.
ขณะการประชุมสุดยอดนาโตเตรียมรับทรัมป์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เตือนพันธมิตร: "เราไม่ได้จากไป แต่จะทำน้อยลง"
8-7-2026
ก่อนการประชุมสุดยอดนาโตประจำปีเพียงหนึ่งวัน และในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมที่กรุงอังการา สหรัฐฯ ได้ยืนยันอีกครั้งถึงแนวทางที่จะลดบทบาทการเป็นผู้นำในนาโต้ เพื่อเปิดทางให้ประเทศสมาชิกอื่นรับภาระด้านการป้องกันร่วมมากขึ้น
แมทธิว วิตเทเกอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำนาโต้ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ว่า การกดดันให้ประเทศพันธมิตรเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดกับพันธมิตรยุโรปบางประเทศนั้น เป็นเพียง "ความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้น" (growing pains) ที่จำเป็น ไม่ใช่วิกฤต
"เป้าหมายคือให้ยุโรปเป็นผู้รับผิดชอบการป้องกันทางทหารแบบดั้งเดิมของทวีปยุโรปเอง" วิตเทเกอร์กล่าว พร้อมย้ำว่า "เราไม่ได้จากไป เราแค่จะทำน้อยลง" เขากล่าวต่อว่า “ผมมองว่านี่เป็นเพียงความท้าทายที่เราเคยผ่านมาก่อน" พร้อมระบุว่า ยังมีประเทศสมาชิกบางแห่งที่ "ตามหลัง" และจำเป็นต้องเพิ่มระดับพันธกรณีด้านกลาโหมให้สูงขึ้นเพื่อให้ทันประเทศอื่น
ในการประชุมสุดยอดเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เสนอเป้าหมายใหม่ให้สมาชิกนาโต้ใช้งบประมาณด้านกลาโหมคิดเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของแต่ละประเทศ ซึ่งมากกว่ามาตรฐานเดิมที่กำหนดไว้ที่ 2% กว่าสองเท่า
มีรายงานว่าประเทศสมาชิกนาโต้ในยุโรปเตรียมนำเสนอผลสำเร็จด้านการเพิ่มงบประมาณกลาโหมในการประชุมครั้งนี้ พันธมิตรนาโต้ในยุโรปเดินทางเข้าสู่การประชุมสุดยอดที่กรุงอังการาสัปดาห์นี้ โดยเชื่อว่าพวกเขามีผลงานที่ชัดเจนเพื่อนำเสนอต่อโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งในด้านการใช้จ่ายด้านกลาโหม ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม และการสนับสนุนยูเครน อย่างไรก็ตาม นักการทูตยอมรับเป็นการภายในว่า ตัวประธานาธิบดีทรัมป์เองยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนมากที่สุด
นักการทูตหลายรายกล่าวก่อนการประชุมประจำปีในกรุงอังการาว่า การประชุมสองวันนี้ควรสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของงบประมาณด้านกลาโหมของประเทศสมาชิก พร้อมทั้งจะมีการประกาศความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกลาโหมหลายรายการ ทั้งหนังสือแสดงเจตจำนง (Letters of Intent) โครงการร่วม และการผลิตร่วมข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเพิ่มเติม
นักการทูตนาโต้รายหนึ่งกล่าวว่า "มีเรื่องราวความสำเร็จที่สามารถนำเสนอได้" พร้อมชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในการแบ่งเบาภาระภายในพันธมิตร
"ตัวเลขไม่โกหก"
สื่อฉบับเดียวกันระบุว่า จากข้อมูลของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) การใช้จ่ายด้านการทหารของประเทศยุโรปที่เป็นสมาชิกนาโตเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 1953 จนถึงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเยอรมนีและสเปน ซึ่งเป็นสองประเทศที่ทรัมป์มักวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณด้านกลาโหมต่ำ ต่างก็เพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างก้าวกระโดด
แคน คาซาโปกลู นักวิจัยอาวุโสของสถาบัน Hudson Institute กล่าวถึงมุมมองจากทั้งกรุงวอชิงตันและกรุงบรัสเซลส์ว่า "เมื่อพันธมิตรกลับไปสู่รูปแบบดั้งเดิมในยุคสงครามเย็น คำถามสำคัญก็คือ แต่ละประเทศนำอะไรมาให้กับพันธมิตร"
เขากล่าวเพิ่มเติมกับ Fox News ว่า "ประเทศที่นำขีดความสามารถด้านกำลังรบที่แท้จริงมาสู่นาโต้ จะได้รับการปฏิบัติในระดับพิเศษ (VIP treatment)" ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกนาโต้ยังคงมองว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงระยะยาวของยุโรป ขณะที่สงครามในยูเครน ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ยังคงแสดงสัญญาณว่าจะทวีความรุนแรงต่อไป.
ที่มา Zerohedge