ส่องข้อเสนอ วอร์เรน บัฟเฟตต์ แก้ปมหนี้สหรัฐฯ
ส่องข้อเสนอ วอร์เรน บัฟเฟตต์ แก้ปมหนี้สหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วบ ‘กฎเหล็กเพดานขาดดุล 3%’ ของ GDP
19-3-2026
Fortune รายงานว่า หนี้สาธารณะของประเทศสหรัฐฯ (US) กำลังพุ่งเข้าใกล้ระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์ในอนาคตอันใกล้หากยังคงขยายตัวด้วยอัตราเร่งเช่นปัจจุบัน ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury) ระบุว่ายอดหนี้สะสมปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 38.9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 124% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว หนี้ได้เพิ่มขึ้นถึง 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ สถานการณ์ที่น่ากังวลนี้ได้ดึงดูดความสนใจจากเหล่านักลงทุนและมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก
ตั้งแต่ นายเรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) ผู้ก่อตั้ง Bridgewater ไปจนถึง นายสกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และล่าสุดคือ นายอีลอน มัสก์ (Elon Musk) บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ต่างออกมาแสดงทรรศนะต่อวิกฤตนี้ โดยเฉพาะ มัสก์ (Musk) ที่ประกาศตัวสนับสนุน “แผน 5 นาที” ซึ่งเป็นแนวคิดในตำนานของ นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) อดีตซีอีโอแห่ง Berkshire Hathaway
แผน 5 นาที: การจัดโครงสร้างแรงจูงใจให้ถูกที่
ย้อนกลับไปในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) เมื่อปี 2011 บัฟเฟตต์ (Buffett) เคยกล่าวประโยคที่กลายเป็นไวรัลในปัจจุบันว่า “ผมสามารถจบปัญหาขาดดุลงบประมาณได้ภายใน 5 นาที” โดยเขาเสนอให้มีการผ่านกฎหมายกำหนดว่า “เมื่อใดก็ตามที่งบประมาณขาดดุลเกินกว่า 3% ของจีดีพี (GDP) สมาชิกสภาคองเกรส (Congress) ทุกคนที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น จะหมดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ทันที”
บัฟเฟตต์ (Buffett) มองว่ากฎเกณฑ์นี้จะสร้างแรงจูงใจที่ถูกต้อง บังคับให้ฝ่ายนิติบัญญัติหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลทางการคลังอย่างจริงจังมากกว่าการรักษาคะแนนนิยมทางการเมือง ซึ่ง มัสก์ (Musk) ได้หยิบยกประเด็นนี้มาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพร้อมข้อความว่า “This is the way” (นี่คือทางออก)
เปลี่ยนทิศจาก ‘รายได้’ สู่ ‘รายจ่าย’
ก่อนหน้านี้ มัสก์ (Musk) เคยเตือนอย่างหนักหน่วงในปี 2023 ว่า แม้รัฐบาลจะเก็บภาษีมหาเศรษฐีทุกคนในอเมริกาที่อัตรา 100% ก็แทบจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงได้ และสุดท้ายรัฐบาลจะถูกบีบให้ต้อง “เก็บภาษีทุกคน” เพื่อนำมาใช้หนี้ การที่เขาหันมาหนุนเพดานขาดดุล 3% จึงเป็นการสะท้อนจุดยืนว่า ทางออกของสหรัฐฯ อยู่ที่การควบคุม "ฝั่งการใช้จ่าย" ของรัฐบาลมากกว่าการเพิ่มรายได้จากการรีดภาษี
สัญญาณเตือนจากสถาบันวิจัย: ดอกเบี้ยกำลังกัดกินเศรษฐกิจ
ไม่เพียงแต่มหาเศรษฐีเท่านั้น คณะกรรมการเพื่องบประมาณรัฐบาลกลางที่รับผิดชอบ (CRFB) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองอิสระ ได้ออกมาเตือนว่า “อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของหนี้สาธารณะสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะสูงกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในปีงบประมาณ 2031” หากสถานการณ์ดอกเบี้ยสูงกว่าการเติบโตกลายเป็นภาวะถาวร การขาดดุลเชิงโครงสร้างจะทำให้หนี้เติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่ง CRFB ก็เห็นพ้องกับกรอบการคุมขาดดุลที่ไม่เกิน 3% ของจีดีพี (GDP)
ความเคลื่อนไหวในสภาคองเกรสและท่าทีของบัฟเฟตต์ในปี 2024
แม้แนวคิดสุดโต่งเรื่องการตัดสิทธิ์เลือกตั้งจะยังไม่ได้รับการยอมรับจากนักการเมืองส่วนใหญ่ แต่เมื่อต้นปีนี้ กลุ่ม ส.ส. ทั้งจากพรรครีพับลิกัน (Republican) และเดโมแครต (Democrat) ได้เริ่มขยับตัวด้วยการยื่นญัตติเสนอให้ตั้งเป้าลดการขาดดุลลงมาอยู่ในกรอบ 3% ของจีดีพี (GDP)
ทางด้าน บัฟเฟตต์ (Buffett) เอง ในการประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 (ในขณะที่หนี้อยู่ที่ 34 ล้านล้านดอลลาร์) เขาได้คาดการณ์ว่าภาษีธุรกิจอาจถูกปรับขึ้นในอนาคตเพื่อชดเชยการขาดดุลนี้ "พวกเขาอาจตัดสินใจว่าวันหนึ่งไม่อยากให้ขาดดุลใหญ่ขนาดนี้ เพราะมันมีผลตามมา และหากพวกเขาไม่อยากลดการใช้จ่าย ก็อาจจะมาเก็บส่วนแบ่งจากรายได้ของเรามากขึ้น ซึ่งเราก็พร้อมจะจ่าย"
บัฟเฟตต์ (Buffett) ยังคงยึดมั่นในจุดยืนวิจารณ์บริษัทที่พยายามเลี่ยงภาษีผ่านช่องโหว่ต่างๆ โดยเขาชี้ให้เห็นว่าอัตราภาษีนิติบุคคลที่ลดลงจาก 35% เหลือ 21% ตั้งแต่ยุค โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และยังไม่มีการปรับขึ้นในรัฐบาล โจ ไบเดน (Joe Biden) เป็นปัจจัยหนึ่งที่น่าจับตามอง อย่างไรก็ตาม เขายังเชื่อมั่นว่าหนี้สหรัฐฯ จะยังคงเป็นที่ยอมรับได้ในระยะยาว ตราบใดที่โลกยังไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าดอลลาร์สหรัฐฯ
บทสรุป: จากคำถามเรื่องตัวเลข สู่คำถามเรื่อง ‘แรงจูงใจทางการเมือง’
ภาพรวมของดีเบตครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ได้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียงตัวเลขทางสถิติ แต่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ด้านรัฐศาสตร์ ว่าระบบการเมืองจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้ทั้งสองพรรคยอม "แตะ" ประเด็นที่เปราะบางทั้งด้านรายได้และรายจ่ายได้ทันท่วงทีก่อนที่ภาระดอกเบี้ยจะทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติลงอย่างถาวร
---
IMCT NEWS
ที่มา https://fortune.com/2026/03/17/elon-musk-warren-buffett-5-minute-plan-national-debt-scott-bessent/