นัยสำคัญหลังการเสียชีวิตของ ‘อาลี ลารีจานี’
นัยสำคัญหลังการเสียชีวิตของ ‘อาลี ลารีจานี’ มือประสานอำนาจคนสำคัญของอิหร่าน ฟันเฟืองที่สามารถบริหารจัดการทั้ง ‘สงคราม’ และ ‘การเมือง’
19-3-2026
CBS News รายงานว่า ตามที่ ประเทศอิสราเอล (Israel) ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า อาลี ลารีจานี (Ali Larijani) เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของประเทศอิหร่าน (Iran) เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในช่วงกลางคืน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสาธารณรัฐอิสลาม (Islamic Republic) ในห้วงสงครามปัจจุบัน โดย นายอิสราเอล แคตซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ระบุในแถลงการณ์ว่า ลารีจานี (Larijani) ถูก “กำจัด” แล้ว ก่อนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน (Supreme National Security Council) จะออกแถลงการณ์ยืนยันในเวลาต่อมาว่า เขาเสียชีวิตพร้อมกับบุตรชาย มอร์เตซา ลารีจานี (Morteza Larijani), อะลีเรซา บายัต (Alireza Bayat) หัวหน้าสำนักงาน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกหลายนาย
ลารีจานี (Larijani) ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด เป็นหนึ่งในผู้นำระดับสูงสุดของระบอบที่ยังมีชีวิตอยู่ในประเทศ หลังจากผู้นำแถวหน้าหลายรายรวมถึงผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) เสียชีวิตในช่วงเริ่มสงคราม เขาถือเป็น “คนวงใน” (Insider) ที่มีประสบการณ์สูงและได้รับความไว้วางใจอย่างลึกซึ้งจาก คาเมเนอี (Khamenei) ผู้ล่วงลับ โดยเป็นหนึ่งในบุคคลเพียงไม่กี่คนที่สามารถบริหารจัดการทั้งการทำสงครามและเกมการเมืองรอบสงครามควบคู่กันได้ เขาถูกนิยามว่าเป็นสายแข็ง (Hardliner) ที่เข้าใจศาสตร์การเจรจา และเป็นผู้ภักดีต่อระบบที่รู้ชัดถึง “เส้นแดง” (Red line) ของระบอบอย่างถ่องแท้
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (US Department of Defense) ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายฐานขีปนาวุธในอิหร่าน (Iran) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝั่งเตหะรานประกาศเตรียมตอบโต้ ซึ่งตอกย้ำคำถามต่อเสถียรภาพภูมิภาคและอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าการสังหาร ลารีจานี (Larijani) อาจทำให้สงครามยืดเยื้อกว่าเดิม เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในเสียงที่แข็งกร้าวที่สุด โดยก่อนเสียชีวิตเพียงหนึ่งสัปดาห์ เขาได้ส่งสารถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าประชาชนอิหร่านไม่เกรงกลัวต่อคำขู่ และเตือนให้ระวังว่าฝ่ายสหรัฐฯ เองอาจเป็นฝ่ายที่หายไป
นัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และประวัติการเมือง
ในมิติประวัติการเมือง ลารีจานี (Larijani) เคยเป็นนายทหารในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Revolutionary Guards) ก่อนจะก้าวสู่บทบาทบริหารองค์กรสื่อกระจายเสียงของรัฐ หัวหน้าทีมเจรจาโครงการนิวเคลียร์ และประธานรัฐสภายาวนานกว่าทศวรรษ การกลับเข้าสู่แกนกลางอำนาจในฐานะเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ทำให้เขาอยู่ ณ จุดตัดของการตัดสินใจด้านการทหาร ข่าวกรอง และการเมือง นอกจากนี้เขายังสังกัดตระกูลนักการศาสนาที่ทรงอิทธิพลที่สุดตระกูลหนึ่งของอิหร่าน ซึ่งมีนัยสำคัญอย่างยิ่งในระบอบเทวาธิปไตย
ในเชิงปฏิบัติการ แม้ผลกระทบระยะสั้นอาจจำกัดเนื่องจากโครงสร้างระบบถูกออกแบบมาให้รองรับการสูญเสียผู้นำ แต่ในเชิงการเมือง การจากไปของเขาอาจทำให้ท่าทีในเตหะราน (Tehran) แข็งกร้าวยิ่งขึ้น และตอกย้ำ “วาทกรรมการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด” ในระยะยาว การเสียชีวิตของเขาเท่ากับการสูญเสียบุคคลที่สามารถออกแบบ “ทางลงทางการเมือง” (Political off-ramp) ของสงครามได้ เพราะ ลารีจานี (Larijani) มีบทบาทสำคัญในการเปิดช่องทางการสื่อสารอย่างเงียบๆ กับกรุงวอชิงตัน (Washington) แม้ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ตึงเครียดที่สุด
ความสูญเสียครั้งนี้ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อ โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนใหม่และบุตรชายของผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ เนื่องจากต้องสูญเสียบุคคลใกล้ชิดที่เข้าใจกลไกและรูปแบบการใช้อำนาจของบิดาเขาอย่างลึกซึ้งที่สุด อย่างไรก็ตาม สาธารณรัฐอิสลาม (Islamic Republic) ยังคงดำรงอยู่ แม้อำนาจจะมีการเปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มอื่นก็ตาม
ในสารสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ลารีจานี (Larijani) ได้อธิบายสงครามครั้งนี้ว่าเป็นการต่อสู้เพื่อการดำรงอยู่ของระบอบ และตั้งคำถามต่อประเทศมุสลิมอื่นถึงความนิ่งเฉยต่อความรุนแรง พร้อมกับยืนยันว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการครอบงำเพื่อนบ้าน แต่เป็นการต่อสู้เพื่อความมั่นคงของตนเอง การเสียชีวิตของเขาจึงไม่ใช่เพียงการสูญเสียเจ้าหน้าที่ความมั่นคงรายหนึ่ง แต่คือการสูญเสีย “ตัวกลาง” สำคัญระหว่างสนามรบกับโต๊ะเจรจา ซึ่งอาจทำให้ทางออกทางการเมืองของวิกฤตครั้งนี้ยากและแคบลงกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.cbsnews.com/news/ali-larijani-iran-top-security-official-killed-war-strikes-israel/?intcid=CNM-00-10abd1h