รัสเซียติดตั้งระบบรบกวนสัญญาณ Starlink สกัดโดรน
รัสเซียติดตั้งระบบรบกวนสัญญาณ Starlink สกัดโดรนยูเครน — เปิดสงครามอิเล็กทรอนิกส์รอบใหม่ในแนวหลัง
9-7-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า กองกำลังรัสเซียกำลังพยายามอย่างหนักในการตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนระยะกลาง (mid-strike) ของกองทัพยูเครน โดยการใช้วิธีพรางสายตาสิ่งของบรรทุกเชิงพาณิชย์ และการติดตั้งระบบรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ (electronic jamming systems) ประสิทธิภาพสูงเพื่อขัดขวางและตัดสัญญาณระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ของนาย อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ตามคำเปิดเผยจากกลุ่มผู้บัญชาการและนักบินโดรนของฝั่งยูเครน
ทั้งนี้ การที่ยูเครนประสบความสำเร็จในการพัฒนาโดรนระยะกลาง (mid-strike) ที่สามารถโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปหลังแนวรบเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตรได้อย่างแม่นยำและมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกควบคุมและบินผ่านระบบสัญญาณ Starlink ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าสงครามในประเทศยูเครนอย่างสิ้นเชิง
ผ่านแคมเปญการโจมตีระยะกลางอย่างเป็นระบบและสอดประสานร่วมกันในช่วงปีนี้ ยูเครนได้มุ่งเป้าทำลายเส้นทางส่งกำลังบำรุง คลังจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง แหล่งติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ ตลอดจนศูนย์บัญชาการต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบโลจิสติกส์ของกองทัพรัสเซีย และก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิงอย่างหนักในพื้นที่คาบสมุทรไครเมีย (Crimea) ที่ถูกรัสเซียยึดครอง
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันรัสเซียกำลังเร่งพัฒนาวิธีการและยุทธวิธีต่าง ๆ เพื่อที่จะสกัดกั้นการโจมตีระยะกลางดังกล่าว โดยผู้บัญชาการและนักบินโดรนจำนวน 4 ราย ได้ร่วมเปิดเผยข้อมูลกับทีมผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ที่ได้เดินทางลงพื้นที่สังเกตการณ์การทำงานของกรมระบบไร้คนขับที่ 422 (422nd Unmanned Systems Regiment) ของยูเครน ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ทางตอนใต้ของภูมิภาคซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia)
กลุ่มผู้ปฏิบัติงานระบุว่า ยุทธวิธีของรัสเซียในการปกป้องน้ำมันเชื้อเพลิงและเสบียงทางการทหารอื่น ๆ มีตั้งแต่การนำเสบียงไปซ่อนและลำเลียงผ่านยานพาหนะของพลเรือน ไปจนถึงการติดตั้งอุปกรณ์รบกวนสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนเพื่อบล็อกเครือข่ายสัญญาณที่ใช้สำหรับการบังคับทิศทางโดรน
นอกจากนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยเพิ่มเติมว่า รัสเซียได้นำอุปกรณ์แจมสัญญาณดังกล่าวไปติดตั้งไว้ใกล้กับเขตชุมชนเมืองและสถานที่สำคัญทางทหารต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์บางประเภทมีขีดความสามารถสูงในการขัดขวางการทำงานของระบบสัญญาณดาวเทียม Starlink ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท SpaceX ของนาย อีลอน มัสก์ (Elon Musk)
ตามปกติแล้ว ภารกิจการโจมตีระยะกลางส่วนใหญ่ของยูเครนจะถูกควบคุมผ่านระบบ Starlink ซึ่งช่วยให้นักบินสามารถสื่อสารทางไกลเพื่อควบคุมโดรนได้จากระยะไกล โดยก่อนหน้านี้ ระบบดาวเทียมดังกล่าวได้รับการประเมินว่ามีคุณสมบัติที่ทนทานและมีภูมิคุ้มกันต่อการถูกรบกวนสัญญาณในระดับสูง
