.
ทรัมป์ขู่หยุดส่งอาวุธให้ยูเครน บีบพันธมิตร NATO เข้าร่วมภารกิจ 'เปิดช่องแคบฮอร์มุซ'หลังอิหร่านสั่งปิดตาย
2-4-2026
The Financial Times รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ที่จะยุติการจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ประเทศยูเครน (Ukraine) เพื่อเป็นข้อต่อรองกดดันให้ชาติพันธมิตรยุโรปเข้าร่วม "แนวร่วมแห่งความเต็มใจ" (coalition of the willing) ในการปฏิบัติการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการหารือดังกล่าว
ช่องแคบฮอร์มุซ ถูกอิหร่าน (Iran) สั่งปิดตายในทางปฏิบัติ หลังจากสหรัฐฯ (US) และอิสราเอล (Israel) เปิดฉากโจมตีสาธารณรัฐอิสลามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันซึ่งคิดเป็น 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันทั่วโลกต้องหยุดชะงักลง โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้กองทัพเรือของสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ช่วยเหลือในการเปิดทางน้ำที่คับแคบนี้ แต่กลับถูกปฏิเสธจากรัฐบาลในยุโรปที่มองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในขณะที่ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่ และหลายประเทศยังให้ความเห็นว่านี่ "ไม่ใช่สงครามของเรา"
เจ้าหน้าที่ 3 รายที่คุ้นเคยกับการหารือเปิดเผยว่า ทรัมป์ ตอบโต้ด้วยการขู่ว่าจะระงับการส่งยุทโธปกรณ์ผ่านกลไก Purl ซึ่งเป็นแผนงานจัดซื้ออาวุธสำหรับยูเครนของนาโตที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกลุ่มประเทศในยุโรป ส่งผลให้ มาร์ค รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการนาโต ต้องเร่งผลักดันให้กลุ่มประเทศสมาชิกสำคัญ ได้แก่ ฝรั่งเศส (France) เยอรมนี (Germany) และสหราชอาณาจักร (UK) ร่วมกันออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม โดยระบุว่า "เราขอแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนความพยายามที่เหมาะสม เพื่อรับรองการสัญจรอย่างปลอดภัยผ่านช่องแคบ [ฮอร์มุซ]"
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ได้รับทราบการหารือกล่าวว่า "รุตเตอ เป็นผู้ยืนกรานให้มีแถลงการณ์ร่วมนี้ เนื่องจาก ทรัมป์ ขู่ว่าจะถอนตัวจากกลไก Purl และถอนการสนับสนุนจากยูเครนในภาพรวม แถลงการณ์ดังกล่าวจึงถูกจัดทำขึ้นอย่างเร่งด่วน และประเทศอื่นๆ ได้เข้าร่วมในภายหลังเนื่องจากไม่มีเวลาเพียงพอที่จะเชิญให้ลงนามพร้อมกันในทันที" รายงานระบุว่า รุตเตอ ได้ติดต่อทางโทรศัพท์หลายครั้งกับ ทรัมป์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ในช่วงสองวันก่อนมีการออกแถลงการณ์
เจ้าหน้าที่อีกรายระบุว่า รุตเตอ ได้อธิบายในการหารือกับฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักรว่า ทรัมป์ มีอาการ "ค่อนข้างคลุ้มคลั่ง" (Rather hysterical) ต่อการที่ยุโรปปฏิเสธที่จะช่วยปกป้องช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักรยืนยันว่าอังกฤษและสหรัฐฯ กำลังหารือในระดับ "กองทัพต่อกองทัพ" เกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาความปลอดภัยของช่องแคบก่อนวันที่ 19 มีนาคม แต่ไม่ได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าวอชิงตันขู่จะถอนการสนับสนุนยูเครนหากสมาชิกนาโตไม่ยกระดับบทบาทของตน
แอนนา เคลลี (Anna Kelly) รองโฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า "ประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้แสดงความผิดหวังต่อนาโตและพันธมิตรอื่นๆ อย่างชัดเจน และตามที่ประธานาธิบดีได้ย้ำไว้ว่า 'สหรัฐฯ จะจดจำเรื่องนี้ไว้'" โดยที่ผ่านมา ทรัมป์ มักแสดงความไม่พอใจที่พันธมิตรยุโรปไม่ช่วยเหลือสหรัฐฯ ในสงครามต่อต้านอิหร่านมากพอ ในขณะที่มองว่าความขัดแย้งในยูเครนเป็นปัญหาของยุโรป "เราอยู่ที่นั่นเพื่อปกป้องนาโต ปกป้องพวกเขาจากรัสเซีย แต่พวกเขาไม่อยู่ที่นั่นเพื่อปกป้องเรา มันเป็นเรื่องน่าตลก" ทรัมป์ กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้เขายังระบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่าเขามีแผนจะแถลงต่อชาวอเมริกันในเย็นวันพุธว่าเขาจะพิจารณาการถอนตัวจากนาโต "อย่างแน่นอน"
ในส่วนของเจ้าหน้าที่นาโประบุว่า ทางพันธมิตรจะไม่ขอออกความคิดเห็นต่อเนื้อหาการสนทนาส่วนตัวของ รุตเตอ กับผู้นำคนอื่นๆ ขณะที่ รุตเตอ ตอบคำถามเกี่ยวกับความขุ่นเคืองของ ทรัมป์ ต่อกรณีช่องแคบฮอร์มุซเพียงว่า "ผมมั่นใจว่าพันธมิตรจะทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ร่วมกันของเราเช่นที่เคยเป็นมาเสมอ"
ทั้งนี้ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Sir Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ระบุเมื่อวันพุธว่าเขาจะเป็นเจ้าภาพจัดการหารือระหว่าง 35 ประเทศผู้ลงนามในสัปดาห์นี้ เพื่อจัดตั้งกองกำลังพันธมิตรในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ "หลังจากที่การสู้รบสิ้นสุดลง"
สถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล ต่ออิหร่านได้ทำให้เกิดการแข่งขันทั่วโลกในการแย่งชิงขีปนาวุธสกัดกั้น Pac-3 ที่ใช้ในระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ซึ่งกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับจำเป็นต้องใช้ป้องกันการโจมตีจากอิหร่าน ในขณะที่ขีปนาวุธเหล่านี้ก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อขีดความสามารถของยูเครนในการป้องกันขีปนาวุธของรัสเซีย (Russia) ทางด้าน มาร์โก รูบิโอ ระบุเมื่อวันศุกร์ว่าการส่งมอบยุทโธปกรณ์ผ่านกลไก Purl ให้แก่ยูเครนยังไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดย "ยังไม่มีการเบี่ยงเบนทรัพยากรใดๆ ในตอนนี้" ทว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ในอนาคตสหรัฐฯ อาจพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางอาวุธที่กำหนดไว้สำหรับยูเครน เพื่อนำมาเติมเต็มคลังแสงของอเมริกาที่ถูกใช้ไปในสงครามกับอิหร่าน "หากเราต้องการบางอย่างเพื่ออเมริกา และมันเป็นของอเมริกา เราจะเก็บมันไว้เพื่ออเมริกาก่อนเสมอ" รูบิโอ กล่าวทิ้งท้าย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.ft.com/content/d304071a-ca97-4b3b-be93-ff880a6645c3?syn-25a6b1a6=1