บททดสอบอำนาจทรัมป์ บริษัทสหรัฐฯเร่งยื่นคดีคืนภาษี
บททดสอบอำนาจทรัมป์ บริษัทสหรัฐฯกว่า 1,000 รายเร่งยื่นคดีคืนภาษี ยื่นฟ้องศาลเรียกคืนภาษี 1.6 แสนล้านดอลลาร์ แต่ระบบคืนภาษียังไม่ชัดเจน
20-3-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จำนวนบริษัทที่ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกคืนภาษีศุลกากรพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผู้นำเข้าจำนวนมากยังขาดความเชื่อมั่นในแผนการของคณะบริหารภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่จะสร้างกระบวนการคืนเงิน หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยล้มล้างนโยบายการค้าของประธานาธิบดี
จากการตรวจสอบบันทึกสาธารณะของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg News) พบว่ามีคดีใหม่เกือบ 1,000 คดีถูกยื่นฟ้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของคดีฟ้องร้องเรียกคืนภาษีทั้งหมดกว่า 3,000 คดีที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา
แม้เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะแจ้งต่อผู้พิพากษาว่ากำลังเร่งสร้างระบบใหม่เพื่อรองรับการจ่ายเงินคืนตามคำสั่งศาล แต่บรรดาทนายความด้านการค้ามองว่ายังมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนอีกมาก ทำให้ลูกค้าจำเป็นต้องยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อรักษาสิทธิ์ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ารัฐบาลจะยกเว้นการจ่ายคืนภาษีบางประเภท หรือจะท้าทายขอบเขตอำนาจของผู้พิพากษาในการบริหารจัดการเรื่องนี้หรือไม่
“ทุกอย่างสรุปได้สั้นๆ คือความไม่แน่นอน” ไมเคิล โรลล์ (Michael Roll) หุ้นส่วนจาก Roll & Harris ซึ่งยื่นฟ้องคดีเรียกคืนภาษีไปแล้วหลายสิบคดีกล่าว “หากระบบของรัฐบาลไม่ทำงานตามที่ตั้งใจไว้ หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะภาษีของบริษัท การที่คุณยื่นฟ้องต่อศาลไว้ก่อนจะทำให้คุณได้เปรียบ เพราะคุณมีที่นั่งเจรจาบนโต๊ะอย่างเป็นทางการ”
แบรนด์ดังระดับโลกตบเท้าฟ้องร้อง
กลุ่มโจทก์รายล่าสุดประกอบด้วยบริษัทผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ Versace และ Adidas, ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ Ducati North America, ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งอย่าง DHL Express รวมถึงกลุ่มสายการบิน 3 ราย ได้แก่ Alaska Airlines, Hawaiian Airlines และ Horizon Air
ทางด้าน DHL ออกแถลงการณ์ระบุว่า บริษัทกำลังดำเนิน "มาตรการป้องกันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้า แม้จะเห็นความคืบหน้าที่ดีในเรื่องที่ศาลและกรมศุลกากรและพิทักษ์พรมแดน (CBP) กำลังดำเนินการอยู่ก็ตาม"
ปมขัดแย้งทางกฎหมายและระบบที่ยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้พิพากษา ริชาร์ด อีตัน (Richard Eaton) แห่งศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นผู้พิจารณาคดีเหล่านี้ หลังจากศาลสูงสุดมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ว่าการที่ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจในกรณีฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษีนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลระบุว่ามีการเก็บภาษีที่ถูกโต้แย้งนี้ไปแล้วรวมประมาณ 1.66 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 5.8 ล้านล้านบาท)
คณะบริหารของทรัมป์เคยคัดค้านคำสั่งเดิมที่ให้คำนวณภาษีใหม่โดยอ้างว่าระบบปัจจุบันไม่สามารถรองรับได้ และขอเลื่อนเวลาเพื่อสร้างพอร์ทัลบนเว็บ (Web-based portal) สำหรับยกระดับกระบวนการคืนเงิน ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ระบุว่าระบบเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วประมาณ 70% โดยมีกำหนดรายงานความคืบหน้าครั้งถัดไปในวันพฤหัสบดีนี้
ทนายความแสดงความกังวลว่า กระบวนการของรัฐบาลอาจผลักภาระให้ผู้นำเข้าต้องติดตามการจ่ายคืนเงินเอง ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กอาจขาดทรัพยากรหรือความเชี่ยวชาญในการดำเนินการ นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ากระทรวงยุติธรรมจะท้าทายขอบเขตอำนาจของผู้พิพากษาอีตันหรือไม่ โดยเฉพาะความสามารถของศาลในการออกคำสั่งบรรเทาทุกข์แบบครอบคลุม (Universal relief) ให้กับทุกบริษัทโดยไม่คำนึงว่าบริษัทนั้นจะร่วมฟ้องคดีหรือไม่
“การยื่นฟ้องรายบุคคลเปรียบเสมือนการซื้อกรมธรรม์ประกันภัย” เจสสิก้า ริฟกิน (Jessica Rifkin) จาก OFW Law กล่าว “ด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่เป็นเดิมพัน หากคุณสามารถจ่ายไหว จงใช้ทุกช่องทางกฎหมายที่มี”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-18/tariff-refund-lawsuits-surge-amid-uncertainty-about-us-plans?srnd=homepage-americas