.
นายกฯ เบลเยียมถูกวิจารณ์ยับ หลังเสนอ ‘ฟื้นฟูความสัมพันธ์รัสเซีย’ เพื่อดึงพลังงานราคาถูกกลับคืนสู่ยุโรป
19-3-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า นายกรัฐมนตรี บาร์ต เดอ เวเวอร์ (Bart De Wever) แห่งเบลเยียม กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากออกมาเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) กลับมาสร้างความสัมพันธ์ปกติกับมอสโก และรื้อฟื้นการเข้าถึงแหล่งพลังงานราคาถูกจากรัสเซีย ในขณะที่กลุ่มประเทศสมาชิกกำลังดิ้นรนกับภาวะราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งรุนแรงกว่าเดิมจากผลกระทบของสงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน
ในบทสัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ L’Echo ของเบลเยียมที่ตีพิมพ์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เดอ เวเวอร์ ให้ทัศนะว่ายุทธศาสตร์คู่ขนานของยุโรปที่ทั้งติดอาวุธให้กรุงเคียฟและบีบคั้นเศรษฐกิจรัสเซียนั้นประสบความล้มเหลว
“ในเมื่อเราไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะคุกคาม [ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์] ปูติน ด้วยการส่งอาวุธให้ยูเครน และเราก็ไม่สามารถบีบเขาทางเศรษฐกิจได้โดยปราศจากการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ดังนั้นจึงเหลือเพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นคือการทำข้อตกลง” เขากล่าว
เดอ เวเวอร์ เสริมว่า “เราต้องทำให้ความสัมพันธ์กับรัสเซียกลับมาเป็นปกติ และกลับไปเข้าถึงพลังงานราคาถูกอีกครั้ง นั่นคือสามัญสำนึก” พร้อมทั้งอ้างว่าผู้นำยุโรปคนอื่นๆ ต่างก็เห็นด้วยกับเขาเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ “ไม่มีใครกล้าพูดออกมาดังๆ” เท่านั้น
ทางด้าน คายา คัลลาส (Kaja Kallas) หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของ EU ได้ออกมาตอบโต้ผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เธอไม่เห็นว่าจะมี "ความต้องการ" เช่นนั้นในการหารือหลังฉาก และเตือนว่า "สงครามจะเกิดขึ้นมากกว่าเดิม" หากกลุ่มสหภาพยุโรปกลับไปดำเนินธุรกิจตามปกติ (Business as usual) กับรัสเซีย
ขณะที่ แดน จอร์เกนเซน (Dan Jorgensen) กรรมาธิการด้านพลังงานของ EU ได้กล่าวอย่างรุนแรงยิ่งกว่า โดยประกาศว่าในอนาคตทางกลุ่มจะไม่นำเข้าพลังงานจากรัสเซีย “แม้เพียงโมเลกุลเดียว”
แม้แต่นาย มักซีม เพรโว (Maxime Prevot) รัฐมนตรีต่างประเทศของเดอ เวเวอร์ เอง ก็พยายามเว้นระยะห่างจากคำพูดของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าการพูดถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ปกติกับรัสเซียนั้นเป็นการส่ง “สัญญาณแห่งความอ่อนแอ”
ทางด้านนายกรัฐมนตรีเบลเยียมได้ตอบโต้กระแสวิจารณ์ว่า คำพูดของเขาถูกนำไปตีความ “เกินจริง” โดยอ้างว่าเขาไม่ได้เรียกร้องให้ “คืนดีกับรัสเซีย” ในตอนนี้ แต่หมายถึงการทำให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นปกติหลังจากที่มีข้อตกลงสันติภาพในยูเครนแล้วเท่านั้น
ข้อพิพาทครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ EU และภาคอุตสาหกรรมยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากการตัดขาดด้านพลังงานกับมอสโก โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัท โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ได้ประกาศแผนเลิกจ้างงานถึง 50,000 ตำแหน่งในเยอรมนี หลังจากกำไรลดลงเกือบครึ่งในปี 2025 โดยระบุว่าเป็นผลมาจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและแรงกดดันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งมอสโกได้ออกมาเยาะเย้ยท่าทีของกรุงบรัสเซลส์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดย คิริลล์ ดมิทรีเยฟ (Kirill Dmitriev) ทูตประจำเครมลิน กล่าวเมื่อวันอังคารว่า EU เริ่มตระหนักแล้วว่า “การตัดสินใจด้านพลังงานที่หายนะได้สร้างความเสี่ยงอย่างมหาศาลเพียงใด” เขาคาดการณ์ว่าราคาก๊าซทั่วทั้งกลุ่มสหภาพจะพุ่งสูงขึ้น “อย่างน้อย 100% จากที่เคยคาดการณ์ไว้” พร้อมเสริมทิ้งท้ายว่า ในที่สุดยุโรปก็ “ต้องอ้อนวอนขอก๊าซจากรัสเซียเพิ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
----
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/russia/635330-belgian-pm-russia-ties-backlash/