ทรัมป์ในวงประชุมลับผู้นำ NATO โฟกัสสงครามอิหร่าน
ทรัมป์ในวงประชุมลับผู้นำ NATO โฟกัสสงครามอิหร่าน แทบไม่แตะยูเครน พร้อมเมินเป้าใช้งบกลาโหม 5% ของ GDP
9-7-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า แหล่งข่าววงในผู้เข้าร่วมประชุมได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องหลังห้องประชุมปิดในงานประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐอเมริกา (US) ได้ใช้เวลาเกือบทั้งหมดของการกล่าวสุนทรพจน์ในการระบายความอึดอัดใจและความคับข้องใจเกี่ยวกับประเทศอิหร่าน (Iran) โดยเขาได้กล่าวกับบรรดาชาติพันธมิตรอย่างตรงไปตรงมาว่า สหรัฐฯ (US) ไม่มีความสนใจที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนระบอบการปกครอง (regime change) ในประเทศอิหร่านอีกต่อไป พร้อมทั้งระบุว่ากลุ่มประเทศในยุโรปได้ทำให้เขาผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตามรายงานจากกลุ่มบุคคลที่ได้เข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบายในห้องประชุมปิดดังกล่าว เปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้บ่นและแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการขาดการสนับสนุนที่สหรัฐฯ (US) ควรได้รับจากกลุ่มประเทศพันธมิตรในยุโรปในแคมเปญสงครามของเขาร่วมกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ (อิหร่าน) นอกจากนี้ แหล่งข่าวซึ่งขอสงวนนามเนื่องจากเป็นการเปิดเผยข้อมูลการประชุมที่เป็นความลับ ระบุเสริมว่า ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้หยิบยกคำเตือนขึ้นมาอีกครั้งเกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เขาอธิบายว่าเป็นวิกฤตการณ์ผู้ย้ายถิ่นฐาน (migration problem) ของภูมิภาคยุโรป อย่างไรก็ดี โฆษกทำเนียบขาว (White House) ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบรับหรือแสดงความคิดเห็นต่อคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในทันที
ขณะเดียวกัน บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝั่งยุโรปมีความพยายามที่จะเบี่ยงเบนความสนใจและโฟกัสของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ให้หันมามุ่งเน้นในประเด็นวิกฤตการณ์ประเทศยูเครน (Ukraine) ทว่าในสุนทรพจน์ของเขา บรรดาผู้นำยุโรปกลับได้รับเพียงแค่คำมั่นสัญญาในการสนับสนุนแบบกว้างๆ ทั่วไปเท่านั้น โดย ทรัมป์ ได้กล่าวกับชาติพันธมิตรว่า สหรัฐฯ (US) มีความยินดีที่จะเดินหน้าขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่กลุ่มประเทศยุโรปต่อไป ซึ่งจากนั้นยุโรปก็สามารถนำอาวุธเหล่านั้นไปส่งมอบต่อให้แก่กรุงเคียฟ (Kyiv) ได้เอง
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจากการบรรยายสรุปแก่สื่อมวลชนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้งฝ่ายยูเครน (Ukraine) และรัสเซีย (Russia) ต่างไม่มีความคืบหน้าเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญในระบบสงคราม และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีความต้องการอย่างเร่งด่วนที่จะยุติการสู้รบในครั้งนี้ลงโดยเร็วที่สุด
แหล่งข่าวระบุว่า มุมมองและทัศนะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แสดงออกในระหว่างการประชุมร่วมทวิภาคีในสภาวะปิดนั้น ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากสิ่งที่เขาเคยแถลงต่อสาธารณชนมากนัก ทว่าน้ำเสียงและโทนในการพูดกลับมีความเกรี้ยวกราดและดุดันน้อยลง (less belligerent) นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือ ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้หยิบยกประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland) หรือสเปน (Spain) ขึ้นมาพูดถึงเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้เคยเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เขาแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดและระเบิดอารมณ์ใส่สื่อมวลชนในระหว่างการแถลงข่าวร่วมก่อนหน้านี้
ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งข่าวกล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ยังไม่ได้เอ่ยถึงเป้าหมายร่วมของ NATO ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมให้ถึงสัดส่วน 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ภายในปี 2035 เลยแม้แต่คำเดียว ทั้งที่เมื่อครั้งที่บรรดาผู้นำเดินทางมารวมตัวกัน ณ กรุงเฮก (The Hague) เมื่อปีที่ผ่านมา เกณฑ์มาตรฐานดังกล่าวเป็นประเด็นหลักที่ครอบงำการดำเนินงานในที่ประชุม และได้รับการประเมินว่าเป็นขั้นตอนสำคัญในการผูกมัดรั้งตัวให้ทรัมป์ยังคงยึดมั่นและรักษาคำมั่นสัญญาที่มีต่อกลุ่มพันธมิตรความมั่นคงแห่งนี้ต่อไป ทว่าในความเป็นจริง แม้กระทั่งประเทศสหรัฐฯ (US) เองก็ยังไม่อยู่ในเส้นทางหรือทิศทางที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวได้สำเร็จ
อย่างไรก็ดี ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้กล่าวกับบรรดาผู้นำความมั่นคงในห้องประชุมว่า สหรัฐฯ (US) จะยังคงปักหลักและไม่ถอนตัวออกจากระบบของ NATO พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมประเทศโปแลนด์ (Poland) ประเทศเยอรมนี (Germany) และกลุ่มประเทศบอลติก (Baltic states) สำหรับความก้าวหน้าและการยกระดับงบประมาณการใช้จ่ายด้านกลาโหมของตนเองอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ทว่าเขาก็ได้กล่าวแจ้งเตือนปิดท้ายว่า บรรดาชาติพันธมิตรควรจะต้องแสดงความเคารพและตระหนักถึงคุณค่า (show more appreciation) ของการสนับสนุนและเงินลงทุนมหาศาลที่สหรัฐฯ (US) ได้มอบให้แก่กลุ่มพันธมิตรความมั่นคงแห่งนี้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-08/behind-closed-doors-at-nato-trump-mostly-wants-to-talk-iran?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy