีรายงานการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในภาคใต้และตะวันออกของเลบานอน ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบคน เมื่อวันพฤหัสบดี ตามรายงานของหน่วยงานสาธารณสุขเลบานอน อิหร่านเคยระบุว่าจะไม่ยอมรับข้อตกลงถาวรกับสหรัฐฯ เว้นแต่จะรวมประเด็นเลบานอนด้วย และเตือนว่าจะยกเลิกการเจรจาหากอิสราเอลยังคงโจมตีต่อไป
ที่มา RT