.
'นอร์เวย์' ยึดเรือรัสเซียกลางอาร์กติก บังคับคดีค่าชดเชย $4,220 ล้าน ให้ยูเครน ปมยึดทรัพย์ไครเมีย ขณะมอสโกตราหน้า 'โจรสลัด'
4-9-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า นอร์เวย์ (Norway) ยึดเรือรัสเซีย (Russia) ลำหนึ่งในอาร์กติก (Arctic) เพื่อบังคับตามคำชี้ขาดค่าชดเชยมูลค่า 4,220 ล้านดอลลาร์ ที่บริษัทพลังงาน Naftogaz ของยูเครน (Ukraine) ชนะคดีจากการที่มอสโก (Moscow) ยึดสินทรัพย์ของบริษัทเมื่อรัสเซียผนวกไครเมีย (Crimea) ในปี 2557 ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เมื่อค่ำวันพุธ
ทางการประเทศนอร์เวย์ (Norway) ได้ดำเนินการอายัดเรือสัญชาติรัสเซียลำหนึ่งในภูมิภาคอาร์กติก (Arctic) เพื่อบังคับใช้มาตรการเรียกร้องค่าชดเชยงวดมูลค่า 4.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งชนะคดีโดย บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) บริษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานแห่งประเทศยูเครน (Ukraine) จากกรณีที่ทางการกรุงมอสโก (Moscow) ดำเนินการยึดทรัพย์สินของบริษัทในระหว่างการผนวกรวม คาบสมุทรไครเมีย (Crimea) เมื่อปี 2014
รายงานจาก สำนักงานกฎหมาย คอฟฟิงตัน (Covington) ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายสัญชาติอเมริกันผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนทางกฎหมายให้แก่ บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) ระบุว่า เรือลำดังกล่าวคือ เรือโปรเฟสเซอร์ มอลชาเนอฟ (Professor Molchanov) โดยถูกเข้าอายัดบริเวณนอกชายฝั่ง หมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard) ซึ่งเป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรอาร์กติกภายใต้ปกครองของประเทศนอร์เวย์ (Norway)
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวทาสส์ (TASS) ซึ่งเป็นสำนักข่าวแห่งรัฐของประเทศรัสเซีย (Russia) ได้อ้างคำกล่าวของโฆษก กระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศรัสเซีย (Russian Foreign Ministry) โดยระบุว่า ปฏิบัติการและการกระทำของทางการนอร์เวย์ในครั้งนี้เข้าข่าย "การกระทำอันเป็นโจรสลัด (piracy)"
ที่ทำการผู้ว่าการหมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard governor’s office) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เรือลำดังกล่าวถูกอายัดและจะถูกกักไว้ ณ หมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard) พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า "ผู้ว่าการจะทำหน้าที่ดูแลคณะลูกเรือและผู้โดยสารบนเรือ โดยประสานงานร่วมกับ บริษัท ทรัสต์ อาร์กติกอูกอล (Trust Arktikugol)"
ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานตัวเลขที่แน่ชัดเกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือบนเรือลำดังกล่าว โดย บริษัท ทรัสต์ อาร์กติกอูกอล (Trust Arktikugol) ถือเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจของประเทศรัสเซีย (Russia) ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สินของทางการกรุงมอสโก (Moscow) บนหมู่เกาะแห่งนี้
สำหรับ หมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard) ได้รับการรับรองให้อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศนอร์เวย์ (Norway) มาตั้งแต่ปี 1925 และได้รับการบริหารจัดการภายใต้ข้อกำหนดของ สนธิสัญญาสวาลบาร์ด ปี 1920 (1920 Svalbard Treaty) ซึ่งเปิดทางให้พลเมืองของประเทศภาคีสมาชิกผู้ลงนาม รวมถึงประเทศรัสเซีย (Russia) สามารถเข้ามาตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพได้โดยไม่ต้องถือวีซ่า
รายงานระบุว่า เรือลำดังกล่าวได้เดินทางมาถึงเมื่อวันอังคาร ณ เมืองบาเรนตส์เบิร์ก (Barentsburg) ซึ่งเป็นชุมชนทำเหมืองถ่านหินภายใต้การบริหารของประเทศรัสเซีย บน เกาะสปิตสเบอร์เกน (Spitsbergen) ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสวาลบาร์ด พร้อมด้วยคณะนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย อ้างอิงตามรายงานของผู้สื่อข่าวซึ่งร่วมเดินทางไปกับคณะดังกล่าว
นายอันเดรย์ กอร์บูนอฟ (Andrei Gorbunov) บรรณาธิการบริหารของสถานีวิทยุ กอมโซมอลสกายา ปราวาดา หรือ เคพี (Komsomolskaya Pravda - KP) เปิดเผยว่า เรือลำดังกล่าวได้เข้าเทียบท่าโดยปราศจากเหตุวุ่นวาย และสมาชิกของคณะสำรวจได้เดินทางขึ้นสู่ฝั่งเรียบร้อยแล้ว โดยข่าวเรื่องการอายัดเรือเพิ่งปรากฏออกสู่สาธารณชนเมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา
"การอายัดเรือในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้เข้าร่วมคณะสำรวจหรือลูกเรือแต่อย่างใด ไม่มีผู้ใดถูกจับกุม ทุกคนยังคงดำเนินภารกิจตามปกติ" นายอันเดรย์ กอร์บูนอฟ (Andrei Gorbunov) เขียนระบุบนเว็บไซต์ของสื่อ KP "สำหรับในเวลานี้ เรือโปรเฟสเซอร์ มอลชาเนอฟ (Professor Molchanov) เพียงถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกจากท่าเรือเมืองบาเรนตส์เบิร์ก (Barentsburg) เท่านั้น และยังไม่มีความชัดเจนอย่างสิ้นเชิงว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด"
ก่อนหน้านี้ บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) เคยชนะคำสั่งศาลในการสั่งอายัดอสังหาริมทรัพย์จำนวน 2 แห่งของ บริษัท ทรัสต์ อาร์กติกอูกอล (Trust Arktikugol) บนหมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard) ซึ่งรวมถึงบ้านพักรับรองให้เช่า ทว่าฝ่ายประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ยื่นคัดค้านทางกฎหมายต่อคำสั่งดังกล่าว
บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) ได้ดำเนินกระบวนการทางกฎหมายต่อประเทศรัสเซีย (Russia) มาตั้งแต่ปี 2016 เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับการเวนคืนและริบทรัพย์สินของบริษัทในคาบสมุทรไครเมีย (Crimea) โดยต่อมา อนุญาโตตุลาการ ณ กรุงเฮก (Tribunal in The Hague) ได้มีคำตัดสินเมื่อเดือนเมษายน ปี 2023 สั่งให้ประเทศรัสเซีย (Russia) ชำระค่าเสียหายให้แก่นัฟโตกาซเป็นมูลค่า 4.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย
"ประเทศรัสเซีย (Russia) ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเพียงด้วยการปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ" นายเซอร์ฮี เฟโดเรนโก (Sergii Fedorenko) รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) กล่าวระบุ
ด้านทางการประเทศนอร์เวย์ (Norway) ชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อพิพาททางกฎหมายระหว่าง บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) และประเทศรัสเซีย (Russia) โดยตรง และไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ณ กรุงออสโล (Oslo) แต่อย่างใด
"ในฐานะคู่ความในคดี ประเทศรัสเซีย (Russia) สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลแขวงทำการทบทวนและประเมินคดีดังกล่าวใหม่ได้" กระทรวงยุติธรรมแห่งประเทศนอร์เวย์ (Norwegian Justice Ministry) ระบุในแถลงการณ์
ขณะที่ สำนักงานกฎหมาย คอฟฟิงตัน (Covington) เปิดเผยว่า ทางสำนักงานได้สะแกนและติดตามพิกัดของ เรือโปรเฟสเซอร์ มอลชาเนอฟ (Professor Molchanov) ซึ่งปกติถูกนำมาใช้เป็นเรือเรือพาณิชย์ท่องเที่ยวล่องเรือ (commercial cruises) มานานหลายเดือนแล้ว โดยเมื่อคาดการณ์ถึงการเดินทางมาถึงของเรือ ลิขสิทธิ์ทนายความของ บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้อายัดเรือและนำออกขายทอดตลาดโดยบังคับคดี
คำร้องดังกล่าวได้รับการอนุมัติเมื่อวันจันทร์โดย ศาลแขวงนอร์ด-ทรอมส์ และเซนจา (Nord-Troms and Senja District Court) ซึ่งสั่งการให้ผู้ว่าการหมู่เกาะสวาลบาร์ดบังคับใช้คำสั่ง ดูแลควบคุมเรือ และสร้างหลักประกันว่าเรือจะไม่ถูกเคลื่อนย้ายไป ณ ที่ใด
บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) ระบุว่า กำลังประสานงานบังคับคดีครอบคลุมหลายเขตอำนาจศาล รวมถึงใน ประเทศสหรัฐอเมริกา (US), ประเทศฝรั่งเศส (France), ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) และ ประเทศฟินแลนด์ (Finland) ซึ่งสินทรัพย์ของประเทศรัสเซีย (Russia) ถูกสั่งอายัดไว้ ขณะที่ฝ่ายประเทศรัสเซีย (Russia) กำลังยื่นอุทธรณ์โดยอ้างว่ามิได้รับแจ้งล่วงหน้า
"พวกเราจะยังคงเดินหน้ายึดสินทรัพย์ของประเทศรัสเซีย (Russia) ทั่วโลก จนกว่าเงินค่าชดเชยที่ถูกตัดสินให้แก่บริษัท นัฟโตกาซ (Naftogaz) และบริษัทในเครือกลุ่มนัฟโตกาซจะได้รับการชำระจนครบถ้วน" บริษัทพลังงานแห่งประเทศยูเครน (Ukraine) ระบุเน้นย้ำ
สำหรับ เมืองบาเรนตส์เบิร์ก (Barentsburg) ถือเป็นหนึ่งในสองชุมชนของประเทศรัสเซีย (Russia) บนหมู่เกาะสวาลบาร์ด (Svalbard) เคียงข้าง เมืองปิรามิดเดน (Pyramiden) โดยชุมชนทั้งสองแห่งมีประชากรรวมกัน 392 คน จากประชากรทั้งหมด 2,914 คนบนหมู่เกาะ อ้างอิงตามข้อมูลจาก สำนักงานสถิตินอร์เวย์ (Statistics Norway)
ทั้งนี้ สนธิสัญญาสวาลบาร์ด (Svalbard Treaty) ได้จำกัดการใช้พื้นที่หมู่เกาะในเชิงการทหาร ทว่าไม่ได้กำหนดให้พื้นที่แห่งนี้เป็นเขตปลอดทหาร (demilitarised zone) โดยที่ผ่านมา ประเทศรัสเซีย (Russia) มักออกมาก่อข้อกล่าวหาทางการประเทศนอร์เวย์ (Norway) ว่าพยายามสั่งสมกำลังทางการทหารบนหมู่เกาะ ซึ่งทางการกรุงออสโล (Oslo) ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/3nbgz?utm_source=copy-link&utm_campaign=3366254&utm_medium=share_widget