นาย เซอร์ฮี เบสเครสต์นอฟ (Serhii Beskrestnov) ที่ปรึกษาประจำกระทรวงกลาโหมของยูเครน เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันรัสเซียเริ่มมีการติดตั้งระบบรบกวนสัญญาณที่เรียกว่า Volna Kupol Garant ซึ่งมีความสามารถในการปล่อยคลื่นสัญญาณวิทยุที่มีความแรงสูงพอที่จะทำให้การเชื่อมต่อสัญญาณของระบบ Starlink เกิดความขัดข้องและไร้เสถียรภาพ ครอบคลุมพื้นที่วงกว้างประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร (หรือคิดเป็นประมาณ 7.7 ตารางไมล์)
เขาแจ้งเตือนเสริมว่า จนถึงขณะนี้ตรวจพบการติดตั้งระบบ Volna Kupol Garant ไปแล้วประมาณ 10 เครื่อง ทว่าตัวเครื่องระบบแจมเมอร์ดังกล่าวเอง ก็ได้กลายมาเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับทีมโดรนของยูเครนที่จ้องจะทำลายและกำจัดสิ่งกีดขวางเส้นทางการบินของพวกตน
โดยทางกรมระบบไร้คนขับที่ 422 ได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีเพื่อทำลายระบบแจมเมอร์ดังกล่าวไปแล้วจำนวน 2 เครื่อง ซึ่งรวมถึงเครื่องหนึ่งที่ถูกโจมตีเสียหายภายหลังการตรวจพบพิกัดเพียงไม่กี่ชั่วโมง ในปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยทหารและหน่วยความมั่นคงยูเครน หรือ SBU (Security Service of Ukraine) ตามรายงานของ นาย โคลิสนิก (Kolesnyk) ผู้บัญชาการโดรนรายหนึ่ง
ซึ่งภาพวิดีโอบันทึกปฏิบัติการโจมตีครั้งหนึ่ง แสดงให้เห็นภาพการระเบิดครั้งรุนแรงเมื่อโดรนพุ่งเข้าชนเป้าหมายในพื้นที่ซึ่งบรรจุกล่องขนาดใหญ่จำนวน 6 กล่องที่มีลักษณะคล้ายตู้คอนเทนเนอร์พ่วงลากจูง
"ทันทีที่พวกเราสามารถโจมตีทำลายฐานติดตั้งดังกล่าวได้สำเร็จ โดรนที่ติดตั้งระบบ Starlink ของพวกเราก็สามารถบินปฏิบัติการได้ตามปกติโดยไม่มีปัญหาใด ๆ อีกต่อไป" ผู้บัญชาการทีมปฏิบัติการรายหนึ่งซึ่งใช้นามเรียกขานว่า 'ดิริเฮนต์' ('Dyryhent') กล่าว ขณะเดียวกัน นาย อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ดำเนินการระงับการเข้าใช้ประโยชน์จากระบบ Starlink ของกองทัพรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลมอสโกนำระบบดังกล่าวไปใช้สนับสนุนการโจมตีด้วยโดรนของตนเอง
ทั้งนี้ ทางบริษัท SpaceX และกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ต่างไม่ได้ตอบรับต่อคำขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว และทางสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ยังไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับยุทธวิธีหลบเลี่ยงการโจมตีที่รัสเซียนำมาปรับใช้ในเวลานี้ได้
ในระหว่างการลงพื้นที่ของสื่อมวลชนรอยเตอร์ (Reuters) ณ ที่ตั้งกองกำลังของกรมระบบไร้คนขับที่ 422 ทหารยูเครนที่ปฏิบัติภารกิจกลางทุ่งโล่งภายใต้แสงสีแดงสลัวจากไฟฉายคาดศีรษะ ได้ร่วมกันบรรจุหัวรบที่อัดแน่นด้วยวัตถุระเบิดแรงสูงเข้าไปยังโดรนประเภทมีปีก ก่อนที่เครื่องยนต์ใบพัดจะส่งเสียงกระตุกสั้น ๆ และแผดเสียงทำงานดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง
โดนรนรุ่น "Zozulya" ("Cuckoo") ซึ่งถูกยิงขึ้นสู่อากาศผ่านเครื่องยิง catapult ได้บินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่คาบสมุทรไครเมียภายใต้การปกคลุมของความมืดมิด โดยมีเป้าหมายในการโจมตีฐานทัพปฏิบัติการที่ใช้โดยกลุ่มนักบินโดรนของกองทัพรัสเซีย
นาย โคลิสนิก (Kolesnyk) และบรรดาผู้บัญชาการโดรนรายอื่น ๆ ได้ร่วมกันอธิบายถึงรายละเอียดของยุทธวิธีที่รัฐบาลมอสโกกำลังนำมาใช้เพื่อปกป้องเชื้อเพลิงและเสบียงบำรุงกำลังของตนเอง
