.
โลกจับตา ‘ทรัมป์–สี จิ้นผิง’ ซัมมิตปักกิ่งปลาย มี.ค. หวังฟื้นสัมพันธ์–ลุ้นดีลการค้าใหม่และแผนดึงทุนจีนตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ท่ามกลางวิกฤตกำแพงภาษี
23-2-2026
SCMP รายงานว่า ทำเนียบขาวเคาะวันที่ ‘ทรัมป์’ เยือนจีน 31 มี.ค. - 2 เม.ย. นี้ เปิดโต๊ะเจรจา ‘สี จิ้นผิง’ ครั้งแรกในรอบวาระสอง หวังผ่าทางตันศึกการค้าหลังศาลสูงสั่งยกเลิกภาษี
– ทำเนียบขาว (White House) ประกาศกำหนดการอย่างเป็นทางการว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จะเดินทางเยือนประเทศจีนระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายนนี้ เพื่อหารือระดับทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping)
การประชุมสุดยอด (Summit) ระหว่างผู้นำมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดสองโลกในครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ (US Supreme Court) มีคำวินิจฉัยสำคัญให้เพิกถอนมาตรการจัดเก็บภาษีแบบครอบคลุมของทรัมป์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าคำตัดสินดังกล่าวอาจทำให้อำนาจต่อรองของทรัมป์ที่มีต่อจีนลดลง แต่อาจกลายเป็นโอกาสในการกระตุ้นการค้าให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของทรัมป์นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในวาระที่สอง โดยการเยือนจีนครั้งล่าสุดของเขาเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 ในช่วงวาระแรก ขณะที่คาดการณ์ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีแผนจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้เช่นกัน
ย้อนรอยความสัมพันธ์ที่ผันผวน
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอยู่ในภาวะตึงเครียดนับตั้งแต่ทรัมป์สั่งเก็บภาษีศุลกากรอย่างหนักต่อจีนในช่วงเริ่มต้นวาระที่สอง นำไปสู่มาตรการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน โดยทำเนียบขาวได้เรียกเก็บภาษี “ตอบโต้” ในอัตราเลขสามหลักต่อสินค้าจีน ขณะที่ปักกิ่งตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดได้เริ่มคลี่คลายลงหลังจากผู้นำทั้งสองพบกันที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือนตุลาคม โดยมีการตกลงพักรบชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งปีในการไม่ยกระดับกำแพงภาษี และเห็นชอบร่วมกันที่จะสร้างเสถียรภาพในความสัมพันธ์ โดยผู้นำทั้งสองได้หารือกันต่อผ่านทางโทรศัพท์ในเดือนพฤศจิกายน และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ในการหารือทางโทรศัพท์เมื่อต้นเดือนนี้ สี จิ้นผิง และทรัมป์ ต่างระบุว่าเป็นการสนทนาที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ โดยผู้นำจีนได้ย้ำจุดยืนเรื่องไต้หวัน ขณะที่ทรัมป์กล่าวถึงความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนว่าเป็นความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญที่สุดในโลก พร้อมเสริมว่าเขาให้เกียรติประธานาธิบดีสี และพร้อมจะทำงานร่วมกับจีนเพื่อให้ความสัมพันธ์ยังคงเป็นไปในทิศทาง “บวกและมั่นคง” ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งของเขา
กรอบความตกลงและการลงทุนครั้งใหม่
เจมส์ ซิมเมอร์แมน (James Zimmerman) ประธานหอการค้าอเมริกันในจีน (AmCham China) เปิดเผยว่า ก่อนการเยือนของทรัมป์ ทั้งสองประเทศอาจกำลังจัดทำกรอบการทำงานสำหรับสนธิสัญญาการลงทุนทวิภาคี รวมถึงข้อตกลงการซื้อเครื่องบินและถั่วเหลือง นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญคือความเป็นไปได้ที่จีนจะเข้ามาลงทุนในภาคการผลิตภายในสหรัฐฯ
ซิมเมอร์แมนระบุว่าจีนแสดงท่าทีตอบรับต่อข้อเสนอดังกล่าว แต่ต้องการ “การคุ้มครอง” เป็นการตอบแทน “ดูเหมือนว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ปักกิ่งจะจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในภาคการผลิตของสหรัฐฯ ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้เคยได้รับความมั่นใจมาก่อน”
ทางด้าน จาง จื้อเวย (Zhiwei Zhang) ประธานและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Pinpoint Asset Management มองว่า คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดเรื่องภาษีอาจช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการค้าในขณะที่ทรัมป์เตรียมตัวเยือนจีน
“ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ น่าจะมองหาช่องทางอื่นในการคงภาษีนำเข้าจากจีนไว้ในระดับสูง แต่นั่นอาจต้องใช้เวลา ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าเราอาจเห็นบริษัทต่างๆ เร่งส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ เพื่อฉวยโอกาสจากภาษีที่ลดลงชั่วคราว ในขณะเดียวกัน การยืนยันกำหนดการเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ถือเป็นสัญญาณบวก และผมคาดหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ได้ที่ปักกิ่ง”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3344195/date-set-us-president-donald-trumps-trip-china