ถ้า NATO ไม่มีสหรัฐฯ จะเหลือแสนยานุภาพแค่ไหน?
ถ้า NATO ไม่มีสหรัฐฯ จะเหลือแสนยานุภาพแค่ไหน? แค่จำนวนอาวุธนิวเคลียร์ก็ทิ้งห่าง
7-1-2026
Newsweek รายงานเปรียบเทียบยุทธศาสตร์: แสนยานุภาพสหรัฐฯ ปะทะ NATO (ที่ไร้อเมริกา) ในวิกฤตการณ์กรีนแลนด์ โดยมีรายละเอียดดังนี้ แผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และคณะทำงานที่จะทำให้กรีนแลนด์ (Greenland) กลายเป็น "ส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ" ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยไปทั่วกลุ่มนาโต (NATO)
"หากสหรัฐฯ โจมตีประเทศสมาชิกนาโตอื่น ทุกอย่างจะสิ้นสุดลง" เมตเต เฟรเดอริกเซน (Mette Frederiksen) นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กกล่าวเมื่อวันจันทร์ โดยกรีนแลนด์ซึ่งเป็นเกาะอาร์กติกที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กและเป็นส่วนหนึ่งของนาโต
พื้นฐานสำคัญของนาโตคือ "มาตรา 4" ในสนธิสัญญาก่อตั้งที่ระบุว่า การโจมตีสมาชิกคนใดคนหนึ่งถือเป็นการทำร้ายสมาชิกทั้งหมด และแต่ละประเทศควรตอบโต้อย่างเหมาะสม โดยมีอาวุธนิวเคลียร์และทรัพยากรมหาศาลของสหรัฐฯ เป็นแกนหลักในการป้องปราม แต่ในปัจจุบัน แนวคิดที่ว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกที่ทรงอิทธิพลที่สุดจะหันไปโจมตีสมาชิกด้วยกันเองนั้นกลายเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง และอาจหมายถึงจุดจบของนาโต
รัฐบาลทรัมป์ยังคงยืนยันความปรารถนาที่จะยึดครองกรีนแลนด์ แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้กำลังทหารหรือเพิ่มบทบาทในพื้นที่ โดยปัจจุบันสหรัฐฯ มีฐานทัพอวกาศพิตุฟฟิก (Pituffik Space Base) ในกรีนแลนด์ ซึ่งสำคัญต่อการติดตามขีปนาวุธพิสัยไกลที่มุ่งหน้าสู่แผ่นดินสหรัฐฯ
"อำนาจของNATO คือสหรัฐฯ"
สตีเฟน มิลเลอร์ (Stephen Miller) รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว กล่าวว่า "จุดยืนอย่างเป็นทางการ" ของรัฐบาลคือกรีนแลนด์ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนาโตในอาร์กติก คำพูดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความโกรธเคืองของเดนมาร์กต่อภาพธงชาติอเมริกาที่ซ้อนทับบนแผนที่กรีนแลนด์ ซึ่งถูกเผยแพร่โดยภรรยาของเขา
เปรียบเทียบแสนยานุภาพทางอากาศ
หากตัดสหรัฐฯ ออกจากสมการ นาโตยังคงมีสมาชิก 31 ประเทศ แต่ช่องว่างนั้นมหาศาล:
สหรัฐฯ (US): มีเครื่องบินรบที่พร้อมปฏิบัติการกว่า 1,400 ลำ รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์นิวเคลียร์
สหราชอาณาจักร (UK): มีเครื่องบินประมาณ 210 ลำ
ฝรั่งเศส (France): มีเครื่องบินประมาณ 283 ลำ
ตุรกี (Turkey): มีเกือบ 300 ลำ
แคนาดา (Canada): มี 103 ลำ
(เปรียบเทียบกับ จีน (China): มีเครื่องบินรบเกือบ 3,000 ลำ)
ขุมกำลังทางบก
กองทัพบกสหรัฐฯ มีกำลังพลเกือบครึ่งล้านนาย และมีรถถังหลักรุ่นเอบรามส์ (Abrams) กว่า 2,600 คัน ขณะที่กองทัพอังกฤษมีขนาดเล็กลงอย่างต่อเนื่องและมีรถถังแชลเลนเจอร์ 2 (Challenger 2) เพียง 200 กว่าคันเท่านั้น ส่วนฝรั่งเศสมีรถถังเลอแคลร์ (Leclerc) กว่า 200 คัน และโปแลนด์ (Poland) มีกำลังรบที่โดดเด่นขึ้นมาด้วยรถถังกว่า 660 คัน รวมถึงรุ่น K2 ของเกาหลีใต้
สงครามเหนือและใต้ผิวน้ำ
กองทัพเรือสหรัฐฯ แข็งแกร่งที่สุดในโลกด้วยเรือดำน้ำ 65 ลำ (ส่วนใหญ่เป็นพลังงานนิวเคลียร์) และเรือบรรทุกเครื่องบิน 11 ลำ รวมถึงเรือ เจรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (Gerald R. Ford) ที่ลอยลำอยู่นอกชายฝั่งเวเนซุเอลามานานหลายเดือนก่อนปฏิบัติการเมื่อสุดสัปดาห์
สหราชอาณาจักร: มีเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ เรือฟริเกต 8 ลำ และเรือทำลายล้าง 6 ลำ
แคนาดา: มีเรือฟริเกต 12 ลำ และกำลังหาซื้อเรือดำน้ำใหม่ 12 ลำ
อาวุธนิวเคลียร์: ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุด
นี่คือจุดที่สหรัฐฯ ทิ้งห่างนาโตที่เหลืออย่างชัดเจนที่สุด:
สหรัฐฯ และรัสเซีย: ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์รวมกันถึงร้อยละ 90 ของโลก (จากทั้งหมดราว 12,000 ลูก)
สหราชอาณาจักร: มีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 225 ลูก
ฝรั่งเศส: มีประมาณ 290 ลูก
สหรัฐฯ ยังมีอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีประมาณ 200 ลูก ซึ่งครึ่งหนึ่งประจำการอยู่ในฐานทัพต่างๆ ทั่วยุโรป
บทสรุป: หากสหรัฐฯ ถอนตัวหรือกลายเป็นปฏิปักษ์กับนาโต พันธมิตรที่เหลือจะสูญเสียร่มเงาป้องกันทางนิวเคลียร์และกำลังทางอากาศส่วนใหญ่ไปทันที ซึ่งจะทำให้ระเบียบความมั่นคงที่สร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองล่มสลายลงโดยสิ้นเชิง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/how-us-military-compares-nato-11313341