.
อังกฤษเบรกสหรัฐฯ! ยังไม่อนุมัติให้ใช้ฐานทัพ 'ดิเอโก การ์เซีย' เป็นฐานโจมตีอิหร่าน
20-2-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สหราชอาณาจักรยังไม่พิจารณาอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในดินแดนเพื่อโจมตีอิหร่าน ขณะประธานาธิบดีทรัมป์ยกระดับความกดดันกรณีหมู่เกาะชาโกส
การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่กลับมาคัดค้านข้อตกลงของสหราชอาณาจักร (UK) ในการส่งมอบหมู่เกาะชาโกส (Chagos Islands) ให้แก่ประเทศมอริเชียส (Mauritius) เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลอังกฤษยังคงสงวนท่าทีในการอนุญาตให้สหรัฐฯ (US) ใช้ฐานทัพทหารดิเอโก การ์เซีย (Diego Garcia) เพื่อปฏิบัติการโจมตีประเทศอิหร่าน (Iran) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สหรัฐฯ ได้ระดมยุทโธปกรณ์ในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องในขณะที่ทรัมป์ยกระดับความกดดันต่อรัฐบาลเตหะราน (Tehran) เพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันพุธว่า ฐานทัพดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงฐานทัพอากาศในอังกฤษ อาจมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อยุทธศาสตร์การโจมตีอิหร่าน
ประเด็นข้อกฎหมายและอำนาจอธิปไตย
แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ว่า สหราชอาณาจักรยังไม่ได้ให้คำอนุญาตแก่สหรัฐฯ ในการใช้ฐานทัพเพื่อการโจมตีดังกล่าว เนื่องจากความกังวลด้านกฎหมายระหว่างประเทศและปัจจัยพิจารณาอื่นๆ ทั้งนี้ ฐานทัพดิเอโก การ์เซีย ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมอังกฤษ อัล คาร์นส์ (Al Carns) ย้ำว่าการใช้ฐานทัพโดยชาติต่างๆ จะต้องมี "ฐานรากทางกฎหมายและเหตุผลเชิงนโยบายที่ชัดเจน" ก่อนจะได้รับการอนุมัติ
รัฐบาลอังกฤษออกแถลงการณ์ว่า "โดยปกติเราจะไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องปฏิบัติการ แต่มีการกระบวนการทางการเมืองที่ดำเนินอยู่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งสหราชอาณาจักรให้การสนับสนุน"
ความขัดแย้งเรื่องหมู่เกาะชาโกส
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) เมื่อวันอังคาร โดยมีการกล่าวถึงการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ณ กรุงเจนีวา (Geneva) แต่ไม่มีการระบุแน่ชัดว่าทรัมป์ได้ร้องขอการใช้ฐานทัพหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในวันต่อมา ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่าอังกฤษกำลังทำ "ความผิดพลาดครั้งใหญ่" ในข้อตกลงคืนหมู่เกาะชาโกส โดยเตือนสตาร์เมอร์ว่าไม่ควรสูญเสียการควบคุมดิเอโก การ์เซีย ผ่านสัญญาเช่า 100 ปีที่ไม่มีความแน่นอน และมองว่าข้อเรียกร้องของมอริเชียสนั้น "เป็นการกุขึ้น"
ทรัมป์อ้างว่าการจำกัดขีดความสามารถทางทหารอาจทำให้สหราชอาณาจักรตกเป็นเป้าโจมตีจากอิหร่านได้ ซึ่งท่าทีล่าสุดนี้ถือเป็นการกลับลำครั้งสำคัญ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทำเนียบขาวและกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เคยแสดงท่าทีสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว โดยนายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศ เคยยกย่องว่าเป็น "ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่"
สถานะทางกฎหมายและการดำเนินงานของฐานทัพ
หมู่เกาะชาโกสและฐานทัพดิเอโก การ์เซีย ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งแอฟริกาตะวันออกเกือบ 3,200 กิโลเมตร เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยให้สหรัฐฯ และอังกฤษปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางและเอเชียได้สะดวกยิ่งขึ้น รัฐบาลอังกฤษยืนยันว่าข้อตกลงกับมอริเชียสคือ "หนทางเดียวที่จะรับประกันอนาคตระยะยาวของฐานทัพทหารที่สำคัญนี้" เนื่องจากคำตัดสินของศาลอาจสั่นคลอนสิทธิทางกฎหมายของอังกฤษและอาจทำให้ฐานทัพต้องยุติการดำเนินงาน
ปัจจุบัน ร่างกฎหมายเพื่อรองรับข้อตกลงนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาอังกฤษ ขณะที่โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) ยืนยันว่าโพสต์ล่าสุดของทรัมป์ควรถูกถือเป็น "นโยบายของรัฐบาลทรัมป์" ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งในระดับยุทธศาสตร์ระหว่างพันธมิตรทั้งสองประเทศ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-02-19/uk-holds-off-approval-for-us-to-use-its-bases-in-any-iran-strike?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy