.
สหรัฐฯ ชูโมเดล S7+ ปั้นกลุ่มเศรษฐกิจ ‘เอเชียกลาง’ เลียนแบบ ASEAN หวังลดอิทธิพลรัสเซีย-จีน
23-1-2026
Eurasianet รายงานว่า สถาบันนิวไลน์เพื่อยุทธศาสตร์และนโยบาย (New Lines Institute for Strategy and Policy ) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมอง (Think Tank) ในกรุงวอชิงตัน ได้เปิดตัวยุทธศาสตร์ผลักดันการรวมกลุ่มประเทศที่เน้นด้านการค้าในภูมิภาคเอเชียกลางในวงกว้าง ซึ่งท้ายที่สุดอาจขยายตัวครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ลุ่มน้ำแคสเปียน (Caspian Basin) ไปจนถึงทะเลอาหรับ (Arabian Sea)
แนวคิดดังกล่าวมีชื่อว่า Silk Seven-Plus หรือ S7+ (ซิลก์ เซเว่น-พลัส) ซึ่งถูกออกแบบให้พัฒนาขึ้นใน 3 ระยะในช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน โดยมุ่งเป้าที่จะรวบรวมรัฐแกนกลางในเอเชียกลางทั้ง 5 ประเทศ ร่วมกับประเทศอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan), ประเทศอัฟกานิสถาน (Afghanistan) และในท้ายที่สุดคือประเทศปากีสถาน (Pakistan) เข้าเป็นบล็อกเศรษฐกิจเดียว โดยมีสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ASEAN (อาเซียน) เป็นต้นแบบในการวิวัฒนาการ
ปัจจุบัน เอเชียกลางเป็นเพียงภูมิภาคเดียวในโลกที่ไม่มีการรวมกลุ่มระดับภูมิภาคซึ่งประกอบด้วยรัฐในภูมิภาคโดยเฉพาะ แม้ว่าประเทศในเอเชียกลางแต่ละแห่งจะเป็นสมาชิกหรือผู้สังเกตการณ์ในองค์กรพหุภาคีที่หลากหลาย เช่น สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union) และกลุ่ม BRICS (บริกส์) แต่ระเบียบวาระของกลุ่มเหล่านั้นมักถูกกำหนดโดยมหาอำนาจภายนอก โดยเฉพาะประเทศจีน (China) และประเทศรัสเซีย (Russia)
“รูปแบบ S7+ สามารถเร่งการรวมตัวของเอเชียกลางเข้ากับเครือข่ายการค้าระดับโลก ช่วยให้เกิดการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของการค้าสินค้าอุตสาหกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง และทรัพยากรธรรมชาติ ระหว่างภูมิภาคกับประเทศสหรัฐฯ (US) และสหภาพยุโรป (EU)” รายงานของสถาบัน New Lines Institute (NLI) ระบุในหัวข้อเรื่อง "Multilateralism as the Mother of a New Economic Order: Making a Case for Unity in Greater Central Asia"
รายงานฉบับดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า “ภูมิศาสตร์เป็นตัวจำกัดโอกาสทางการค้าในปัจจุบัน เนื่องจากทั้ง 5 รัฐในเอเชียกลางเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Landlocked) การเข้าถึงท่าเรือจึงเป็นสิ่งจำเป็น หากเอเชียกลางต้องการเพิ่มการส่งออกแร่ธาตุที่สำคัญไปยังสหรัฐฯ ประเทศญี่ปุ่น (Japan) และที่อื่นๆ”
นอกจากนี้ แนวคิด S7+ ยังอาจมอบผลประโยชน์ด้านสันติภาพอย่างมหาศาลให้กับภูมิภาค โดยองค์กรในเอเชียกลางที่รวมอัฟกานิสถานเข้ากับระบบการค้าภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ มีศักยภาพที่จะช่วยลดความแข็งแกร่งของกองกำลังที่หล่อเลี้ยงวงจรความยากจน แนวคิดหัวรุนแรง และความรุนแรงในประเทศมาอย่างยาวนาน
สำหรับการขับเคลื่อนในระยะแรกของ S7+ จะมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการจัดตั้งกลไกร่วมที่ยั่งยืนระหว่าง 5 รัฐแกนกลางในเอเชียกลางและอาเซอร์ไบจาน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการจัดการทรัพยากรน้ำ การกระจายไฟฟ้า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) การลดอุปสรรคทางการค้า และการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาและการฝึกอบรม ส่วนระยะต่อๆ ไปจะมุ่งเน้นไปที่การผนวกอัฟกานิสถานและปากีสถานเข้าสู่ระบบพหุภาคีที่กำลังเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม สถาบัน NLI ยอมรับว่าโครงการ S7+ ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากมรดกของความขัดแย้งในอัฟกานิสถานที่มีมาเกือบ 50 ปี โดยเฉพาะการควบคุมอัฟกานิสถานของกลุ่ม Taliban (ตาลีบัน) ที่เป็นปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ รวมถึง "ความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง" ที่มีอยู่ในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียกลางและปากีสถาน นอกจากนี้ จีนและรัสเซียมีแนวโน้มที่จะไม่ยินดีต่อความพยายามใดๆ ของรัฐในเอเชียกลางที่จะสร้างองค์กรระดับภูมิภาคที่ปักกิ่งและมอสโกถูกกันออกไปอยู่วงนอก
“อุปสรรคในการทำให้แนวคิด S7+ เป็นจริงนั้นมีอยู่มาก แต่พัฒนาการต่างๆ กำลังมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ถูกต้องสำหรับการร่วมมือระดับภูมิภาค” รายงานระบุทิ้งท้าย “ความจำเป็นในการเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากลัทธิคอมมิวนิสต์โซเวียตตลอดหลายทศวรรษ ควบคู่ไปกับความทะเยอทะยานทางเศรษฐกิจเพื่ออนาคต กำลังทำให้เหล่าผู้นำในภูมิภาคหันมารวมตัวกัน”
---
IMCT NEWS
ที่มาhttps://eurasianet.org/central-asia-needs-regional-economic-grouping-of-its-own?fbclid=IwY2xjawPfNctleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFGUWx2S3NZdDJlYW1LbUdpc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHpGOaSSPaKeqvUwg-W4XvSIjDBTVJML6Ewbb52WJlbQbV4s-LjhpoMJrOOpn_aem_ewHpr86u9RXgbvXJxxiS4w