.
สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตร 'ธนาคารตุรกี' ฐานเชื่อมโยงอิหร่าน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าหลีกเลี่ยงกดดันจีน
5-9-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรธนาคารเพื่อการลงทุนขนาดเล็กของตุรกี จากกรณีมีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน ประเทศสหรัฐฯ (US) ได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อธนาคาร Golden Global Investment Bank ซึ่งเป็นบริษัทสถาบันการเงินขนาดเล็กในประเทศตุรกี (Turkey) ในขณะที่ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าความพยายามในการตัดขาดและโดดเดี่ยวระบบเศรษฐกิจของประเทศอิหร่าน (Iran) หลังจากเริ่มต้นมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ด้วยท่าทีที่ยังไม่รุนแรงนัก
การเคลื่อนไหวต่อต้านธนาคารจากประเทศตุรกี (Turkey) แห่งนี้ ซึ่งมีทุนจดทะเบียนเพียงประมาณ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงบริษัทในเครือ มีขึ้นหลังจาก นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ได้กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ประเทศสหรัฐฯ (US) จะดำเนินการกับกลุ่มสถาบันการเงินเพิ่มเติมอีกชุดหนึ่ง
ข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ของธนาคารเพื่อการลงทุนที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในนครอิสตันบูล (Istanbul) แห่งนี้ ระบุว่า ธนาคารได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี 2019 โดยทางธนาคารยังไม่ได้ตอบรับคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการของประเทศสหรัฐฯ (US) ในทันที
เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ได้ประกาศแผนการตัดขาดทางเศรษฐกิจหรือ "economic outcast" ต่อประเทศอิหร่าน (Iran) โดยขู่ที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรลำดับที่สอง (Secondary Sanctions) ต่อสถาบันการเงินและองค์กรอื่นๆ ทั่วโลก ที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้
ขณะที่เมื่อราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury) ได้เคลื่อนไหวคว่ำบาตรสาขาในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ของธนาคาร Banque Misr ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศอียิปต์ (Egypt) โดยเครือข่ายบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางการเงิน (Financial Crimes Enforcement Network: FinCEN) แห่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เสนอมาตรการเพิกถอนการเข้าถึงระบบธนาคารตัวแทน (Correspondent Banking) ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ของธนาคาร Banque Misr กับสถาบันการเงินของประเทศสหรัฐฯ (US)
“แม้ว่าเราจะหวังว่าจะไม่มีธนาคารใดที่ต้องถูกคว่ำบาตรเพิ่มเติมอีก แต่สุดท้ายแล้วสิ่งนั้นขึ้นอยู่กับว่าประชาคมโลกจะตั้งสติและยุติการสนับสนุนรัฐบาลอิหร่านที่ฆาตกรรมประชาชนได้เร็วเพียงใด” นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์
อย่างไรก็ดี การดำเนินงานของประเทศสหรัฐฯ (US) จนถึงปัจจุบันได้รับการประเมินจากบรรดานักวิเคราะห์ว่ายังไม่ส่งผลกระทบเท่าที่ควร ขณะที่พันธมิตรทางการค้าหลักที่เหลืออยู่ของประเทศอิหร่าน (Iran) จำนวนมาก ตั้งแต่ภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) ไปจนถึงประเทศจีน (China) ต่างมีท่าทีเมินเฉยต่อการผลักดันมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้ โดยกรุงเตหะราน (Tehran) ได้อดทนรับมือกับมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อการลงโทษมานานหลายทศวรรษ ตลอดจนการโจมตีทางอากาศและการปิดล้อมทางทะเลบริเวณท่าเรือต่างๆ โดยประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) นานหลายเดือน โดยไม่ได้แปรเปลี่ยนการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์ของตนเองแต่อย่างใด
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ได้สร้างความคาดหวังไว้สูงด้วยการเปรียบเทียบความพยายามในการคว่ำบาตรของเขากับเหตุการณ์การยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีในวันดีเดย์ (Normandy D-Day) ซึ่งมีส่วนช่วยยุติสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม ประเทศสหรัฐฯ (US) ยังคงลังเลที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อประเทศจีน (China) ซึ่งเป็นผู้รับซื้อน้ำมันจากประเทศอิหร่าน (Iran) มากกว่าร้อยละ 90 และถือเป็นค้ำยันสำคัญสำหรับระบบเศรษฐกิจของประเทศอิหร่าน (Iran)
ในทางกลับกัน ประเทศสหรัฐฯ (US) กลับมุ่งเป้าไปที่องค์กรขนาดเล็กกว่า ซึ่งคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guards Corps: IRGC) และการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับสงคราม
“เป็นเรื่องดีที่ได้เห็นกระทรวงการคลังทำตามคำสัญญาของนายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ในการมุ่งเป้าไปยังสถาบันการเงินต่างชาติเพิ่มเติม แต่การคว่ำบาตรธนาคารขนาดเล็กของประเทศตุรกี (Turkey) แม้ว่าจะเป็นธนาคารที่ให้บริการแก่สถาบันที่มีความเชื่อมโยงกับ IRGC ก็ตาม จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้” นายแม็กซ์ เมซลิช (Max Meizlish) นักวิจัยแห่ง Foundation for Defense of Democracies (FDD) ซึ่งเคยทำงานที่สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (Office of Foreign Assets Control: OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการมาตรการคว่ำบาตรของประเทศสหรัฐฯ (US) กล่าว
“หากกรุงวอชิงตัน (Washington) ต้องการให้การคว่ำบาตรเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง ก็จำเป็นต้องกดดันสถาบันการเงินของประเทศจีน (China) ที่เอื้ออำนาจต่อการการค้าขายน้ำมันของประเทศอิหร่าน (Iran)” นายแม็กซ์ เมซ กล่าว
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-04/us-sanctions-small-turkish-investment-bank-over-iran-links?srnd=homepage-asia