.
สหรัฐฯ ระงับออก 'วีซ่าถาวร' ให้ 75 ประเทศรวมถึง 'ไทย' ด้วย 'แต่จีนไม่อยู่ในลิสต์' คาดไม่กระทบวีซ่านักเรียน-วีซ่าทำงานทักษะสูง
15-1-2026
SCMP รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศระงับกระบวนการออกวีซ่าผู้อพยพ (Immigrant Visa) สำหรับพลเมืองจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมเป็นต้นไป และยังไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดที่แน่นอน ตามการยืนยันของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (US Department of State) ต่อสำนักข่าว The Post เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้มีจำนวน 75 ประเทศที่ถูกระงับการดำเนินการวีซ่าถาวร ซึ่งรวมถึงไทย (Thailand) ในฐานะพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมทั้งบราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) บังกลาเทศ (Bangladesh) เนปาล (Nepal) ปากีสถาน (Pakistan) ภูฏาน (Bhutan) อียิปต์ (Egypt) จอร์แดน (Jordan) และคูเวต (Kuwait) อย่างไรก็ตาม ประเทศจีน (China) ไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าว
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า การระงับครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทบทวนระบบและป้องกัน “การหาประโยชน์จากเงินภาษีของชาวอเมริกัน” โดยย้ำว่าจะคงคำสั่งระงับไว้จนกว่าสหรัฐฯ จะมั่นใจได้ว่าผู้อพยพชุดใหม่ “จะไม่เป็นภาระทางเศรษฐกิจต่อประชาชนอเมริกัน”
คำสั่งระงับครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของรัฐบาลทรัมป์ในการจำกัดช่องทางการอพยพเข้าสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย หลังจากกลับเข้าทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลได้ขยายมาตรการแบนการเดินทางเต็มรูปแบบหรือบางส่วนไปยัง 39 ประเทศ พร้อมทั้งระงับกระบวนการลี้ภัย สัญชาติ และกรีนการ์ดในหมู่ประเทศที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ มาตรการใหม่นี้จะไม่กระทบต่อวีซ่าในบางประเภท เช่น วีซ่านักเรียน F-1 และวีซ่าทำงานทักษะสูงอย่าง L และ H-1B แต่จะส่งผลต่อผู้รอวีซ่าถาวรจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่แต่งงานกับพลเมืองสหรัฐฯ
ทางการสหรัฐฯ ชี้ว่าการทบทวนกฎเกณฑ์ดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อ “ปกป้องความเอื้อเฟื้อของชาวอเมริกันจากการถูกใช้ในทางที่ผิด” พร้อมระบุว่าจะใช้ช่วงเวลานี้ประเมินข้อมูลและเงื่อนไขการออกวีซ่าแต่ละประเภทอย่างรอบคอบ
เดวิด เบียร์ (David Bier) ผู้อำนวยการฝ่ายศึกษานโยบายการอพยพของสถาบันเคโต (CATO Institute) ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยแนวลิเบอร์แทเรียน แสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเดินหน้า “นโยบายต่อต้านการอพยพอย่างถูกกฎหมายมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ”
เขาระบุว่า มาตรการนี้อาจปิดกั้นไม่ให้ผู้อพยพที่เข้าเมืองโดยถูกกฎหมายได้ประมาณ 315,000 คนในปีหน้า ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้อพยพทั้งหมดที่เข้าสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่า ผู้อพยพเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทั้งช่วยเพิ่มรายได้ภาษี ลดภาระงบประมาณขาดดุล และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลกลับอ้างข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ “ไม่ถูกต้องและบิดเบือน” เป็นพื้นฐานของนโยบาย
เบียร์ยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งจำกัดอำนาจฝ่ายบริหารในการออกคำสั่งกำหนดนโยบายอพยพทางกฎหมายเช่นนี้โดยลำพัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกว้างต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในเวทีโลก
---
IMCT NEWS
ที่มาhttps://sc.mp/0o7ky?utm_source=copy-link&utm_campaign=3339928&utm_medium=share_widget
------------------------------
ด่วน! สหรัฐระงับวีซ่า 75 ประเทศรวม 'ไทย' เริ่ม 21 มกราคมนี้
15-1-2026
สหรัฐคุมเข้มคนเข้าเมือง ระงับพิจารณาวีซ่า 75 ประเทศ รวมไทย เริ่ม 21 ม.ค. ระหว่างทบทวนเกณฑ์ “ภาระสวัสดิการรัฐ” เน้นสกัดผู้อพยพที่เข้าข่ายจะเป็นภาระต่อรัฐในอนาคต
ฟ็อกซ์นิวส์ รายงานล่าสุดวันนี้ (14 ม.ค.) ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เตรียมระงับการพิจารณาวีซ่าทั้งหมด สำหรับผู้เดินทางจาก 75 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึง "ประเทศไทย" เพื่อเข้มงวดต่อผู้ยื่นขอวีซ่าที่ถูกประเมินว่ามีแนวโน้มจะกลายเป็น "ภาระต่อระบบสวัสดิการของรัฐ"
การระงับการพิจารณาวีซ่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนี้ และจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีกำหนด จนกว่ากระทรวงการต่างประเทศจะเสร็จสิ้นการทบทวนกระบวนการพิจารณา
รายงานซึ่งอ้างอิงบันทึกภายในของ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ประเทศที่ได้รับผลกระทบรวมถึง โซมาเลีย รัสเซีย อิหร่าน อัฟกานิสถาน บราซิล ไนจีเรีย และ "ไทย" เป็นต้น
สำหรับ "โซมาเลีย" ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง หลังเกิดคดีทุจริตขนาดใหญ่ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งอัยการพบการใช้ประโยชน์จากโครงการสวัสดิการที่ใช้งบประมาณภาษีอย่างเป็นวงกว้าง โดยผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากเป็นชาวโซมาเลียหรือชาวอเมริกันเชื้อสายโซมาเลีย
ทั้งนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้แจ้งไปยังสถานทูตและสถานกงสุลทั่วโลก สั่งให้เจ้าหน้าที่กงสุลบังคับใช้กฎการคัดกรองใหม่อย่างเข้มงวด ภายใต้บทบัญญัติที่เรียกว่า “public charge” ในกฎหมายคนเข้าเมือง
แนวทางดังกล่าวกำหนดให้ปฏิเสธวีซ่าผู้สมัครที่ถูกประเมินว่ามีแนวโน้มต้องพึ่งพาสวัสดิการของรัฐ โดยพิจารณาปัจจัยหลากหลาย เช่น สุขภาพ อายุ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ฐานะการเงิน และแม้กระทั่งความเป็นไปได้ในการต้องรับการรักษาพยาบาลระยะยาว
ผู้สมัครที่มีอายุมากหรือมีน้ำหนักเกินอาจถูกปฏิเสธวีซ่า รวมถึงผู้ที่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ หรือเคยอยู่ในสถานดูแลของรัฐมาก่อน
ด้านทอมมี พิกกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า กระทรวงจะใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีมาอย่างยาวนาน เพื่อพิจารณาว่าผู้ย้ายถิ่นที่อาจกลายเป็นภาระต่อรัฐและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการของชาวอเมริกันนั้น ไม่มีคุณสมบัติในการเข้าเมือง
เขากล่าวว่า การอพยพจาก 75 ประเทศดังกล่าวจะถูกระงับไว้ชั่วคราว ระหว่างที่กระทรวงการต่างประเทศทบทวนกระบวนการพิจารณาเข้าเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้สวัสดิการและผลประโยชน์สาธารณะของสหรัฐ
ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/world/1216635