ยูเครนรุกคืบการทูตอ่าวเปอร์เซีย
ยูเครนรุกคืบการทูตอ่าวเปอร์เซีย ดันไอเดียแลก “โดรนสกัดกั้น” กับขีปนาวุธ Patriot เสริมเกราะต้านรัสเซีย–อิหร่าน
31-3-2026
The Telegraph รายงานว่า ท่ามกลางสถานการณ์สงครามโดรนที่ขยายตัวออกนอกพรมแดนยูเครน ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ผู้นำยูเครน แสดงความหวังว่าความสัมพันธ์ทางการทูตกับพันธมิตรในตะวันออกกลางจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการสนับสนุนทางทหารที่สำคัญเพื่อตอบแทนความเชี่ยวชาญด้านยุทธวิธี
แม้ในคืนที่ดูสงบ หน่วยป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนต้องเผชิญกับโดรนของรัสเซียอย่างน้อย 100 ลำที่มุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และบ่อยครั้งที่จำนวนเป้าหมายจะพุ่งสูงขึ้นเป็นสองเท่า สามเท่า หรือสี่เท่า โดยมีการผสมผสานขีปนาวุธร่อนและขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missiles) เข้ามาด้วย ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา ยูเครนถูกมองว่าเป็นเพียงประเทศเดียวที่ต้องเผชิญกับอาวุธพิสัยไกลอันตรายเหล่านี้ แต่ในปัจจุบัน มีประเทศมากกว่าสิบแห่งที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีด้วยโดรนจากประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ (US) และอิสราเอล (Israel)
จากโอกาสดังกล่าว ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้รุดให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลในตะวันออกกลางและ นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โดยเสนอคำแนะนำด้านการทำสงครามต่อต้านโดรน ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้นำยูเครนได้เดินทางเยือนประเทศกาตาร์ (Qatar) เพื่อลงนามในข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งรัฐบาลโดฮา (Doha) ระบุว่า "รวมถึงความร่วมมือในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาการลงทุนร่วมกัน และการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในการต่อต้านขีปนาวุธและระบบอากาศยานไร้คนขับ"
แม้จะต้องรับมือกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องในบ้านเกิด แต่ผู้นำยูเครนได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญราว 200 นาย เดินทางไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia), กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และคูเวต (Kuwait) เพื่อแบ่งปันยุทธศาสตร์และเทคนิคในการจัดการกับโดรน เนื่องจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศเหล่านี้ดูเหมือนจะยังไม่พร้อมรับมือกับโดรนตระกูล Shahed ของอิหร่าน โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อิหร่านอ้างว่าได้โจมตีคลังเก็บระบบต่อต้านโดรนของยูเครนใน UAE ซึ่งทางกรุงเคียฟ (Kyiv) ได้ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวว่าเป็น "ความเท็จ" อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของสงครามที่ขยายวงกว้างขึ้นเมื่อยูเครนผนึกกำลังกับพันธมิตรในอ่าวอาหรับเพื่อป้องกันโดรน Shahed
โดรนโจมตีแบบเที่ยวเดียวของกรุงเตหะราน (Tehran) เป็นอาวุธราคาถูกที่มักประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่หาซื้อได้ทั่วไปเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร รุ่นที่แพร่หลายที่สุดคือ Shahed-136 ซึ่งขนส่งง่ายและยิงจากแท่นบนรถบรรทุก ตัวเครื่องมีความกว้างกว่า 8 ฟุต ยาว 12 ฟุต บินด้วยความเร็วประมาณ 115 ไมล์ต่อชั่วโมง มีพิสัยทำการประมาณ 1,500 ไมล์ นำทางด้วย GPS และติดตั้งหัวรบขนาด 40 กิโลกรัม แม้จะมีลักษณะคล้ายขีปนาวุธร่อนขั้นพื้นฐาน แต่มีราคาประหยัดอย่างมาก โดยคาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 30,000 ถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 24,000 - 40,000 ปอนด์)
