ทีมไซเบอร์จีน-สิงคโปร์อ้างเจาะเทอร์มินัล Starlink
ทีมไซเบอร์จีน-สิงคโปร์อ้างเจาะเทอร์มินัล Starlink สำเร็จ ยึดสิทธิ์ผู้ดูแลระบบเต็มรูปแบบ เปิดทางวิจัยช่องโหว่เครือข่ายดาวเทียม
4-9-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า คณะผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ได้ออกมาประกาศความสำเร็จในการเจาะระบบและแทรกซึมจานรับสัญญาณผู้ใช้ของระบบดาวเทียม สตาร์ลิงก์ (Starlink) รุ่นล่าสุด ซึ่งนับเป็นการก้าวข้ามปราการความปลอดภัยของกลุ่มดาวเทียมสื่อสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ
แถลงการณ์ผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดย สถาบันวิจัยดาร์กเนวี (Darknavy) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยความมั่นคงทางไซเบอร์อิสระที่มีสำนักงานใหญ่ร่วม ณ ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) และนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ประเทศจีน (China) ระบุว่า คณะวิจัยได้ใช้เทคนิคการโจมตีทางฮาร์ดแวร์ระดับสูง (Advanced hardware attacks) จนสามารถยึดสิทธิ์การควบคุมระดับผู้ดูแลระบบ หรือ แอดมิน (Full administrative control) เหนือตัวอุปกรณ์จานรับสัญญาณได้สำเร็จ ซึ่งเปิดทางให้สามารถรันและส่งคำสั่งรหัสภายนอก (Custom code) เข้าสู่ตัวอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์
รายงานของสถาบันวิจัยระบุว่า ความสำเร็จในครั้งนี้นอบเสรีภาพในการทดสอบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้แก่บรรดานักวิจัย โดยเป็นการเปิดประตูช่องทางเข้าสู่ระบบที่เคยขาดหายไปนาน เพื่อใช้สำหรับการศึกษาวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของเครือข่ายดาวเทียม สตาร์ลิงก์ (Starlink)
สำหรับ สตาร์ลิงก์ (Starlink) ซึ่งเป็นบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ เอ็ลอีโอ (Low-Earth-orbit - LEO) ของ บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ดำเนินการโดยการเชื่อมโยงจานรับสัญญาณของผู้ใช้เข้ากับกลุ่มดาวเทียมในอวกาศ ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลไปยังสถานีภาคพื้นดิน (Ground gateways) เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตในวงกว้าง
ยิ่งไปกว่านั้น ดาวเทียมรุ่นใหม่ของ สตาร์ลิงก์ (Starlink) ได้รับการติดตั้งระบบเชื่อมต่อด้วยเลเซอร์ (Laser links) ซึ่งเปิดทางให้ดาวเทียมสามารถสื่อสารและส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันได้โดยตรงในอวกาศ ลดการพึ่งพาสถานีภาคพื้นดิน เพิ่มพูนความเร็วในการส่งผ่านข้อมูล และขยายขอบเขตการให้บริการครอบคลุมทั่วโลก
ในสภาวะการณ์ของสมรภูมิรบ อาทิ ศึกสงครามในประเทศยูเครน (Ukraine) ซึ่งไม่มีสถานีภาคพื้นดินตั้งอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ จานรับสัญญาณ สตาร์ลิงก์ (Starlink) ยังคงสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ผ่านการส่งสัญญาณรอนแรมผ่านดาวเทียมเพื่อไปเชื่อมต่อกับสถานีภาคพื้นดินในประเทศเพื่อนบ้าน ตัวอุปกรณ์จานรับสัญญาณจึงทำหน้าที่เป็นทั้งเสาอากาศและอุปกรณ์จัดเส้นทาง หรือ รูเตอร์ (Router) ซึ่งส่งผลให้อุปกรณ์ชิ้นนี้กลายเป็นโหนด (Node) เชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มดาวเทียม โดยที่ผ่านมา การศึกษาวิจัยความปลอดภัยของระบบดาวเทียมดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากจานรับสัญญาณไม่สามารถถูกแฮกหรือเจาะระบบได้
ย้อนกลับไปในการประชุมความมั่นคงไซเบอร์ แบล็ก แฮต ยูเอสเอ ปี 2022 (Black Hat USA 2022) นายเลนเนิร์ต วูเตอร์ส (Lennert Wouters) นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัย คู เลอเวิน (KU Leuven) แห่งประเทศเบลเยียม ได้เคยสาธิตการโจมตีจานรับสัญญาณ สตาร์ลิงก์ (Starlink) รุ่นแรก ด้วยเทคนิคการปล่อยแรงดันไฟฟ้าขัดข้อง หรือ โวลเทจ ฟอลต์ อินเจคชัน (Voltage fault injection) ซึ่งเป็นระเบียบวิธีการโจมตีฮาร์ดแวร์ระดับสูง อย่างไรก็ดี บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ได้ยกระดับการป้องกันความปลอดภัยในรุ่นถัดมา ส่งผลให้ทีมวิจัยชั้นนำระดับโลกจำนวนมากไม่สามารถเจาะระบบจานรับสัญญาณรุ่นใหม่ได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
กระทั่งเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว สถาบันวิจัยดาร์กเนวี (Darknavy) ได้ทำการจัดซื้อจานรับสัญญาณรุ่น สตาร์ลิงก์ สแตนดาร์ด แอคทูเอเตด (Starlink Standard Actuated) ในประเทศสิงคโปร์ (Singapore) ก่อนจะทำการถอดชิ้นส่วนเสาอากาศ และเริ่มกระบวนการวิเคราะห์รหัสคำสั่งควบคุม หรือ เฟิร์มแวร์ (Firmware) โดยในเวลานั้น สถาบันวิจัยได้ระบุบนบล็อกอย่างเป็นทางการว่า "เหล่านักพัฒนาและแฮกเกอร์ไม่ได้ต่อสู้กันเพียงในโลกดิจิทัลเท่านั้น ทว่ายังต้องต่อสู้กับข้อจำกัดทางฟิสิกส์แห่งห้วงอวกาศด้วย"
การเข้ายึดสิทธิ์ควบคุมตัวอุปกรณ์จานรับสัญญาณได้ในครั้งนี้ อาจเปิดทางให้นักวิจัยสามารถทดสอบปฏิสัมพันธ์ระหว่างดาวเทียม สตาร์ลิงก์ (Starlink) กับอุปกรณ์ภาคพื้นดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจำลอง แทรกซึม ดักจับ และวิเคราะห์โปรโตคอลการสื่อสาร (Communication protocols) เพื่อค้นหาช่องโหว่ความมั่นคงครอบคลุมทั่วทั้งเครือข่ายดาวเทียม
กรณีศึกษาของ สถาบันวิจัยดาร์กเนวี (Darknavy) สะท้อนให้เห็นว่า แม้ระบบจะตกอยู่ภายใต้การปกป้องที่เข้มงวดและทันสมัยที่สุด แต่ก็ยังคงอาจมีช่องโหว่หลบซ่อนอยู่ได้เสมอ
ทั้งนี้ ทางสถาบันวิจัยเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า รายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมของงานวิจัยยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขั้นตอนปัจจุบัน และเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสถาบันจะทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลหลัก ขณะที่สำนักข่าว เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ (South China Morning Post) ได้ติดต่อไปยัง บริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เพื่อขอความคิดเห็นต่อผลการค้นพบดังกล่าวยังคงรอการตอบรับ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/zgito?utm_source=copy-link&utm_campaign=3366192&utm_medium=share_widget