UN เตือนคว่ำบาตรสหรัฐฯ กระทบคิวบาหนัก
UN เตือนคว่ำบาตรสหรัฐฯ กระทบคิวบาหนัก 'เด็กเสียชีวิต-ยาอาหารขาดแคลน' วอนทรัมป์ยกเลิกด่วน
10-6-2026
สำนักข่าว CGTN รายงานว่า หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตัน (Washington) ดำเนินการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงต่อประเทศคิวบา (Cuba) ในปีนี้โดยทันที พร้อมทั้งแจ้งเตือนว่ามาตรการดังกล่าวกำลังก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างกว้างขวางและกำลังทำให้ชีวิตของประชาชนตกอยู่ในอันตราย
แม้ว่าประเทศคิวบาจะตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้า (Trade embargo) จากประเทศสหรัฐฯ (US) มาตั้งแต่ปี 1962 ทว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ดำเนินนโยบายเพิ่มแรงกดดันอย่างรุนแรงและฉับพลันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผ่านการตัดเส้นทางการจัดส่งเสบียงเชื้อเพลิงและข่มขู่ที่จะเข้าควบคุมเกาะแห่งนี้
โฟลเกอร์ เทิร์ค (Volker Turk) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Human Rights) ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า "ข้อจำกัดด้านเชื้อเพลิงที่ถูกนำมาบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026 ประกอบกับการยกระดับความเข้มงวดของมาตรการคว่ำบาตรที่มีผลผูกพันข้ามพรมแดน (Extraterritorial sanctions) เมื่อนำมารวมเข้าด้วยกันแล้ว กำลังส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายโดยตรงต่อชาวคิวบา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบางมากที่สุด"
"เด็กๆ กำลังล้มตายลงเนื่องจากบรรดาแพทย์ขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นและยารักษาโรค สถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และมาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้จะต้องได้รับการยกเลิกในทันที" โฟลเกอร์ เทิร์ค กล่าว
นอกจากนี้ โฟลเกอร์ เทิร์ค ยังได้ชี้ให้เห็นว่า มาตรการปิดล้อมทางน้ำมัน (Oil blockade) ส่งผลให้ประเทศคิวบาต้องตกอยู่ภายใต้สภาวะกระแสไฟฟ้าดับเป็นประจำทุกวัน (Daily blackouts) ซึ่งบ่อยครั้งกินระยะเวลายาวนานเกินกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมที่ถูกนำมาบังคับใช้เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งบางมาตรการมีผลผูกพันข้ามพรมแดนไปถึงองค์กรภาคเอกชน (Private entities) อาทิ กลุ่มผู้ค้า บริษัทผู้รับประกันภัย และบริษัทขนส่งสินค้าทางเรือ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมและเพิ่มพูนความทุกข์ยากให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น
"มาตรการเหล่านี้เมื่อนำมารวมกัน กำลังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิทธิมนุษยชนของประชากร" ข้อความส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์ของ โฟลเกอร์ เทิร์ค ระบุเพิ่มเติม พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า บริการทางการแพทย์ที่วิกฤตและสำคัญกำลังตกอยู่ภายใต้ภาวะตึงเครียดอย่างรุนแรง โดยมียารักษาโรคที่จำเป็นอยู่ในภาวะ "ขาดแคลนขั้นวิกฤต" (Critical short supply)
รายงานแถลงการณ์ระบุอีกว่า ข้อมูลด้านสาธารณสุขล่าสุดชี้ให้เห็นว่า อัตราการเสียชีวิตของทารก (Infant mortality) ได้พุ่งสูงขึ้นถึงสองเท่า และอัตราการรอดชีวิตของเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง (Childhood cancer survival rates) มีสัดส่วนที่ลดลงนับตั้งแต่มาตรการจำกัดเชื้อเพลิงถูกนำมาบังคับใช้ นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังได้เน้นย้ำถึงรายงานตัวเลขผลผลิตทางการเกษตรและอาหารที่ลดลงถึงร้อยละ 60 ตลอดจนการพุ่งสูงขึ้นของราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐาน
ในตอนท้ายของแถลงการณ์ โฟลเกอร์ เทิร์ค ได้กล่าวสรุปว่า "แพ็กเกจมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงในลักษณะดังกล่าว ซึ่งมุ่งเป้าโจมตีไปที่ภาคส่วนเศรษฐกิจทั้งหมดของโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง ไร้การแยกแยะ และสร้างความยากลำบากอย่างกว้างขวางต่อประชากร ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถไปด้วยกันได้และขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (International human rights law)"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://news.cgtn.com/news/2026-06-09/UN-rights-chief-urges-US-to-lift-tough-Cuba-sanctions-1NPy7vfLhYs/p.html