กองทัพจีนจะปฏิบัติการจับมาดูโรแบบสหรัฐฯ ได้หรือไม่
กองทัพจีนจะ “ปฏิบัติการจับตัวมาดูโร” แบบสหรัฐฯ ได้หรือไม่? นักวิเคราะห์ชี้จีนต้องเร่งอัพเกรดหน่วยรบพิเศษ
15-1-2026
SCMP รายงานตั้งประเด็นคำวามเชิงวิเคราะห์ว่า กองทัพจีนจะสามารถดำเนินปฏิบัติการรบพิเศษที่มีความแม่นยำสูงเหมือนการชิงตัวผู้นำเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ ได้จริงหรือไม่?
ความแม่นยำระดับสูงสุดของสหรัฐฯ (US) ในปฏิบัติการที่ประเทศเวเนซุเอลา (Venezuela) กลายเป็นมาตรวัดสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ทำไมประเทศต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการดำเนินภารกิจ "ผ่าตัดทางทหาร" (Surgical strike) ที่ซับซ้อน ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ประเทศจีน (China) จะพยายามพัฒนาขีดความสามารถนี้มาอย่างยาวนาน แต่ยังคงไม่สามารถบรรลุความเชี่ยวชาญในระดับดังกล่าวได้
ในปฏิบัติการร่วมที่ผสานกำลังทั้งกองทัพอากาศ กองทัพเรือ หน่วยข่าวกรอง รวมถึงหน่วยอวกาศและไซเบอร์ หน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับอีลิตอย่าง "เดลตาฟอร์ซ" (Delta Force) ของสหรัฐฯ สามารถบรรลุภารกิจบุกจู่โจมในกรุงการากัส (Caracas) ตั้งแต่การแทรกซึมไปจนถึงการถอนตัวภายในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง โดยสามารถชิงตัวนายนิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ผู้นำเวเนซุเอลาและภรรยาไปยังสหรัฐฯ ได้สำเร็จ
ปฏิบัติการ "Absolute Resolve" นี้ถือเป็นจุดสูงสุดของการพัฒนาปฏิบัติการหลากมิติ (Multi-domain operations) นานหลายปี ซึ่งได้รับบทเรียนจากประสบการณ์ระดับโลกมานานหลายทศวรรษ ตามความเห็นของ โจชัว อารอสเตกี (Joshua Arostegui) ประธานศูนย์การศึกษาอำนาจทางบกของจีนประจำวิทยาลัยการสงครามกองทัพบกสหรัฐฯ
ช่องว่างทางเทคโนโลยีและการบูรณาการ
ด้วยการเร่งปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army - PLA) มีทรัพย์สินทางทหารหลายอย่างที่เทียบเท่ากับที่สหรัฐฯ แสดงให้เห็นในเวเนซุเอลา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่ล่องหนรุ่นที่ 5, ระบบทัพเรือที่ทันสมัย, แพลตฟอร์มสงครามไซเบอร์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ขั้นสูงและอาวุธนำวิถีแม่นยำสูง อย่างไรก็ตาม อารอสเตกี ชี้ว่ายังมี "ช่องว่างวิกฤต" ในการบูรณาการสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อปฏิบัติการแบบ "ทุกมิติ" (All-domain operations)
เขากล่าวว่า ความสามารถในการทำให้เกิด "การบรรจบกัน" (Convergence) ของมิติต่างๆ ที่อาวุธและระบบเหล่านั้นใช้ควบคุม คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และ PLA ในปัจจุบัน ซึ่ง PLA อาจจะยัง "ลำบาก" หากต้องทำปฏิบัติการพิเศษแบบเอกเทศโดยไม่พึ่งพาแคมเปญขนาดใหญ่
โครงสร้างและการบังคับบัญชา
จีนถูกประมาณการว่ามีบุคลากรหน่วยรบพิเศษระหว่าง 20,000 ถึง 30,000 นาย ประกอบด้วยนายทหารและพลทหารที่ผ่านการฝึกฝนระดับสูงสุด มีภารกิจหลักคือการลงมือโดยตรง (Direct action), การลาดตระเวนพิเศษ และการต่อต้านการก่อการร้าย
