สหรัฐฯ ผ่อนคลายคว่ำบาตรเวเนซุเอลา แต่กันจีน
สหรัฐฯ ผ่อนคลายคว่ำบาตรโทรคมนาคมเวเนซุเอลา แต่กันจีน ‘Huawei-ZTE’ ออก เปิดทางเทคฯ ยุโรป ‘Ericsson-Nokia’ ฮุบเค้ก 5G
26-8-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า การออกใบอนุญาตฉบับใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ (US) กำลังเปิดทางให้บรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมใน ประเทศเวเนซุเอลา (Venezuela) สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และการสนับสนุนทางเทคนิคที่เคยเข้าถึงได้ยากลำบากภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ขณะเดียวกันยังเป็นสัญญาณเปิดประตูรับการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ภาคโทรคมนาคมของเวเนซุเอลาอีกครั้งในอนาคต อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดที่ยกเว้นและกีดกันประเทศจีน (China) ออกจากสิทธิประโยชน์ดังกล่าว หมายความว่ากระบวนการเปิดตลาดครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ส่งผลให้เวเนซุเอลาต้องหันหลังให้แก่กลุ่มผู้จัดหาอุปกรณ์จากจีนที่เคยขยายอิทธิพลอย่างหนักในช่วงยุคการคว่ำบาตร
นายลีออน (Leon) ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท หัวเว่ย (Huawei) และ บริษัท แซดทีอี (ZTE) สองยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากจีน เคยเป็นผู้เข้ามากอบกู้และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเวเนซุเอลา ในช่วงที่มาตรการคว่ำบาตรยังคงมีผลบังคับใช้ ซึ่งช่วยให้เกิดการปรับใช้และวางโครงข่ายขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีจากจีนในขณะที่ผู้จัดหาอุปกรณ์ระหว่างประเทศรายอื่นต้องถอนตัวออกไป โดยบทบาทของจีนในเวลานั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กับบริษัทของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงผู้ให้บริการภาคเอกชนด้วย ทั้งนี้ บริษัท Huawei และ ZTE ยังไม่ได้ออกมากระทำความเห็นหรือตอบรับคำขอความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวในทันที
บทบาทของผู้จัดหาอุปกรณ์จากจีนในภาคโทรคมนาคมของเวเนซุเอลานั้นเริ่มต้นมานานก่อนหน้ามาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดของสหรัฐฯ โดยเอกสารชี้ชวนการลงทุนของ บริษัท ซีเอเอ็นทีวี (CANTV) ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาความร่วมมือมูลค่า 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ลงนามเมื่อปี 2019 ร่วมกันระหว่าง CANTV, บริษัท โมวิลเนต (Movilnet) และ Huawei เพื่อปรับใช้เทคโนโลยี 4G และ 5G โดยโครงการดังกล่าวครอบคลุมการจัดหา ติดตั้ง และตั้งค่าสถานีฐานวิทยุ LTE จำนวน 900 แห่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนผ่านกองทุนพัฒนาแห่งชาติของเวเนซุเอลา นอกจากนี้ Huawei และ ZTE ยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเคลื่อนที่และโทรศัพท์สายส่งดั้งเดิมในยุคก่อนหน้า ท่ามกลางการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่าง กรุงปักกิ่ง (Beijing) และ กรุงการากัส (Caracas) ภายใต้การนำของอดีต ประธานาธิบดีอูโก ชาเวซ (Hugo Chavez) และผู้สืบทอดตำแหน่ง ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro)
ประวัติศาสตร์ความเชื่อมโยงดังกล่าวส่งผลให้เวเนซุเอลาต้องเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน โดย นายลีออน (Leon) ชี้ว่า ความคิดเห็นในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมของเวเนซุเอลายังคงมีความแตกแยกต่อมรดกทางเทคโนโลยีของจีน ด้านหนึ่งเห็นว่าเทคโนโลยีของจีนช่วยให้โครงข่ายสามารถขยายตัวต่อไปได้ในสภาวะที่การเข้าถึงผู้จัดหาอุปกรณ์รายอื่นถูกจำกัด แต่อีกด้านหนึ่งโต้แย้งว่า การพึ่งพาระบบของจีนสร้างปัญหาความโดดเดี่ยวทางเทคโนโลยีและเกิดปัญหาความเข้ากันไม่ได้ของระบบ (compatibility problems) ด้วยเหตุนี้ กฎเกณฑ์ใหม่ของสหรัฐฯ จึงมีแนวโน้มที่จะ "พลิกโฉมภูมิทัศน์ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในเวเนซุเอลา" พร้อมทั้งสร้างความยากลำบากมากขึ้นในการบำรุงรักษาโครงข่ายเดิมที่สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของ Huawei และ ZTE
