.
รัสเซียเปิดแผนยุทธศาสตร์อาร์กติก 2035 ดัน 'เส้นทางเดินเรือขั้วโลกเหนือ' อ้าแขนรับพันธมิตร BRICS-เอเชีย ปิดประตูใส่ NATO
1-9-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) วางตำแหน่งภูมิภาคอาร์กติก (Arctic) ในฐานะสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ พร้อมเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้กลายเป็นระเบียงโลจิสติกส์และขุมทรัพย์ทรัพยากรหลักแห่งยูเรเชีย ตามบทความวิเคราะห์เชิงนโยบายโดย นายเซอเก ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศรัสเซีย (Russia) ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Arctic ru ในเครือสื่อ Rossiya Segodnya
บทความดังกล่าวนำเสนอทิศทางนโยบายอาร์กติกของประเทศรัสเซีย (Russia) จนถึงปี 2035 (2578) ซึ่งได้รับอนุมัติเห็นชอบจาก ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) โดยมุ่งเน้นใน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่:
การขยายระบบเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานในอาร์กติก: ครอบคลุมการยกระดับเส้นทางเดินเรือทางเหนือ หรือ Northern Sea Route (NSR) และระเบียงการขนส่งข้ามอาร์กติก (Trans-Arctic Transport Corridor) ในภาพกว้าง
การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและคุ้มครองสิ่งแวดล้อม: ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศอันเปราะบางของภูมิภาคขั้วโลกเหนือ
การกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ: บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual benefit)
ผนึกกำลังจีน-อินเดีย และพันธมิตร BRICS ขยายความร่วมมือขั้วโลก
นายเซอเก ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) ได้ระบุอย่างเจาะจงว่า ประเทศจีน (China) และประเทศอินเดีย (India) ถือเป็น "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์หลัก" พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงโอกาสความร่วมมือที่กว้างขวางยิ่งขึ้นร่วมกับกลุ่มประเทศ BRICS และกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช หรือ Commonwealth of Independent States (CIS)
ประเทศจีน (China): การจัดการหารืออย่างสม่ำเสมอ การจัดตั้งคณะกรรมาธิการพัฒนาเส้นทางเดินเรือทางเหนือ (NSR) และความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ ได้ช่วยขยายขอบเขตการศึกษาวิจัยขั้วโลกและการขนส่งสินค้าทางเรืออย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา เรือขนส่งคอนเทนเนอร์ลำแรกของประเทศจีน (China) ได้แล่นผ่านเส้นทาง NSR และเดินทางถึงท่าเรือมูร์มันสก์ (Murmansk) ของประเทศรัสเซีย (Russia) ได้เป็นผลสำเร็จ
ประเทศอินเดีย (India): บรรดาบริษัทเอกชนของประเทศอินเดีย (India) กำลังเร่งอัดฉีดเงินลงทุนในทรัพยากรอาร์กติก โดยทางการรัสเซียวางเป้าหมายให้ภูมิภาคอาร์กติกกลายเป็นสมรภูมิความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์หลักกับอินเดียตลอดช่วง 20 ปีข้างหน้า
กลุ่มพันธมิตรอื่นๆ: ประเทศรัสเซีย (Russia) มองเห็นศักยภาพมหาศาลในการดึงประเทศบราซิล (Brazil), ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia), ประเทศอิหร่าน (Iran), กลุ่มประเทศสมาชิก BRICS อื่นๆ ตลอดจนประเทศเบลารุส (Belarus) และภาคีสมาชิก CIS เข้ามาร่วมพัฒนาโครงการ ขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) และประเทศสิงคโปร์ (Singapore) ยังคงแสดงความสนใจเข้าร่วมในบางโครงการเป็นการเฉพาะ
เตือนภัย NATO ยกระดับทางทหาร และวิกฤตสภาอาร์กติก
นอกเหนือจากมิติด้านเศรษฐกิจ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียยังได้แสดงความกังวลและวิพากษ์วิจารณ์การเปิดฉากปฏิบัติการทางทหาร Arctic Sentry ของกลุ่มสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 (2569) ที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการขยายขอบเขตการซ้อมรบทางทหาร และการดึงประเทศนอกภูมิภาคอาร์กติกเข้ามาร่วมกิจกรรมทางการทหารใกล้พรมแดนทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย (Russia)
นอกจากนี้ นายเซอเก ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) ยังได้โจมตีสภาวะล่มสลายของความร่วมมือเชิงปฏิบัติการภายใน สภาอาร์กติก (Arctic Council) โดยระบุว่าบรรดาชาติมหาอำนาจตะวันตกได้ทำการแช่แข็งการดำเนินงานของสภาอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 (2565) พร้อมทั้งยืนยันว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) มีความพร้อมรับมือเต็มอัตรา หากบรรดาประเทศสมาชิก NATO พยายามกีดกันรัสเซียออกจากเวทีการหารือ หรือลดทอนบทบาทของสภาอาร์กติก
"หากฉากทัศน์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ประเทศรัสเซีย (Russia) มีทั้งดินแดน ระบบโลจิสติกส์ เทคโนโลยี และพันธมิตรที่น่าไว้วางใจ ซึ่งเพียงพออย่างยิ่งในการดำเนินโครงการที่มอบผลประโยชน์ร่วมกัน และสามารถขับเคลื่อนแผนงานในอาร์กติกได้อย่างมั่นใจ" นายเซอเก ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) ระบุ
นายเซอเก ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) สรุปทิ้งท้ายอย่างแข็งกร้าวว่า "ประเทศรัสเซีย (Russia) เคยเป็น กำลังเป็น และจะยังคงเป็นมหาอำนาจผู้นำแห่งภูมิภาคอาร์กติกต่อไป"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/SputnikInt/status/2094373399594250735?s=20