แต่ข้อจำกัดที่ชัดเจนตามรายงาน "China Military Power Report 2024" ของเพนตากอน (Pentagon) คือโครงสร้างบังคับบัญชาที่กระจัดกระจายและระบบสนับสนุนโลจิสติกส์ โดยหน่วยรบพิเศษของ PLA (SOF) ถูกแยกไปตามกองพลน้อยของกองทัพบก 13 กองทัพ รวมถึงประจำอยู่ในหน่วยนาวิกโยธิน, กองพลส่งทางอากาศของกองทัพอากาศ, กองพลลาดตระเวนของกองทัพจรวด และตำรวจตระเวนชายแดน (PAP)
รายงานระบุว่า จีนไม่มี "กองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษระดับชาติ" ที่รับผิดชอบกิจกรรม SOF ทั้งหมด ทำให้หน่วยรบพิเศษไม่มีโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะตัว และต้องพึ่งพากองกำลังปกติในการสนับสนุนภารกิจ ซึ่งแตกต่างจากสหรัฐฯ ที่มีหน่วยระดับยุทธศาสตร์อย่าง "ซีลทีมซิกซ์" (Seal Team Six) หรือ "เดลตาฟอร์ซ" (Delta Force) สำหรับการแทรกซึมระดับยุทธศาสตร์
ขีดความสามารถด้านยุทโธปกรณ์และประสบการณ์
รายงานของเพนตากอนชี้ว่า PLA ยังขาดทรัพย์สินทางอากาศที่เพียงพอสำหรับการส่งกำลังหน่วยรบพิเศษระยะไกลเพื่อภารกิจระดับยุทธศาสตร์ โดยส่วนใหญ่ยังพึ่งพาเฮลิคอปเตอร์เป็นหลัก ซึ่งในปฏิบัติการชิงตัวบุคคลสำคัญข้ามช่องแคบ (ไต้หวัน) หน่วย SOF ของจีนจะถูกจำกัดด้วยจำนวนเฮลิคอปเตอร์ และนักบินยังขาดการฝึกฝนในภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงเมื่อเทียบกับนักบินของสหรัฐฯ
หนี เล่อสยง (Ni Lexiong) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์และกฎหมายเซี่ยงไฮ้ ระบุว่า สงครามอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ ที่สามารถกดดันระบบเรดาร์ของเวเนซุเอลา รวมถึงเทคโนโลยีล่องหนและประสบการณ์ในสนามรบ คือ 3 มิติสำคัญที่ปักกิ่งยังต้องพัฒนา
นอกจากนี้ ในแง่ของประสบการณ์จริง PLA ยังขาดประสบการณ์การสู้รบในโลกกุศล แม้จะเคยผ่านภารกิจกู้ภัยในเนปาล, การอพยพในเยเมน หรือการต่อต้านโจรสลัดในอ่าวเอเดนมาบ้าง แต่อารอสเตกีระบุว่า หากได้รับคำสั่งให้ดำเนินการ "เด็ดหัว" (Decapitation) จีนอาจมีทางเลือกอื่นที่บรรลุผลใกล้เคียงกัน แต่อาจก่อให้เกิดความเสียหายข้างเคียง (Collateral damage) ที่สูงกว่ามาก และมีความซับซ้อนน้อยกว่า
ปัจจัยด้านหน่วยข่าวกรอง
นักวิเคราะห์เน้นย้ำว่า ความสำเร็จของเดลตาฟอร์ซเกิดจากการรวบรวมข่าวกรองที่ยอดเยี่ยม ซึ่งปักกิ่งต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งในจุดนี้หากต้องการไล่ตามคู่แข่งให้ทัน ซ่ง จงผิง (Song Zhongping) อดีตครูฝึกทหารจีนระบุว่า ข่าวกรองจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่า PLA จะสามารถทำภารกิจ "โจมตีสายฟ้าแลบ" หรือ "การกำจัดเป้าหมายเฉพาะจุด" ได้สำเร็จหรือไม่ โดยสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายนี้ได้ด้วยความร่วมมือของหลายหน่วยงานและการใช้เครือข่ายสายลับเพื่อยืนยันความแม่นยำของข้อมูล ซึ่งเดนนิส ไวล์เดอร์ (Dennis Wilder) อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ทิ้งท้ายว่า จีนยังคงมีทางอีกยาวไกลกว่าจะไปถึง "มาตรฐานทองคำ" ของสหรัฐฯ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/military/article/3339503/could-china-execute-special-forces-operation-us-precision-maduro-abduction?module=top_story&pgtype=section