เยอรมนี-ฝรั่งเศส 'ซุ่มคุยแผนนิวเคลียร์ยุโรป'
เยอรมนี-ฝรั่งเศส 'ซุ่มคุยแผนนิวเคลียร์ยุโรป' นายกฯ เยอรมัน หวังปรับสมดุลอำนาจกับสหรัฐฯ
14-2-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช เมอร์ซ (Friedrich Merz) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลเบอร์ลินได้เริ่มต้นการหารือลับกับฝรั่งเศสเกี่ยวกับ "การป้องปรามนิวเคลียร์ของยุโรป" (European nuclear deterrent) โดยระบุว่าภูมิภาคนี้จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อปรับสมดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาเสียใหม่
ในสุนทรพจน์เปิดการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) นายเมอร์ซได้เรียกร้องให้วอชิงตัน "ซ่อมแซมและฟื้นฟูความเชื่อมั่น" ในยุคสมัยใหม่ที่อันตรายของการเมืองระหว่างมหาอำนาจ พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ ไม่สามารถก้าวไปเพียงลำพังได้ในขณะที่ระเบียบโลกเดิมกำลังพังทลายลง
สุนทรพจน์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงภาพที่ผู้นำยุโรปกำลังมองหาเส้นทางที่เป็นอิสระมากขึ้น หลังจากเผชิญกับความผันผวนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตลอดปีที่ผ่านมา ในขณะที่ยังพยายามรักษาพันธมิตรกับวอชิงตันไว้ ท่ามกลางภัยคุกคามรอบด้าน ตั้งแต่สงครามของรัสเซียในยูเครนไปจนถึงความปั่นป่วนในการค้าโลก
“ผมได้เริ่มการหารือลับกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสเกี่ยวกับเรื่องการป้องปรามนิวเคลียร์ของยุโรปแล้ว” นายเมอร์ซกล่าว “พวกเราชาวเยอรมันยังคงยึดมั่นในพันธกรณีทางกฎหมายของเรา เรามองว่าเรื่องนี้จะถูกบรรจุอยู่อย่างเข้มงวดภายใต้การแบ่งปันอาวุธนิวเคลียร์ของนาโต (NATO) และเราจะไม่ปล่อยให้เกิดเขตความมั่นคงที่แตกต่างกันขึ้นในยุโรป”
ฝรั่งเศส: มหาอำนาจนิวเคลียร์หนึ่งเดียวในสหภาพยุโรป
ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) แห่งฝรั่งเศส มีกำหนดจะกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับการป้องปรามนิวเคลียร์ในช่วงปลายเดือนนี้ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงสงวนท่าทีในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากถือเป็นสิทธิขาดของประธานาธิบดี
ที่ผ่านมา ชาติยุโรปพึ่งพาสหรัฐฯ และคลังแสงนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ของวอชิงตันในการป้องกันประเทศมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันได้เริ่มเพิ่มงบประมาณทางทหาร ส่วนหนึ่งเพื่อตอบโต้คำวิจารณ์ที่รุนแรงจากรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
แม้ว่าในปัจจุบันเยอรมนีจะถูกสั่งห้ามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ฝรั่งเศสถือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์เพียงหนึ่งเดียวในสหภาพยุโรปหลังจากการถอนตัวของอังกฤษ และมีคลังแสงขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก
นายเมอร์ซยังได้กล่าวถึงระเบียบโลกที่ยึดตามกฎเกณฑ์สากลไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมเกรงว่าเราต้องพูดกันอย่างไม่อ้อมค้อม: ระเบียบโลกนี้ ไม่ว่าจะไม่สมบูรณ์เพียงใดในช่วงที่มันดีที่สุด แต่มันไม่ได้ดำรงอยู่ในรูปแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว”
ในช่วงท้าย นายเมอร์ซได้สลับมากล่าวเป็นภาษาอังกฤษเพื่อส่งสารตรงถึงสหรัฐฯ ว่า “ในยุคของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ แม้แต่สหรัฐฯ ก็จะไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะก้าวไปคนเดียว เพื่อนรัก การเป็นส่วนหนึ่งของนาโตไม่ใช่แค่ความได้เปรียบในการแข่งขันของยุโรป แต่มันคือความได้เปรียบในการแข่งขันของสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน ดังนั้น มาช่วยกันซ่อมแซมและฟื้นฟูความเชื่อมั่นระหว่างเราเถอะ”
ท่าทีที่อ่อนลงจาก มาร์โก รูบิโอ
ทางด้านนายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวเช่นกันว่าความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกำลังเผชิญกับ "ช่วงเวลาตัดสิน" ในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาได้ใช้น้ำเสียงที่ประนีประนอมมากกว่า เมื่อเทียบกับคำกล่าวของรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) ในปี 2025
เมื่อปีก่อน นายแวนซ์เคยวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรยุโรปในงานเดียวกันนี้ จนนำไปสู่การเผชิญหน้าหลายครั้ง แต่นายรูบิโอ (ซึ่งเป็นคู่แข่งศักยภาพของแวนซ์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2028) กลับกล่าวว่า “สหรัฐฯ ผูกพันอย่างลึกซึ้งกับยุโรป อนาคตของเราเชื่อมโยงกันเสมอมาและจะเป็นเช่นนั้นต่อไป ดังนั้นเราจึงต้องคุยกันว่าอนาคตนั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร”
รอยร้าวที่ยังคงอยู่
แม้โทนของรูบิโอจะดีขึ้น แต่ผลสำรวจจาก YouGov เมื่อวันศุกร์ชี้ให้เห็นว่า ความพึงพอใจต่อสหรัฐฯ ใน 6 ประเทศใหญ่ของยุโรปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการติดตามในปี 2016 โดยคะแนนความน่ากังวลต่อสหรัฐฯ นั้นใกล้เคียงหรือสูงกว่าภัยคุกคามที่ถูกรับรู้จากจีน อิหร่าน หรือเกาหลีเหนือ เสียด้วยซ้ำ (แม้จะยังน้อยกว่ารัสเซีย)
นายเมอร์ซยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากนายแวนซ์เมื่อปีก่อน ที่ระบุว่าผู้นำยุโรปจำกัดเสรีภาพในการพูดและล้มเหลวในการควบคุมผู้อพยพ โดยเมอร์ซกล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือว่า “รอยร้าวได้เกิดขึ้นระหว่างยุโรปและสหรัฐฯ... สงครามวัฒนธรรมของขบวนการ MAGA ไม่ใช่ทางของเรา เสรีภาพในการพูดของเราสิ้นสุดลงเมื่อคำพูดนั้นละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และรัฐธรรมนูญ เราไม่เชื่อในเรื่องภาษีและการกีดกันทางการค้า แต่เราเชื่อในการค้าเสรี”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/world/europe/trumps-upheaval-atlantic-alliance-loom-over-munich-security-forum-2026-02-13/