.
ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย พยายามลดความตึงเครียด ขณะที่สหรัฐอเมริกาส่งกำลังทหารเพิ่มเติม
30-3-2026
กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานเปิดเผยว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน ซาอุดิ อาราเบีย ตุรกี และอิยิปต์ได้พบปะกันที่กรุงอิสลามาบัดเพื่อเจรจาสันติภาพ โดยทั้งสี่ประเทศกำลังก้าวขึ้นมาเป็นตัวกลางระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรของอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ระบุว่ากองกำลังของประเทศ “กำลังรอคอย” ทหารอเมริกัน พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐ “กำลังวางแผนบุกภาคพื้นดินอย่างลับ ๆ” ในขณะที่พูดถึงการเจรจา
กองบัญชาการกลางของสหรัฐ ระบุเมื่อวานนี้ว่า เรือสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส ทริโปลี ซึ่งบรรทุกกำลังพลสหรัฐอเมริกา 3,500 นาย ได้เดินทางถึงภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว
สงครามตลอดหนึ่งเดือนแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ของการโจมตีอิหร่าน
พัฒนาการล่าสุดมีดังนี้:
กองทัพของอิสราเอล ระบุว่าพร้อมสำหรับ “สงครามหลายแนวรบ” หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเข้าร่วมความขัดแย้งด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล
มีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดในกรุงเตหะราน ท่ามกลางการโจมตีอย่างหนัก ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ขู่ว่าจะโจมตีมหาวิทยาลัยในสหรัฐและอิสราเอล เพื่อตอบโต้การโจมตีสถาบันการศึกษาในอิหร่าน มีรายงานการประท้วงต่อต้านสงครามในกรุงเทลอาวีฟ และเมืองต่าง ๆ ทั่วสหรัฐ และยุโรป ขณะที่ในเลบานอน ประชาชนรวมตัวกันในกรุงเบรุต หลังนักข่าวสามคนเสียชีวิตจากสิ่งที่ถูกระบุว่าเป็นการโจมตีแบบมุ่งเป้าโดยอิสราเอล
ที่มา RT
---------------------------------
ปากีสถานเปิดเวที 4 ชาติ ตุรกี–ซาอุฯ–อียิปต์–ปากีฯ ประสานท่าทีภูมิภาค–ถ่ายทอดข้อเรียกร้องสหรัฐฯ–อิหร่าน ปูทาง “รูบิโอ–อารัคชี” เจรจาโดยตรง ก่อนชี้ชะตาใน 72 ชั่วโมง
30-3-2026
Al Jazeera รายงานว่า กรุงอิสลามาบัด (Islamabad) ของปากีสถานกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของความพยายามทางการทูตครั้งสำคัญ เพื่อผลักดันให้สหรัฐฯ (US) และอิหร่าน (Iran) หันมาพูดคุยกันโดยตรง ท่ามกลางสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอล (Israel) ทำต่ออิหร่านซึ่งยังไม่มีทีท่าจะหยุดยิง ทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีทางอากาศตอบโต้กันต่อเนื่อง แม้ความเคลื่อนไหวเชิงทูตจะเริ่มเดินหน้าเร็วกว่าช่วงใดนับตั้งแต่ความขัดแย้งยืดเยื้อกระทบประเทศรอบข้างและเศรษฐกิจโลกตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล (US-Israel) กับประเทศอิหร่าน (Iran) ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก และการโจมตีจากทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางการทูตกำลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านและเขย่าเศรษฐกิจโลกมานานนับเดือน
การปรึกษาหารือเป็นเวลาสองวันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากตุรกี (Turkiye), ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia), อียิปต์ (Egypt) และปากีสถาน (Pakistan) เริ่มต้นขึ้น ณ กรุงอิสลามาบัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเมืองหลวงแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของเส้นทางการทูตที่กำลังก่อตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่นิยามว่าเป็นความพยายามระดับภูมิภาคที่มีการประสานงานกันมากที่สุด เพื่อผลักดันให้สหรัฐฯ และอิหร่านเข้าสู่การเจรจาโดยตรง
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ (Shehbaz Sharif) ของปากีสถาน ได้หารือทางโทรศัพท์นาน 90 นาทีกับ นายมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ประธานาธิบดีอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการสนทนาครั้งที่สองในรอบ 5 วัน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า การหารือเน้นไปที่การลดระดับความรุนแรงและสิ่งที่เตหะรานเรียกว่าเป็น "ส่วนผสมที่ขาดหายไป" ในการเจรจาทุกครั้งที่ผ่านมา นั่นคือ "ความเชื่อมั่น"