เจ้าหน้าที่ยูเครนเชื่อว่า ในช่วงวันแรก ๆ ของความขัดแย้ง ประเทศในอ่าวอาหรับต้องใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบ Patriot ซึ่งมีราคาสูงกว่าโดรน Shahed ถึง 20 เท่าในการยิงสกัด ซึ่งยูเครนไม่มีทรัพยากรมากพอจะทำเช่นนั้น โดยขีปนาวุธสกัดกั้นแต่ละลูกที่มีมูลค่าราว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะถูกสงวนไว้ใช้จัดการกับขีปนาวุธนำวิถีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ยูเครนจึงได้พัฒนาระบบใหม่ที่มีความคุ้มค่าในการตรวจจับและยิงโดรน Shahed ที่รัสเซียปล่อยออกมา โดยใช้เซ็นเซอร์เสียงกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศเพื่อสแกนท้องฟ้าหาเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ และส่งข้อมูลตำแหน่งไปยังระบบส่วนกลาง
นวัตกรรมที่สำคัญที่สุดคือการแทนที่ขีปนาวุธราคาแพงด้วย "โดรนสกัดกั้นราคาถูก" แหล่งข่าวระบุกับ เดอะ เทเลกราฟ (The Telegraph) ว่าประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคอ่าวอาหรับแสดงความสนใจที่จะสั่งซื้อระบบต่อต้านโดรนของยูเครน หนึ่งในบริษัทหลักคือ SkyFall ผู้ผลิตโดรนราคาถูกรายใหญ่ให้กับกองทัพยูเครน ซึ่งระบุว่าพร้อมส่งออกไปยังตะวันออกกลางทันทีที่ได้รับสัญญาณไฟเขียวจากรัฐบาล โดยโดรนสกัดกั้นรุ่น P1-Sun ของบริษัทสามารถยิงโดรนตระกูล Shahed ตกไปแล้วกว่า 1,500 ลำ และ UAV อื่น ๆ อีก 1,000 ลำ ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่เริ่มใช้งาน โดยมีต้นทุนเพียง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อลำเท่านั้น
โดรน P1-Sun เป็นแบบควอดคอปเตอร์ (Quadcopter) บรรทุกน้ำหนักได้ 800 กรัม ทำความเร็วได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดตั้งกล้องมองกลางคืนและชิปประมวลผล AI ช่วยในการล็อกเป้าหมาย โดยมีอัตราความสำเร็จสูงถึงร้อยละ 88 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95-100 ในช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย ตัวแทนของ SkyFall ระบุว่าสามารถส่งออกโดรนรุ่นนี้ไปยังตะวันออกกลางได้ทันที 5,000 ถึง 10,000 ลำ หากมีการบรรลุข้อตกลงโดยไม่กระทบต่ออุปทานภายในประเทศ
ข้อตกลงของประธานาธิบดีเซเลนสกีในอ่าวเปอร์เซียถือเป็นข้อตกลงส่งออกระหว่างประเทศครั้งแรกสำหรับโดรนสกัดกั้นที่ผลิตเองในยูเครน รวมถึงองค์ความรู้ (Know-how) ในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้นำยูเครนระบุในระหว่างการเยือนซาอุดีอาระเบียว่า "เราพร้อมที่จะแบ่งปันความเชี่ยวชาญและระบบของเรากับซาอุดีอาระเบีย ยูเครนกำลังต่อต้านการโจมตีจากผู้ก่อการร้ายในลักษณะเดียวกันกับที่ระบอบการปกครองของอิหร่านกำลังดำเนินการในตะวันออกกลางและอ่าวอาหรับในขณะนี้" นอกจากนี้เขายังเสริมว่าซาอุดีอาระเบียมีขีดความสามารถที่ยูเครนสนใจ ซึ่งความร่วมมือนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
แม้จะไม่มีการระบุรายละเอียดชัดเจน แต่ก่อนหน้านี้ผู้นำยูเครนเคยเสนอแนวคิดในการแลกเปลี่ยนโดรนสกัดกั้นกับขีปนาวุธ Patriot โดยเมื่อเดือนมกราคม ซาอุดีอาระเบียได้สั่งซื้อขีปนาวุธสกัดกั้นขั้นสูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากสหรัฐฯ จำนวน 730 ลูก ในข้อตกลงมูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งขีปนาวุธเหล่านี้คือเป้าหมายที่ยูเครนต้องการผ่านข้อตกลงแลกเปลี่ยน
นอกจากความร่วมมือทางทหาร ประธานาธิบดีเซเลนสกียังอาจแสวงหาความช่วยเหลือจากริยาด (Riyadh) ในด้านการเจรจาสันติภาพ เนื่องจากความพยายามที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลางมาถึงทางตัน เพราะ นายวลาดีเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ปฏิเสธที่จะละทิ้งข้อเรียกร้องในการยึดครองดินแดนส่วนใหญ่ของยูเครน ในขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่รักษาความเป็นกลางมาโดยตลอดอาจมีบทบาทในการโน้มน้าวให้รัสเซียผ่อนปรนข้อเรียกร้องลง ซึ่งผู้นำยูเครนเชื่อว่าหากกลุ่มประเทศเหล่านี้สามารถช่วยสื่อสารกับรัสเซียให้เกิดการหยุดยิง ยูเครนก็พร้อมที่จะช่วยปกป้องตะวันออกกลางให้ปลอดภัยเช่นกัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/03/29/zelensky-needs-patriot-missiles-answer-in-gulf/