.
ผู้นำอินโดนีเซียชูประเทศเป็น “ประตูสู่ ASEAN” ดึงทุนประเทศรัสเซียขยายความร่วมมือการค้า พลังงาน และอุตสาหกรรม เพื่อลดแรงกดดันจากชาติตะวันตก
7-9-2026
The Diplomat รายงานว่า ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) กล่าวในเวทีหารือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกไกล (EEF) ณ เมืองวลาดิโวสต็อก (Vladivostok) โดยอธิบายว่าประเทศของเขาคือ “จุดผ่านโดยธรรมชาติสู่อาเซียน” สำหรับบรรดานักลงทุนชาวรัสเซีย
ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) แห่งประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ได้กล่าวเมื่อวานนี้โดยระบุอธิบายว่า ประเทศของตนเองเปรียบเสมือนเป็นประตูทางผ่านของประเทศรัสเซีย (Russia) ในการเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่เขาเดินหน้าผลักดันให้เกิดความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศ
ในการกล่าวแถลง ณ เวทีหารือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกไกล (Eastern Economic Forum: EEF) ณ เมืองวลาดิโวสต็อก (Vladivostok) ร่วมกับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ได้เรียกร้องและกระตุ้นให้ภาคธุรกิจของประเทศรัสเซีย (Russia) เข้ามาลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) โดยระบุว่ามหาสมุทรแปซิฟิกควรจะกลายเป็น “เส้นทางด่วนที่เชื่อมต่อระหว่างสองระบบเศรษฐกิจของเรา”
“สำหรับภาคธุรกิจในแถบยูเรเชีย ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ถือเป็นจุดผ่านโดยธรรมชาติในการเข้าสู่กลุ่มอาเซียน (ASEAN)” ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) กล่าว ตามการรายงานของสำนักข่าวเดอะสเตรตส์ไทมส์ (The Straits Times) โดยเขาได้อธิบายว่าทั้งสองประเทศมี “ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งและมีความสำคัญซึ่งยาวนานต่อเนื่องมากว่าห้าทศวรรษ” พร้อมกับระบุว่ากรุงมอสโก (Moscow) ถือเป็น “พันธมิตรคนสำคัญ” สำหรับกรุงจาการ์ตา (Jakarta)
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ได้กล่าวแสดงความขอโทษต่อ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) จากการที่เขาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดนัดพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย (ASEAN-Russia Commemorative Summit) ณ เมืองคาซาน (Kazan) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีบรรดาผู้นำจาก 10 ประเทศ จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศของกลุ่มอาเซียน (ASEAN) เข้าร่วม พร้อมกับกล่าวหยอกเย้าว่า ในขณะนี้เขากำลังเดินทางมา “ชดใช้หนี้สิน” ดังกล่าวด้วยการเดินทางมาเยือนเมืองวลาดิโวสต็อก (Vladivostok) ทั้งนี้ ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ยังได้เอ่ยปากเชื้อเชิญให้ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) เดินทางไปเยือนประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ในอนาคตข้างหน้าด้วยเช่นกัน
ในส่วนของการกล่าวถ้อยแถลงของ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ณ เวทีหารือ EEF ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2015 โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกไกลของประเทศรัสเซีย (Russia) ที่ยังขาดการพัฒนา ผู้นำรัสเซียได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรัสเซีย (Russia) กับภูมิภาคเอเชียในภาพรวม และกับประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) เป็นการเฉพาะ โดยเขากล่าวว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก “เป็นศูนย์กลางการเติบโตที่ทรงพลังและเป็นผู้กำหนดจังหวะก้าวสำหรับการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจโลกทั้งหมด”
“ประเทศรัสเซีย (Russia) เป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการลงทุนและความร่วมมือทางการค้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) กล่าวเสริม “เรามีปฏิสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกันกับบรรดาพันธมิตรของเรา และกับกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคชั้นนำต่างๆ”
