.
นายกฯ เช็กไม่สมทบเงินช่วยยูเครน บอก “เราไม่ได้ทำสงคราม ยูเครนต่างหากที่ทำ” ตั้งคำถามยุทธศาสตร์ NATO เน้นอาวุธมากกว่าสันติภาพ
10-7-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า ประเทศสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) ยังคงแสดงท่าทีเคลือบแคลงสงสัยต่อยุทธศาสตร์ของ องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในการเดินหน้าให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ ประเทศยูเครน (Ukraine) ซึ่งทางเช็กไม่ได้ร่วมสมทบเงินสนับสนุนทางการเงินในส่วนนี้ ตามคำแถลงของ นายกรัฐมนตรีอังเดร บาบิส (Andrej Babis) ระหว่างเดินทางออกจากการประชุมสุดยอดผู้นำนาโต ณ กรุงอังการา (Ankara) ประเทศตุรกี (Türkiye) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
พรรคการเมืองของ นายกรัฐมนตรีอังเดร บาบิส (Andrej Babis) ประสบความสำเร็จในการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา ภายใต้นโยบายชาตินิยม ซึ่งรวมถึงการยกเลิกนโยบายการให้ความช่วยเหลือแก่ ประเทศยูเครน (Ukraine) ที่เคยได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจาก นายกรัฐมนตรีคนก่อน เปเตอร์ ฟิอาลา (Petr Fiala) พร้อมทั้งหันไปเรียกร้องให้ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับ ประเทศรัสเซีย (Russia) ผ่านช่องทางทางการทูตแทน
ทั้งนี้ ปฏิญญาที่ได้รับการอนุมัติร่วมกันโดยบรรดาผู้นำ สมาชิกนาโต (NATO) ณ กรุงอังการา ในสัปดาห์นี้ ได้เน้นย้ำถึงคำมั่นสัญญาในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร ความช่วยเหลือ และการฝึกอบรมให้แก่ ประเทศยูเครน (Ukraine) มูลค่ารวม 70,000 ล้านยูโร (ประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี พ.ศ. 2569 (2026) โดยคาดว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณในระดับใกล้เคียงกันนี้ในปีถัดไปด้วย อย่างไรก็ดี เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่แพ็กเกจความช่วยเหลือใหม่ ทว่าเป็นการรวบรวมพันธกรณีที่เคยให้ไว้ในอดีต ซึ่งรวมถึงเงินกู้ร่วมของ สหภาพยุโรป (EU) ที่ได้รับการอนุมัติไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยที่ ประเทศสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) ประเทศฮังการี (Hungary) และ ประเทศสโลวาเกีย (Slovakia) ได้ตัดสินใจเลือกที่จะไม่เข้าร่วมในกลไกความช่วยเหลือดังกล่าว
"เราไม่ได้อยู่ในสภาวะสงคราม ยูเครนต่างหากที่อยู่ในสงคราม" นายกรัฐมนตรีอังเดร บาบิส (Andrej Babis) กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ เมื่อถูกถามว่าการเพิ่มงบประมาณของ สมาชิกนาโต (NATO) จะช่วยกดดันให้กรุงมอสโกยอมเข้าสู่การเจรจาหรือไม่ พร้อมกับระบุเสริมว่า "ผมไม่รู้หรอก เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์" โดยผู้นำสาธารณรัฐเช็กระบุว่าการอภิปรายในระหว่างการประชุมสุดยอดส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่เรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่าการสร้างสันติภาพ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีอังเดร บาบิส (Andrej Babis) กล่าวว่า ประเทศสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) ตั้งเป้าที่จะยกระดับงบประมาณด้านกลาโหมให้ถึงเกณฑ์ร้อยละ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ตามข้อกำหนดของ สมาชิกนาโต (NATO) ในปีหน้า ทว่าประเทศก็ยังมีความจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในภาคส่วนสาธารณสุข การปรับขึ้นเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และความต้องการเร่งด่วนอื่น ๆ ภายในประเทศเช่นเดียวกัน
