จับตาความสัมพันธ์ยุโรป-จีนท่ามกลางรอยร้าวกับสหรัฐ
จับตาความสัมพันธ์ 'ยุโรป-จีน' ท่ามกลางรอยร้าวกับสหรัฐฯ ชี้แม้มีวิกฤตกรีนแลนด์ 'ก็ไม่ทำให้ยุโรปหันซบจีน'
22-1-2026
SCMP รายงานว่า ในการสัมมนาที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง (HKU) มีการวิเคราะห์ว่าภารกิจหลักของกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) คือการนำพาสหภาพยุโรป (EU) ผ่านพ้นการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีน (US-China rivalry) พร้อมกับแสวงหาความสมดุลระหว่างมหาอำนาจทั้งสอง
แม้รัฐบาลปักกิ่งอาจมีความหวังว่าความพยายามของวอชิงตันในการขอซื้อกรีนแลนด์ (Greenland) จะทำให้ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเกิดรอยร้าว และอาจดึงประเทศในยุโรปให้ขยับเข้าใกล้จีนมากขึ้น แต่อดีตนักการทูตอาวุโสของสหรัฐฯ ระบุว่าการปรับเปลี่ยนขั้วอำนาจในระดับรากฐานเช่นนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก
นาย William Klein (วิลเลียม ไคลน์) อดีตอุปทูตรักษาการประจำสถานทูตสหรัฐฯ ในจีน ระบุว่าภารกิจหลักของนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปจะยังคงเป็นการบริหารจัดการท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงของสหรัฐฯ และจีน ในขณะที่ยังต้องแสวงหาความสมดุลที่สามารถปฏิบัติได้จริงระหว่างทั้งสองฝ่าย
ในการแถลงต่อที่ประชุมสัมมนาที่มหาวิทยาลัยฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ นาย Klein กล่าวว่าเขา "สังเกตเห็นความหวังในจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า เมื่อความสัมพันธ์ของยุโรปกับสหรัฐฯ เสื่อมถอยลง สิ่งนี้อาจเป็นโอกาส [สำหรับปักกิ่ง]"
"ยุโรปอาจมองว่าจีนเป็นพันธมิตร และมีศักยภาพที่จะเป็นอำนาจถ่วงดุลต่อสหรัฐฯ" นาย Klein ซึ่งปัจจุบันเป็นหุ้นส่วนในบริษัทที่ปรึกษา FGS Global และนักวิชาการอาวุโสของศูนย์จีนและโลกสมัยใหม่แห่ง HKU กล่าวเสริม "แต่ผมคิดว่าการประเมินหรือความหวังเหล่านั้นไม่ถูกต้อง... การคาดหวังว่ายุโรปจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการมีปฏิสัมพันธ์กับจีนอย่างมีนัยสำคัญนั้น จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน"
ในประเด็นนี้ ประธานาธิบดี Vladimir Putin (วลาดีมีร์ ปูติน) ระบุว่าแผนของประธานาธิบดี Donald Trump (โดนัลด์ ทรัมป์) ในการผนวกกรีนแลนด์นั้นเป็นเรื่องที่ "ซีเรียส" โดยนาย Klein เสริมว่าแม้โยบายที่ไม่อาจคาดเดาได้ของวอชิงตันจะสั่นคลอนสหภาพยุโรป แต่ภาพลักษณ์ของจีนในกลุ่มประเทศสมาชิกก็ย่ำแย่ลงเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากนโยบายการค้าและการที่ถูกมองว่าให้การสนับสนุนรัสเซียท่ามกลางการรุกรานยูเครน
"จีนไม่ได้ดูดีขึ้นในสายตาพวกเขา และผู้คนจะไม่เปลี่ยนทัศนคติเหล่านั้นเพียงเพราะความท้าทายที่พวกเขามีกับสหรัฐฯ" นาย Klein ระบุ
ปัจจุบัน วอชิงตันและบรัสเซลส์กำลังอยู่ในภาวะเผชิญหน้าจากความตั้งใจของประธานาธิบดี Donald Trump ที่จะครอบครองกรีนแลนด์ โดยเมื่อวันจันทร์เขาได้ขู่ที่จะเก็บภาษีศุลกากร 10% เริ่มตั้งแต่เดือนหน้า และจะเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน ต่อกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งทางยุโรปได้ประกาศกร้าวว่าจะมีการตอบโต้กลับ
