'รัสเซียพร้อมยึดข้อจำกัดนิวเคลียร์เดิม'
'รัสเซียพร้อมยึดข้อจำกัดนิวเคลียร์เดิม' หลังสนธิสัญญา New START สิ้นสุดลง โดยมีเงื่อนไข 'สหรัฐฯ ต้องทำตาม'
13-2-2026
Fox News รายงานว่า รัสเซียได้แสดงท่าทีตอบรับที่จะยึดถือข้อจำกัดภายใต้สนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ที่บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสิ้นสุดอายุลงอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่ารัฐบาลวอชิงตันจะต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดเดิมเช่นเดียวกัน
การสิ้นสุดอายุของสนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ หรือ "New START" (New Strategic Arms Reduction Treaty) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศที่มีคลังแสงนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดสองแห่งของโลก ตกอยู่ในสภาวะที่ไม่มีข้อจำกัดทางการทูตในการควบคุมอาวุธเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนความกังวลไปทั่วโลกว่าอาจเกิดการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่ไร้การควบคุม
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) เคยระบุว่ารัสเซียจะยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ดังกล่าวต่อไปอีกหนึ่งปีหลังจากวันหมดอายุ ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้แสดงความปรารถนาที่จะให้จีน (China) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางการปักกิ่งได้ปฏิเสธมาโดยตลอด
"แทนที่จะต่ออายุ New START (ซึ่งเป็นข้อตกลงที่สหรัฐฯ เจรจามาได้อย่างย่ำแย่ และยังถูกละเมิดอย่างรุนแรงเหนือสิ่งอื่นใด) เราควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ของเราทำงานเพื่อสร้างสนธิสัญญาใหม่ที่ปรับปรุงและทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีความยั่งยืนไปอีกยาวนานในอนาคต" ทรัมป์เขียนข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ทันทีที่สนธิสัญญาหมดอายุลง
ทางด้าน เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้กล่าวต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า รัสเซียจะ "ดำเนินการด้วยความรับผิดชอบและสมดุล โดยพิจารณาจากการวิเคราะห์นโยบายทางทหารของสหรัฐฯ"
ลาฟรอฟกล่าวเสริมว่า "เรามีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เร่งรีบที่จะละทิ้งข้อจำกัดเหล่านี้ และพวกเขาจะยังคงยึดถือปฏิบัติในช่วงเวลาที่คาดการณ์ได้" พร้อมระบุว่ารัสเซียจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากสหรัฐฯ ยืนยันเจตนาที่จะรักษาความร่วมมือในด้านนี้ รัสเซียก็พร้อมที่จะทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างข้อตกลงฉบับใหม่
ความสำคัญของสนธิสัญญา New START
สนธิสัญญา New START ลงนามเมื่อปี 2010 โดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา (Barack Obama) และประธานาธิบดี ดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) ของรัสเซียในขณะนั้น และเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2011
ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดเพดานขั้นสูงสำหรับอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ที่พร้อมใช้งานไว้ดังนี้:
ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM), ขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ (SLBM) และเครื่องบินทิ้งระเบิดหนัก: ไม่เกิน 700 ชุด
หัวรบนิวเคลียร์: ไม่เกิน 1,550 หัวรบ
แท่นยิงและเครื่องบินทิ้งระเบิด (ทั้งที่ติดตั้งและไม่ได้ติดตั้ง): ไม่เกิน 800 ชุด
การหมดอายุของสนธิสัญญาเกิดขึ้นทันทีหลังจากการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และรัสเซียในอาบูดาบี (Abu Dhabi) ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทั้งสองประเทศใกล้จะบรรลุข้อตกลงที่จะยึดถือสนธิสัญญาต่อไปอย่างน้อย 6 เดือนหลังวันหมดอายุ เพื่อใช้เวลาในช่วงดังกล่าวในการเจรจาข้อตกลงฉบับใหม่
การที่ New START สิ้นอายุโดยไม่มีกรอบคุมกำลังฉบับใหม่ขึ้นมาแทน ทำให้โลกกลับมาสู่ยุคที่ “คลังอาวุธของสองชาตินิวเคลียร์รายใหญ่สุดไม่มีข้อจำกัดตามสนธิสัญญา” เป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยสงครามเย็นตอนต้น ขณะที่ทั้งรัสเซียและสหรัฐยังต้องเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองภายในและกองทัพของตนให้รักษาหรือเพิ่มความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ผ่านการพัฒนาอาวุธรุ่นใหม่ ตั้งแต่ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (hypersonic) ไปจนถึงระบบยิงจากแพลตฟอร์มใหม่ๆ
ภายใต้บริบทนี้ คำมั่นของมอสโกที่จะ “รักษาเพดานตาม New START หากสหรัฐทำเช่นเดียวกัน” จึงช่วยบรรเทาความเสี่ยงการเร่งแข่งสะสมอาวุธในระยะสั้น แต่ก็ยังไม่มีหลักประกันในระยะยาว จนกว่าสองฝ่ายจะเริ่มเจรจาและบรรลุกรอบควบคุมยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ยุคหลังสงครามเย็น และรองรับระบบอาวุธสมัยใหม่ที่ยังอยู่นอกกรอบ New START เดิม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.yahoo.com/news/articles/russia-agrees-abide-expired-start-182945705.html