ทำเนียบเครมลินชี้ สหรัฐฯ เพ้อฝันเรื่องการสนับสนุนยูเครน
ทางฝั่ง ประเทศยูเครน (Ukraine) กำลังพยายามแสวงหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมจากชาติตะวันตกเพื่อนำมาใช้ในการเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับการส่ง อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพพิสัยไกล (Kamikaze Drones) เพื่อมุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน เรือบรรทุกน้ำมัน และเป้าหมายสำคัญอื่น ๆ ภายในดินแดนของ ประเทศรัสเซีย (Russia) ซึ่งในระหว่างการประชุมทวิภาคีระหว่าง ประเทศสหรัฐฯ (US) และ ประเทศยูเครน (Ukraine) นอกรอบการประชุมสุดยอดนาโตนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ได้กล่าวอ้างว่าการยกระดับการโจมตีดังกล่าว "จะช่วยสร้างพื้นที่ในการเจรจาเพื่อนำไปสู่การยุติสงครามในครั้งนี้" โดยที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้แสดงท่าทีเห็นพ้องกับตรรกะและเหตุผลดังกล่าวด้วยเช่นกัน
สำหรับการแสดงความคิดเห็นต่อถ้อยแถลงของฝั่งสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี โฆษกทำเนียบเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) ระบุว่า คณะผู้นำของ ประเทศสหรัฐฯ (US) กำลังดำเนินนโยบายของตนอยู่บนพื้นฐานของ "ความเพ้อฝันที่ว่าการยกระดับความรุนแรงและการกดดันทางทหารจะสามารถนำไปสู่แนวทางการเจรจาเพื่อยุติปัญหาอย่างสันติได้" พร้อมทั้งเตือนว่าแนวทางดังกล่าวอาจส่งผลให้การสู้รบต้องยืดเยื้อยาวนานยิ่งขึ้น และจะเป็นการกระตุ้นให้ ประเทศรัสเซีย (Russia) จำเป็นต้อง "สร้างเขตกันชน (Buffer Zone) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น" กับ ประเทศยูเครน (Ukraine)
พรรคร่วมรัฐบาลเช็กระส่ำจากปมเงินช่วยเหลือยูเครน
ประเด็นการให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนได้ก่อให้เกิดความตึงเครียดขึ้นภายในพรรคร่วมรัฐบาลของ ประเทศสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) ก่อนหน้าที่จะเริ่มการประชุมสุดยอดเพียงไม่นาน หลังจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปเตอร์ มาซินกา (Petr Macinka) ได้ประกาศการโอนเงินจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้รับการเปิดเผยตัวเลขไปยัง กองทุน PURL (PURL) ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้กรอบการทำงานของ สมาชิกนาโต (NATO) ที่ประเทศสมาชิกในยุโรปใช้สำหรับจ่ายค่าอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ เพื่อส่งมอบต่อให้กับกรุงคีฟ
ทางด้าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร โทมิโอะ โอกามูระ (Tomio Okamura) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างรุนแรงและเปิดเผย ได้โจมตีการดำเนินการดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาล ทว่า นายกรัฐมนตรีอังเดร บาบิส (Andrej Babis) กลับเลือกที่จะเข้าข้าง เปเตอร์ มาซินกา (Petr Macinka) โดยให้เหตุผลว่าเงินจำนวนนี้ได้รับการจัดสรรไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนของ เปเตอร์ ฟิอาลา (Petr Fiala) แล้ว และไม่สามารถดึงกลับคืนมาเป็นงบประมาณแผ่นดินได้ โดยนายกรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือแบบครั้งเดียวเป็นจำนวนเงินเล็กน้อยเพื่อนำไปจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับสำหรับยิงสกัดกั้น (Interceptor Drones) นั้น ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการโอนเงินสดโดยตรงให้แก่รัฐบาลยูเครน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/642800-babis-nato-ukraine-strategy/