.
หลังทรัมป์ประกาศว่า "ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านสิ้นสุดแล้ว" สหรัฐหันมาเปิดศึกเพื่อชิงความได้เปรียบในช่องแคบฮอร์มุซ
โดย Barak Ravid
10-7-2206
ทำเนียบขาวกำลังเตรียมรับมือกับการเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อหลายวันหรือแม้แต่หลายสัปดาห์ โดยมีชนวนหลักคือความขัดแย้งเกี่ยวกับ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เจ้าหน้าที่สหรัฐให้ข้อมูลกับ Axios ว่า ระยะเวลาและความรุนแรงของการปะทะครั้งใหม่นี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของอิหร่านในลำดับต่อไปทั้งหมด
สงครามที่เริ่มต้นขึ้นด้วยเป้าหมายในการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านและกำจัดสิ่งที่เหลืออยู่ของโครงการนิวเคลียร์ ได้เปลี่ยนไปเป็นการต่อสู้เพื่อควบคุมเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า การยกระดับสถานการณ์ในปัจจุบันอาจกินเวลาตั้งแต่เพียง 1–2 วัน ไปจนถึง 1 สัปดาห์ หรือแม้แต่ 1 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าอิหร่านจะยังคงโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซต่อไปหรือไม่ เขากล่าวว่า "เราจะจัดการพวกเขาให้เจ็บตัวสักหน่อย เพื่อให้รู้ว่าเราไม่ได้ล้อเล่น"
ในขณะนี้ ความพยายามทางการทูตได้หยุดชะงักลง และแรงกดดันทางทหารกลับมาเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อีกครั้ง
เมื่อวันพุธ ทรัมป์ประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันที่ระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับอิหร่าน "สิ้นสุดแล้ว" หลังเกิดการปะทะกัน ซึ่งมีชนวนจากการที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากนั้น สหรัฐได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นรอบที่สอง โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภายในอิหร่าน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐในคูเวตและบาห์เรน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมละทิ้งสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน ทรัมป์ก็ส่งสัญญาณว่าพร้อมลดระดับความตึงเครียด โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One ว่า "เจ้าหน้าที่อิหร่านโทรมาหาเมื่อไม่นานนี้ และพวกเขาต้องการทำข้อตกลง" อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าทรัมป์หมายถึงการติดต่อใด และทางการอิหร่านก็ยังไม่ได้ยืนยันว่ามีการติดต่อโดยตรงเกิดขึ้น
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า "ผมไม่รู้ว่าพวกเขาคู่ควรกับการทำข้อตกลงหรือไม่ ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะรักษาสัญญาหรือเปล่า พูดตามตรง พวกเขาดูบ้าพอสมควร"
ด้าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) ผู้เจรจาระดับสูงของอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่า "ใช้การข่มขู่และผิดคำสัญญา" พร้อมเตือนว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เดินเรือได้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขของอิหร่านเท่านั้น เขาโพสต์บน X ว่า "ถ้าคุณโจมตี คุณก็จะถูกโจมตีตอบ" และกล่าวเสริมว่า "ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดภายใต้ 'การจัดการของอิหร่าน' ไม่ใช่ภายใต้คำขู่ของอเมริกา"
สำหรับรัฐบาลทรัมป์ เป้าหมายสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ และรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือของเรือพาณิชย์ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงานโลก
ในทางกลับกัน อิหร่านมองว่าการรักษาอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเงื่อนไขสำคัญในการยุติสงคราม
ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกำหนดสำคัญในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แต่การตีความเงื่อนไขเกี่ยวกับช่องแคบที่แตกต่างกันกำลังทำให้ข้อตกลงดังกล่าวล่มสลาย
แม้ MOU จะกำหนดให้อิหร่านต้องอนุญาตให้เรือเดินผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย แต่หลังจากลงนามไม่นาน อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐละเมิดข้อตกลง ด้วยการนำเรือไปใช้เส้นทางเดินเรือด้านใต้ ใกล้ชายฝั่งโอมาน โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากเตหะราน
เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า ทำเนียบขาวเชื่อว่าขณะนี้สหรัฐมีพื้นที่ในการยกระดับแรงกดดันมากขึ้น เพราะในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกน้ำมันหลายร้อยลำสามารถเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลสหรัฐกังวลน้อยลงว่า การปะทะรอบใหม่จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในทันที เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่สหรัฐอ้างว่า ความตึงเครียดครั้งนี้เกิดจากความไม่พอใจของกลุ่มสายแข็งภายในรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งมองว่าบันทึกความเข้าใจไม่ได้สร้างผลประโยชน์ที่แท้จริงให้กับประเทศ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า อิหร่านเห็นว่าอำนาจต่อรองของตนในช่องแคบฮอร์มุซกำลังลดลง เพราะเรือหลายร้อยลำยังคงใช้เส้นทางด้านใต้ใกล้ชายฝั่งโอมานได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าสหรัฐจะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน แต่อิหร่านก็ยังขายน้ำมันได้ยาก เนื่องจากสถาบันการเงินไม่อนุมัติธุรกรรม และหลายประเทศไม่ต้องการพึ่งพาการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรที่มีลักษณะชั่วคราว
นอกจากนี้ เงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศก็ยังไม่ได้รับการปลดล็อก เพราะอิหร่านยังไม่ได้ดำเนินมาตรการด้านนิวเคลียร์ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลง
เจ้าหน้าที่สหรัฐยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่สหรัฐเป็นตัวกลางในการทำข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเลบานอนใน MOU จึงหมดความจำเป็นไป เขากล่าวว่า "ผู้นำอิหร่านบางส่วนไม่พอใจกับเรื่องเหล่านี้" พร้อมเสริมว่า "พวกเขาเริ่มยิงก่อน และเราตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ต้องตอบโต้ให้หนัก นี่เป็นกระบวนการ เรามีความอดทน แต่หากเราไม่ได้ข้อตกลงที่ต้องการ เราก็จะเดินหน้าต่อ"
ด้านรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ (J.D. Vance) กล่าวเมื่อวันพุธว่า จุดยืนของสหรัฐมีเพียงข้อเดียว คือ "ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดให้เดินเรือ" เขาเตือนว่า "หากอิหร่านพยายามปิดช่องแคบ จะมีการตอบโต้จากกองทัพสหรัฐ" พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า "พวกเขามีสองทางเลือก คือปฏิบัติตาม หรือเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา และมันจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่าพวกเขาจะเปิดเส้นทางเดินเรือและหยุดโจมตีเรือพาณิชย์"
ที่มา Axios