ในอีกด้านหนึ่ง จีนและสหภาพยุโรปยังคงมีความเห็นไม่ลงรอยกันในประเด็นการค้า แม้ว่าปักกิ่งจะพยายามนำเสนอว่าความคืบหน้าในการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นสภาวะ "ลงจอดอย่างนุ่มนวล" (Soft landing) ก็ตาม โดยแนวทางที่บรัสเซลส์เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มกราคม ระบุว่าผู้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจีนสามารถยื่น "ข้อเสนอการให้คำมั่นด้านราคา" (Price undertaking offers) ที่เพียงพอต่อการขจัดผลกระทบอันเกิดจากการอุดหนุนและให้ผลเทียบเท่ากับการจัดเก็บภาษี
อย่างไรก็ตาม กระบวนการ "ลดความเสี่ยง" (De-risking) ของบรัสเซลส์ยังคงดำเนินต่อไปหรืออาจจะเร่งตัวขึ้นด้วยซ้ำ ตัวอย่างเช่น แม้จะมีการนำเข้าแร่หายาก (Rare earths) จากจีนเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว แต่กลุ่มสหภาพยุโรปกำลังผลักดันแผนงานเพื่อลดการพึ่งพาจีนเพิ่มเติม นอกจากนี้ บรัสเซลส์ยังได้เปิดตัวข้อเสนอเพื่อติดตามการพึ่งพาสินค้าจากจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแร่ธาตุสำคัญรวมถึงแร่หายาก
ตามทัศนะของนาย Klein ภารกิจสำคัญของสหภาพยุโรปในอนาคตอันใกล้คือการมองหาแนวทางที่สมดุลระหว่างปักกิ่งและวอชิงตัน เนื่องจาก "ทุกคนจะวางตำแหน่งของตนเองตามผลประโยชน์ที่ได้รับ"
"ยุโรปต้องคิดอย่างจริงจังว่าจะสร้างสมดุลระหว่างความท้าทายจากจีนและสหรัฐฯ อย่างไร" เขากล่าว "ภาพปฏิบัติที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรนั้นยังต้องรอดูต่อไป แต่ผมไม่เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานและทิศทางของความสัมพันธ์ยุโรป-จีนจะเปลี่ยนไป"
นาย Klein กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่สหภาพยุโรปเป็นตัวแสดงที่ยึดถือระเบียบกติกา (Rules-based actor) จึงไม่น่าจะใช้นโยบายการตัดขาด (Decoupling) จากจีน หรือใช้นโยบายที่ฉับพลันและเผชิญหน้าตามแบบอย่างของวอชิงตันต่อคู่แข่งทางยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ ในฐานะกลุ่มประเทศที่มีความซับซ้อนและมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากที่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจของจีน สหภาพยุโรปจึงมีแรงจูงใจเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งในการหลีกเลี่ยงการแตกหักทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ
"เราคาดการณ์ได้ว่าในปีต่อๆ ไป ความสัมพันธ์ทางการค้าและการพาณิชย์ระหว่างปักกิ่งและบรัสเซลส์จะท้าทายมากขึ้น แต่คุณจะไม่เห็นยุโรปผลักดันความสัมพันธ์กับจีนไปสู่จุดที่สหรัฐฯ ทำอยู่" นาย Klein กล่าว "กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะมีอิทธิพลต่อกระบวนการออกกฎเกณฑ์ และเนื่องจากกฎเกณฑ์นั้นมีความสำคัญมาก ผมยืนยันกับทุกท่านได้ว่า คุณจะไม่ตื่นมาพบข้อความทวีต (Tweet) จากผู้นำสหภาพยุโรปอย่างนาง Ursula von der Leyen (อูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน) ที่ประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรใหม่ต่อจีนอย่างกะทันหันแน่นอน"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3340500/dont-expect-greenland-crisis-realign-eu-china-says-former-us-diplomat?module=flexi_unit-focus&pgtype=homepage