รัฐบาลจีนเลิกอุ้มตลาดหุ้น?นักลงทุนซบกองทุนทองคำ
รัฐบาลจีนเลิกอุ้มตลาดหุ้น? นักลงทุนแห่ถอนเงินไปซบกองทุนทองคำ ดัน ETF ทองคำสปอตจีนขึ้นเป็นกองทุนใหญ่สุดในประเทศ
7-7-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กองทุน ETF ทองคำแบบสปอตของจีนก้าวขึ้นมาแทนที่ Huatai-PineBridge CSI 300 ETF เป็นกองทุนรวมอิงดัชนีที่มีมูลค่ามากที่สุดในประเทศ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการสนับสนุนตลาดหุ้นโดยภาครัฐผ่าน “ทีมชาติ” ลดระดับลงไปมากเพียงใด
กองทุนรวมดัชนี (ETF) ประเภททองคำแท่งของประเทศจีน (China) ได้ก้าวขึ้นเป็นกองทุน ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอย่างเป็นทางการ แซงหน้ากองทุน Huatai-PineBridge CSI 300 ETF ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการลดบทบาทลงอย่างต่อเนื่องของมาตรการพยุงตลาดหุ้นที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
ปัจจุบันกองทุน Huaan Yifu Gold ETF มีมูลค่าตามราคาตลาด (market capitalization) อยู่ที่ 90,000 ล้านหยวน (หรือประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเฉือนชนะกองทุน CSI 300 ETF ที่มีมูลค่า 83,000 ล้านหยวน ซึ่งในอดีตกองทุนดังกล่าวเคยเป็นเครื่องมือหลักที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากกลุ่มที่เรียกขานกันว่า “ทีมชาติ” (national team) ของจีน โดยในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด มูลค่าของกองทุน CSI 300 ETF เคยพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 440,000 ล้านหยวน หลังจากบริษัท Central Huijin Investment Ltd. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของจีน ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้ระดมเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าพยุงตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ “ทีมชาติจีน” (China’s national team) ได้เริ่มทยอยลดสัดส่วนการถือครองหุ้นในกองทุน ETF ขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการลดความร้อนแรงของตลาด (temper market froth) การลดบทบาทการสนับสนุนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อดัชนี CSI 300 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 4.9 ในปีนี้ ซึ่งยังถือว่าตามหลังดัชนี MSCI Asia Pacific Index ที่ปรับตัวขึ้นถึงร้อยละ 21 แม้ว่าดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Star 50 จะสามารถพุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ก็ตาม
ด้านกองทุนทองคำเองก็ไม่ได้รอดพ้นจากความผันผวนของตลาดไปเสียทีเดียว เนื่องจากมูลค่าของกองทุนได้ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดที่ 136,000 ล้านหยวน ตามราคาทองคำที่อ่อนตัวลงในปีนี้และแรงเทขายจากนักลงทุน ทว่าการฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยในช่วง 2 วันที่ผ่านมาก็เพียงพอที่จะผลักดันให้กองทุนทองคำแซงหน้ากองทุน Huatai-PineBridge ETF ซึ่งยังคงเผชิญกับภาวะเงินไหลออกอย่างต่อเนื่องประมาณ 18,500 ล้านหยวนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยอดเงินไหลออกที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
การเปลี่ยนแปลงลำดับกองทุน ETF ขนาดใหญ่ที่สุดของจีนในครั้งนี้ ช่วยสะท้อนภาพชัดเจนว่านักลงทุนกำลังย้ายฐานเงินทุนไปวางไว้ที่ใดในยามที่ภาครัฐลดระดับการสนับสนุนตลาดลง โดยปัจจุบันกองทุน ETF ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 และ 4 ของประเทศ ได้แก่ กองทุน HFT CSI Short Term Note ETF และกองทุน Hwabao WP Cash Tianyi Traded Money Market ETF ตามลำดับ
การผงาดขึ้นมาของกองทุนเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (defensive assets) ที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในกลุ่มตราสารหนี้และผลิตภัณฑ์บริหารจัดการเงินสด แม้ว่าตลาดหุ้นจีนจะมีความเคลื่อนไหวเชิงบวกในปีนี้ แต่ผลกำไรส่วนใหญ่มักจะกระจุกตัวอยู่เพียงในกลุ่มหุ้นฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI เท่านั้น ในขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยกดดันภาพรวมของตลาดหุ้นจีนโดยรวมอย่างต่อเนื่อง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-06/china-s-biggest-etf-is-now-a-gold-fund-as-national-team-retreats?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy