.
สหรัฐฯ เร่งโครงการ ‘Golden Dome’ ทุ่มงบ 1.85 แสนล้านดอลลาร์ ดึงยักษ์ใหญ่กลาโหมร่วมทัพสกัดขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก กลางอวกาศ
19-3-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า โครงการ “Golden Dome” โล่ป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ถูกขยายกรอบงบประมาณครั้งใหญ่ หลังผู้จัดการโครงการเปิดเผยว่า ประเมินค่าใช้จ่ายล่าสุดพุ่งขึ้นเป็น 185,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งลงทุนขีดความสามารถด้านอวกาศที่ถือเป็น “ชั้นนอกสุด” ของสถาปัตยกรรมป้องกันประเทศ พล.อ.อวกาศ ไมเคิล เกิตไลน์ (Michael Guetlein) ผู้อำนวยการโครงการ ระบุในการประชุม McAleese Defense Programs ที่รัฐเวอร์จิเนียว่า Lockheed Martin, RTX และ Northrop Grumman ได้เข้าร่วมเป็นผู้รับเหมาหลัก (prime contractors) ในโครงการแล้ว
งบประมาณสำหรับโครงการโล่ป้องกันขีปนาวุธ "โกลเดนโดม" (Golden Dome) ของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 1.85 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งการพัฒนาขีดความสามารถที่สำคัญในอวกาศ ตามการเปิดเผยของผู้อำนวยการโครงการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมระบุว่ายักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่าง ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin - LMT.N), อาร์ทีเอ็กซ์ (RTX.N) และ นอร์ทโรป กรัมแมน (Northrop Grumman - NOC.N) ได้เข้าร่วมในฐานะผู้รับเหมาหลัก (Prime Contractors)
โครงการโกลเดนโดม (Golden Dome) มีเป้าหมายในการขยายระบบป้องกันภาคพื้นดิน อาทิ ขีปนาวุธสกัดกั้น, เซนเซอร์ และระบบบัญชาการและควบคุม พร้อมทั้งเพิ่มองค์ประกอบด้านอวกาศที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับ ติดตาม และตอบโต้ภัยคุกคามที่เข้ามาจากวงโคจร ซึ่งรวมถึงเครือข่ายดาวเทียม ขั้นสูงและอาวุธในวงโคจรที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในขณะนี้
พลโท ไมเคิล ไกต์ไลน์ (General Michael Guetlein) ผู้บัญชาการกองทัพอวกาศ (Space Force) และผู้จัดการโครงการโกลเดนโดม (Golden Dome) กล่าวในงานประชุมโครงการป้องกันประเทศ McAleese ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ว่า "เราได้รับคำขอให้เร่งขีดความสามารถทางอวกาศบางประการ" โดยเขาได้ระบุถึง 3 โปรแกรมหลักที่จะได้รับประโยชน์จากงบประมาณเพิ่มเติม ได้แก่ โครงการติดตามขีปนาวุธขั้นสูง (Advanced Missile Tracking Initiative), เครือข่ายข้อมูลอวกาศ และระบบเซนเซอร์อวกาศติดตามขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงและขีปนาวุธนำวิถี หรือ HBTSS (Hypersonic and Ballistic Tracking Space Sensor)
ระบบ HBTSS ถือเป็นหัวใจสำคัญในการตรวจจับและติดตามภัยคุกคามจากขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic) และขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic) ซึ่งการเร่งรัดงบประมาณครั้งนี้สะท้อนถึงความเร่งด่วนของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ในการวางระบบติดตามทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเทศคู่ปรับกำลังขยายคลังแสงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกอย่างรวดเร็ว
พลโท ไกต์ไลน์ (Guetlein) ระบุว่าตัวเลข 1.85 แสนล้านดอลลาร์นี้ ครอบคลุมสิ่งที่เขาเรียกว่า "สถาปัตยกรรมเป้าหมาย" (Objective Architecture) ซึ่งเป็นระบบที่มีขีดความสามารถเต็มรูปแบบที่จะส่งมอบในทศวรรษหน้า ทั้งนี้ เขาได้ปฏิเสธการประมาณการจากภายนอกที่ระบุว่าโครงการอาจมีมูลค่าสูงเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยโต้แย้งว่าตัวเลขเหล่านั้นเป็นการนำเกณฑ์ของระบบสนามรบราคาแพงที่ใช้ในการรบนอกประเทศมาตัดสิน ซึ่งแตกต่างจากภารกิจป้องกันมาตุภูมิที่ต้องการแนวทางที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพมากกว่า "พวกเขาไม่ได้ประมาณการสิ่งที่ผมกำลังสร้าง" พลโท ไกต์ไลน์ (Guetlein) กล่าว
นอกจากนี้ เขายังเรียกระบบบัญชาการและควบคุมว่าเป็น "สูตรลับ" (Secret Sauce) ของโกลเดนโดม (Golden Dome) โดยอธิบายถึงกลุ่มความร่วมมือของ 9 บริษัท (Consortium) ที่เริ่มต้นจากการรวมตัวกันเองของ 6 บริษัท ก่อนที่ ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin), อาร์ทีเอ็กซ์ (RTX) และ นอร์ทโรป กรัมแมน (Northrop Grumman) จะเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรหลัก ซึ่งกลุ่มความร่วมมือนี้จะรายงานสรุปต่อเขาในทุกเย็นวันพฤหัสบดี และมีสิทธิ์ลงมติคัดสมาชิกที่ทำงานต่ำกว่ามาตรฐานออกจากกลุ่มได้
ท้ายที่สุด ผู้นำกองทัพอวกาศได้ระบุว่า "ระบบสกัดกั้นบนอวกาศ" (Space-based Interceptors) เป็นองค์ประกอบที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดของโครงการ เนื่องจากมีความท้าทายหลักในด้านความสามารถในการขยายขนาดและงบประมาณที่เหมาะสม โดยเขาระบุว่าอาวุธพลังงานลำแสง (Directed Energy Weapons) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นถัดไป คือเทคโนโลยีที่มีความหวังมากที่สุดในการลดต้นทุนต่อการทำลายเป้าหมาย (Cost-per-kill) และเพิ่มขีดความสามารถในการบรรจุกระสุน (Magazine depth) ของระบบป้องกันประเทศ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/business/aerospace-defense/us-expands-golden-dome-cost-estimate-185-billion-enlists-top-defense-firms-2026-03-17/