สิงคโปร์เปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์ชีวภาพแห่งแรก
สิงคโปร์เปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์ชีวภาพแห่งแรกของโลกใช้ ‘เซลล์สมองมนุษย์’ ประมวลผล ชูนวัตกรรมเซิร์ฟเวอร์ประหยัดพลังงาน เสริมศักยภาพ AI
25-8-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ NUS Medicine ได้ออกมาเปิดเผยว่า ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) ได้เปิดตัวศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระแห่งแรกของโลก ซึ่งใช้เซลล์สมองมนุษย์ที่มีชีวิตในการประมวลผลงานคำนวณบางประเภท โดยระบบดังกล่าวใช้พลังงานเพียงเศษเสี้ยวเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับฮาร์ดแวร์การคำนวณแบบดั้งเดิม ทั้งนี้ เซลล์ประสาท (neurons) ดังกล่าวจะได้รับการป้อนอาหารทุกๆ สามวัน และได้รับการค้ำจุนด้วยอุปกรณ์สนับสนุนการดำรงชีวิตโดยเฉพาะ
NUS Medicine ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องต้นแบบดังกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือกับ บริษัท เด ย์วัน (DayOne) ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลในสิงคโปร์ และ บริษัท คอร์ติคัล แล็บส์ (Cortical Labs) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพจาก ประเทศออสเตรเลีย (Australia) โดยระบบซึ่งตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการอธิบายจากทีมผู้พัฒนาว่า เป็นแร็คเซิร์ฟเวอร์เชิงชีววิทยาที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและดำเนินงานได้เองเป็นแห่งแรกของโลก
สถานอำนวยความสะดวกดังกล่าวประกอบด้วยคอมพิวเตอร์เชิงชีววิทยารุ่น CL1 จำนวน 20 ยูนิต ซึ่งแต่ละยูนิตบรรจุเซลล์ประสาทมนุษย์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการจำนวนไม่ต่ำกว่า 200,000 เซลล์ วางอยู่บนชิปซิลิคอนที่ติดตั้งอิเล็กโทรด โดยเซลล์ประสาทเหล่านี้สกัดมาจากเซลล์เม็ดเลือดที่ถูกเปลี่ยนโปรแกรมให้กลายเป็นสเตมเซลล์ ซึ่งเซลล์ประสาทจะทำการแลกเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้ากับฮาร์ดแวร์แบบดั้งเดิม แปลงกิจกรรมของเซลล์ให้กลายเป็นพลังในการประมวลผล
นายฮอน เว้ง ชง (Hon Weng Chong) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอร์ติคัล แล็บส์ (Cortical Labs) กล่าวว่า เครื่องต้นแบบนี้ได้ย้ายเทคโนโลยีการคำนวณเชิงชีววิทยา "จากการวิจัยไปสู่การประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์" โดยชี้ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถเข้ามาเติมเต็มระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในสภาวะที่ "ข้อมูลมีอย่างจำกัด" และสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เขายังได้ระบุถึงศักยภาพในการนำไปใช้ในด้านการค้นพบยาใหม่ นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ ระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการตรวจจับการทุจริต
ศูนย์ข้อมูลชีวภาพนี้มีความแตกต่างจากศูนย์ข้อมูลดั้งเดิมที่แน่นขนัดไปด้วยเซิร์ฟเวอร์ซึ่งใช้พลังงานสูงรวมถึงระบบระบายความร้อน เนื่องจากคอมพิวเตอร์ชีวภาพสามารถดำเนินงานได้ด้วยการใช้ไฟฟ้าเพียงเศษเสี้ยวเดียว ผ่านการดึงศักยภาพการประมวลผลตามธรรมชาติของเครือข่ายเซลล์ประสาทที่มีชีวิตมาใช้งาน
การดูแลให้ "คอมพิวเตอร์" เหล่านี้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีลักษณะคล้ายกับการดูแลรักษาห้องปฏิบัติการมากกว่าการดูแลห้องเซิร์ฟเวอร์ โดยเจ้าหน้าที่เทคนิคจะทำการป้อนสารอาหารผสมระหว่างน้ำตาล สารอาหารรอง และสารปรับสมดุลกรด-ด่าง (pH buffers) ให้แก่เซลล์ทุกๆ สามวัน ในขณะที่ระบบก๊าซจะทำหน้าที่ส่งผ่านก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน และไนโตรเจน
นายฮอน เว้ง ชง (Hon Weng Chong) ระบุว่า คอมพิวเตอร์ CL1 แต่ละยูนิตใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 30 วัตต์ ซึ่งรวมถึงพลังงานที่ใช้กับอุปกรณ์สนับสนุนการดำรงชีวิตแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยประมวลผล AI รุ่น Nvidia H100 SXM ที่สามารถใช้พลังงานสูงถึง 700 วัตต์ภายใต้การทำงานหนัก ขณะที่เซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งชิปดังกล่าวจำนวน 8 ตัว สามารถดึงพลังงานรวมอุปกรณ์สนับสนุนสูงถึงประมาณ 10,200 วัตต์
ความแตกต่างด้านการใช้พลังงานนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับ ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) ซึ่งเคยสั่งระงับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่เป็นการชั่วคราวในปี 2019 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา โดยศูนย์ข้อมูลต่างๆ คิดเป็นสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าสูงถึงประมาณร้อยละ 7 ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศเมื่อปี 2020
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนชิปซิลิคอน ซึ่ง นายฮอน เว้ง ชง (Hon Weng Chong) ย้ำว่า ซิลิคอนยังคง "เหนือกว่ามาก" สำหรับการคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำซ้ำๆ เบื้องหลังโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เช่น ChatGPT แต่ระบบชีวภาพสามารถเรียนรู้ได้จากตัวอย่างจำนวนที่น้อยกว่า และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/644581-biological-data-center-singapore/