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ยังได้กล่าวต่อ ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) โดยระบุว่าเขามองว่าประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) เป็น “หนึ่งในมิตรสหายที่ได้รับความไว้วางใจของประเทศรัสเซีย (Russia) ในกลุ่มอาเซียน (ASEAN)” ทั้งนี้ ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ได้รับเกียรติให้เป็นแขกเกียรติยศหลักของเวที EEF ในครั้งนี้ หลังจากที่เขาเคยได้รับสิทธิพิเศษในลักษณะเดียวกันนี้ ณ เวทีหารือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St Petersburg International Economic Forum) เมื่อหนึ่งปีก่อนหน้า
การเดินทางเยือนเมืองวลาดิโวสต็อก (Vladivostok) ของ ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ในครั้งนี้นับเป็นการเดินทางเยือนประเทศรัสเซีย (Russia) เป็นครั้งที่สองของเขาในปีนี้ ต่อเนื่องจากการเดินทางเยือนเมื่อเดือนเมษายน และนับเป็นครั้งที่ห้าที่เขาได้เข้าพบปะกับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2024
ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของความสัมพันธ์ระหว่างกรุงจาการ์ตา (Jakarta) และกรุงมอสโก (Moscow) แม้ว่าจะเริ่มต้นจากฐานตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำก็ตาม โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศแตะระดับเพียง 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.7 จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลสถิติของทางการอินโดนีเซียที่อ้างอิงโดยสำนักข่าวเดอะสเตรตส์ไทมส์ (The Straits Times)
อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่ายังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อีกมากในความสัมพันธ์นี้ และได้ดำเนินมาตรการสำคัญหลายประการเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุน และความมั่นคง โดยนับตั้งแต่ ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) เข้ารับตำแหน่ง ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม BRICS (BRICS) และได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ร่วมกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union) ซึ่งนำโดยประเทศรัสเซีย (Russia) และมีประเทศสมาชิก ได้แก่ ประเทศอาร์เมเนีย (Armenia), ประเทศเบลารุส (Belarus), ประเทศคาซัคสถาน (Kazakhstan) และประเทศคีร์กีซสถาน (Kyrgyzstan) นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังได้ยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา
ความพยายามของประเทศรัสเซีย (Russia) ในการกระชับความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศ เศรษฐกิจ และนิวเคลียร์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ถือเป็นความพยายามที่ชัดเจนในการเสริมสร้างอิทธิพลของตนเองในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) และลดประสิทธิผลของความพยายามจากชาติตะวันตกในการโดดเดี่ยวประเทศรัสเซีย (Russia) นับตั้งแต่เปิดฉากการรุกรานประเทศยูเครน (Ukraine) เมื่อช่วงต้นปี 2022 ขณะที่สำหรับประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) นั้น ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับประเทศรัสเซีย (Russia) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในนโยบายการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเชิงรุกของ ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ซึ่งมุ่งหวังที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับนานาประเทศทุกเฉดทางภูมิรัฐศาสตร์
ในข้อความที่เผยแพร่บนแอปพลิเคชัน X นายซูกิโอโน (Sugiono) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า การเข้าร่วมเวที EEF ของประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) “สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการกระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและต่างได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่ง รวมถึงในมิติการค้า การลงทุน พลังงาน และสาขาเชิงยุทธศาสตร์อื่นๆ”
นายซูกิโอโน (Sugiono) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวเสริมในข้อความบนแอปพลิเคชัน X ว่า “ภายใต้การชี้นำของนโยบายการต่างประเทศที่เป็นอิสระและมีความตื่นตัว ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) จะยังคงมุ่งปฏิสัมพันธ์กับพันธมิตรทุกราย และสร้างสะพานเชื่อมข้ามภูมิภาคเพื่อส่งมอบผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ประชาชนของเรา”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://thediplomat.com/2026/09/indonesias-president-pitches-his-country-as-russias-gateway-to-southeast-asia/