"พวกเราเคยโจมตีรถบรรทุกน้ำ แต่รถบรรทุกเหล่านั้นกลับเกิดระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากแท้จริงแล้วมันถูกใช้บรรจุน้ำมันเบนซินไว้ภายใน" นาย โคลิสนิก (Kolesnyk) กล่าว "พวกเรายังเคยโจมตีรถขนส่งนมที่ถูกพ่นสีทับเพื่อพรางตา ซึ่งภายในบรรจุน้ำมันดีเซลไว้"
กลุ่มผู้บัญชาการทหารยูเครนระบุเสริมว่า ในปัจจุบัน กองทัพรัสเซียได้เปลี่ยนมาใช้วิธีจัดขบวนรถขนส่งน้ำมันขนาดเล็กที่มีรถกระบะติดตั้งอาวุธปืนกลคอยขับเคลื่อนประกบเพื่อคุ้มกันภัย เลือกเดินทางผ่านเส้นทางสายรองที่ห่างไกลเพื่อหลีกเลี่ยงการเฝ้าตรวจจับทางสายตา และใช้ยานพาหนะพลเรือนในการลำเลียงเสบียง
นอกจากนี้ หน่วยข่าวกรองทหารของยูเครน (Military Intelligence) เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมกับรอยเตอร์ (Reuters) ว่า กองกำลังรัสเซียกำลังใช้รถยนต์พลเรือนขนาดเล็ก รถควอดไบค์ (quad bikes) และรถจักรยานยนต์ ในการลักลอบขนส่งน้ำมันดีเซล กระสุนปืน และเสบียงสิ่งของอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ไปยังแนวรบ
ยิ่งไปกว่านั้น รัสเซียยังใช้ประโยชน์จากหลุมหลบภัยที่พรางตาอย่างแน่นหนา อาคารร้าง และสิ่งปลูกสร้างทางการเกษตรต่าง ๆ ในการซ่อนเสบียง ตลอดจนแอบใช้สถานีบริการน้ำมันของพลเรือนเป็นแหล่งจัดเก็บน้ำมันสำหรับใช้ในภารกิจทางทหารของกองทัพด้วย
นาย ร็อบ ลี (Rob Lee) นักวิชาการอาวุโสประจำสถาบัน Foreign Policy Research Institute ของสหรัฐฯ ประเมินว่า แคมเปญการโจมตีระยะกลางของยูเครนอาจจัดเป็นพัฒนาการทางทหารที่สำคัญที่สุดในสมรภูมิรบปีนี้ ทว่ารัฐบาลมอสโกก็เริ่มที่จะสามารถปรับตัวและประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในการรับมือ "หากพวกเขาสามารถขยายกำลังการผลิตระบบแจมเมอร์เหล่านี้ขึ้นมาได้ มันก็จะสร้างอุปสรรคและความยากลำบากอย่างยิ่งให้แก่การดำเนินแคมเปญโจมตีระยะกลางของยูเครนในอนาคต"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแคมเปญการโจมตีระยะกลางดังกล่าวจะส่งผลกระทบสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังไม่สามารถสกัดกั้นการระดมโจมตีอันนองเลือดของฝั่งรัสเซียต่อพื้นที่ยูเครนได้ทั้งหมด โดยรัสเซียยังคงยึดครองพื้นที่ราว 1 ใน 5 ของดินแดนยูเครนในช่วงเวลา 4 ปีหลังจากการเปิดฉากสงครามรุกรานเต็มรูปแบบ และการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จไปเสียทุกครั้ง
โดยในระหว่างการลงพื้นที่ของรอยเตอร์ (Reuters) ณ กรมที่ 422 นั้น ทีมปฏิบัติการได้ทดลองยิงโดรนรุ่น RAM-2X มุ่งเป้าทำลายรถบรรทุกน้ำมันคันหนึ่ง ทว่าตัวโดรนกลับบินพลาดเป้า และระบบโดรนสอดแนมที่บินเฝ้าติดตามรถบรรทุกคันดังกล่าว ก็ถูกตรวจจับและยิงร่วงตกทันทีโดยระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแบบ Tor (Tor surface-to-air missile system) ของฝ่ายรัสเซีย
"แต่อย่างน้อย ตอนนี้พวกเราก็ได้รับทราบข้อมูลแล้วว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศ Tor ติดตั้งอยู่ตรงพิกัดนั้น" หนึ่งในทีมกะลาสีปฏิบัติการโดรนกล่าว พร้อมทั้งทำการบันทึกข้อมูลพิกัดของ Tor ลงในระบบชี้เป้าหมายสมรภูมิดิจิทัล (digital battlefield targeting system) ของยูเครน — เพื่อทิ้งเป้าหมายไว้สำหรับปฏิบัติการโจมตีในวันข้างหน้าต่อไป
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/e5i8w?utm_source=copy-link&utm_campaign=3359863&utm_medium=share_widget