ประธานาธิบดีเปเซชเคียนกล่าวกับนายชารีฟว่า อิหร่านถูกโจมตีถึงสองครั้งในระหว่างการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ และชี้ว่าความย้อนแย้งระหว่าง "การเจรจาในมือหนึ่ง กับการโจมตีในอีกมือหนึ่ง" ได้เพิ่มความคลางแคลงใจของอิหร่านต่อเจตนารมณ์ของวอชิงตัน โดยเขาเน้นย้ำว่าจำเป็นต้องมีมาตรการสร้างความเชื่อมั่นก่อนที่เตหะรานจะพิจารณาการเจรจาโดยตรง
กลไก 4 ชาติ (The Quad)
การประชุมที่อิสลามาบัดไม่ใช่เหตุการณ์ที่จัดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นวิวัฒนาการของกลไกที่เริ่มหารือกันในการรวมตัวของกลุ่มประเทศมุสลิมและอาหรับที่กรุงริยาด (Riyadh) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเส้นทางการทูตของ 4 ประเทศ โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ
เดิมทีการประชุมนี้กำหนดจัดขึ้นที่กรุงอังการา (Ankara) ของตุรกี แต่ได้ย้ายมายังอิสลามาบัดเนื่องจากบทบาทที่เพิ่มขึ้นของปากีสถานในการส่งต่อสารระหว่างวอชิงตันและเตหะราน ขณะเดียวกัน ประเทศจีน (China) ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนความพยายามในการเป็นคนกลางของปากีสถาน และสนับสนุนให้อิหร่านเข้าสู่กระบวนการทางการทูต ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามหาอำนาจโลกเริ่มหันมาสนับสนุนโครงการริเริ่มระดับภูมิภาคนี้
โอกาสในการเจรจาโดยตรง
นักการทูตระบุว่า การประชุม 4 ชาติไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างข้อตกลงหยุดยิงในทันที แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับตำแหน่งของแต่ละประเทศในภูมิภาคให้สอดคล้องกัน และเตรียมพื้นฐานสำหรับการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่อาจเกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าหากการติดต่อในปัจจุบันยังดำเนินต่อไป การเจรจาระหว่าง นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และ นายอับบาส อารัคชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยมีความเป็นไปได้ที่จะจัดขึ้นในปากีสถาน
นอกจากนี้ ชื่อของ นายเจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่อาจร่วมเจรจากับฝ่ายอิหร่าน อย่างไรก็ตาม กรอบเวลายังคงมีเงื่อนไข โดยนักการทูตรายหนึ่งกล่าวกับ Al Jazeera ว่า การประชุมดังกล่าวอาจกำหนดให้วอชิงตันต้องประกาศ "ยุติการโจมตีชั่วคราว" เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเตหะรานเรื่องมาตรการสร้างความเชื่อมั่น
ข้อเรียกร้องของเตหะราน
ความต้องการของอิหร่านรวมถึงการยุติความเป็นศัตรู, การชดเชยค่าเสียหาย, การรับประกันว่าจะไม่มีการโจมตีในอนาคต และการยอมรับในอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งปากีสถานมองว่าการเจรจาใด ๆ จะต้องเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศของความเคารพซึ่งกันและกัน และยุติการสังหารเจ้าหน้าที่และพลเรือนชาวอิหร่าน
ข้อจำกัดและก้าวต่อไป
การพูดคุยในอิสลามาบัดยังไม่รวมเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ หรืออิหร่าน และไม่ใช่การเจรจาต่อรอง แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างเกราะป้องกันทางการเมืองให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเข้าสู่การเจรจาได้โดยไม่ดูเหมือนเป็นการยอมจำนน เจ้าหน้าที่กล่าวว่า 48 ถึง 72 ชั่วโมงข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนดว่าการผลักดันทางการทูตนี้จะส่งผลให้เกิดการประชุมหรือไม่
ในขณะนี้ ศูนย์กลางของการพยายามยุติสงครามได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวงของปากีสถานแล้ว และหากความพยายามนี้พังทลายลงภายใต้น้ำหนักของความไม่ไว้วางใจและการสู้รบที่ยังดำเนินอยู่ สงครามระดับภูมิภาคก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นสิ่งที่ใหญ่หลวงกว่านั้นมาก
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.aljazeera.com/news/2026/3/29/pakistan-hosts-four-nation-bid-to-encourage-us-iran-towards-diplomacy