กลุ่มผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือผู้จัดหาอุปกรณ์จากฝั่งยุโรป เช่น บริษัท อีริคสัน (Ericsson) และ บริษัท โนเกีย (Nokia) โดย นายลีออน (Leon) ประเมินว่า Ericsson และ Nokia กำลังจะได้รับโอกาสมหาศาลในการชิงพื้นที่ตลาด โดยเฉพาะในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fibre) และเครือข่าย 5G เนื่องจาก ประเทศสหรัฐฯ (US) ไม่มีผู้จัดหาอุปกรณ์รายใหญ่ภายในประเทศที่สามารถนำเสนออุปกรณ์โครงข่ายวิทยุ 5G ได้ครบวงจรเหมือนกับ Huawei, Ericsson และ Nokia ส่งผลให้เทคโนโลยีจากยุโรปจะก้าวเข้ามามีบทบาทวิกฤตในโครงการต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติภายใต้มาตรการใหม่ของสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน เวเนซุเอลาได้เริ่มกระบวนการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับเครือข่ายยุคใหม่แล้ว โดยการประมูลคลื่นความถี่ 2 ครั้งในปีที่ผ่านมาได้จัดสรรความถี่เพื่อขยายบริการ 4G และ 5G ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Movilnet ได้รับมอบคลื่นความถี่ 100MHz ในย่านความถี่ 3.5GHz สำหรับการปรับใช้ 5G ขณะที่ CANTV ได้รับคลื่นความถี่เพิ่มเติมในย่านความถี่ 2.6GHz
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยียังเกิดขึ้นท่ามกลางการยกเครื่องโครงสร้างตลาดโทรคมนาคมครั้งใหญ่ของเวเนซุเอลา โดย บริษัท เทเลโฟนิกา (Telefonica) จาก ประเทศสเปน (Spain) กำลังเดินหน้าแผนการถอนตัวออกจากภูมิภาคละตินอเมริกา ส่งผลให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตการถือหุ้นใน บริษัท โมวิสตาร์ (Movistar) ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเวเนซุเอลาและเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของประเทศ ซึ่งการถอนตัวดังกล่าวอาจเปลี่ยนทั้งโครงสร้างความเป็นเจ้าของในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเวเนซุเอลา และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายกับผู้จัดหาเทคโนโลยี โดยภาคส่วนต่างๆ กำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่าใครจะเข้าซื้อกิจการต่อ และจะนำไปสู่การลงทุนใหม่ๆ หรือไม่
การที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดเงื่อนไขกีดกันจีนออกจากนโยบายโทรคมนาคมของเวเนซุเอลา ถือเป็นการดึงนโยบายคว่ำบาตรเวเนซุเอลาเข้าสู่ศูนย์กลางของศึกการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ครอบคลุมในระดับโลก โดย นายลีออน (Leon) สรุปว่า การออกใบอนุญาตครั้งนี้สามารถตีความได้ 2 ทาง คือ เป็นการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเพื่อช่วยฟื้นฟูภาคโทรคมนาคมของเวเนซุเอลา หรือมองผ่านเลนส์ภูมิรัฐศาสตร์ว่าเป็นความพยายามของวอชิงตันในการสกัดกั้นความทะเยอทะยานของจีนในเครือข่าย 5G ระดับโลก ทั้งนี้ การที่มาตรการใหม่จะสามารถลดทอนอิทธิพลของจีนในเวเนซุเอลาได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของบริษัทตะวันตกในการก้าวเข้าสู่ตลาดที่ยังมีความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจสูง ตลอดจนความสามารถของผู้ให้บริการในเวเนซุเอลาในการกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจีนที่ฝังรากลึกอยู่ในโครงข่ายเดิม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3365115/us-targets-chinas-telecoms-grip-venezuela-new-sanctions-carve-out?module=top_story&pgtype=section