ส่อเค้าเตรียมทำสงคราม? จีนจับตาใกล้ชิด!
ส่อเค้าเตรียมทำสงคราม? จีนจับตาใกล้ชิด! หลังญี่ปุ่นปฏิรูปกองเรือยุทธศาสตร์ สถาปนากองเรือใหม่ รองรับปฏิบัติการ "เรือบรรทุกเครื่องบิน" หวั่นฟื้นคืนลัทธินิยมทหาร
31-3-2026
SCMP รายงานว่า การปฏิรูปโครงสร้างกองกำลังทางทะเลของประเทศญี่ปุ่น (Japan) สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติการในลักษณะกองเรือบรรทุกเครื่องบินกึ่งสมบูรณ์แบบ (quasi-carrier operations) และการเตรียมความพร้อมสำหรับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับรัฐบาลปักกิ่ง (Beijing) ตามการประเมินของนักวิเคราะห์ชาวจีน
สำนักข่าวเคียวโด (Kyodo News) รายงานว่า กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defence Force - JMSDF) ได้ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเร่งกระบวนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการของเรือรบ โดยสำนักข่าวระบุว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของญี่ปุ่นในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ท่ามกลางการแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นของประเทศจีน (China)
ภายใต้การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ กองกำลังคุ้มกันกองเรือ (Fleet Escort Force) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1961 และได้รับการยกย่องมาอย่างยาวนานว่าเป็นแกนหลักของกองเรือผิวน้ำของญี่ปุ่น ได้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ โดยกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล (JMSDF) ได้จัดตั้งกองกำลังเรือผิวน้ำ (Fleet Surface Force) ขึ้นมาใหม่ เพื่อทำหน้าที่สั่งการและควบคุมเรือผิวน้ำแบบรวมศูนย์
หัวใจสำคัญของการปรับโครงสร้างนี้ คือการควบรวมกองเรือคุ้มกัน 4 กองภายใต้ Fleet Escort Force เดิม เข้าเป็น 3 กลุ่มสงครามผิวน้ำ (Surface Warfare Groups) ภายใต้สังกัด Fleet Surface Force ใหม่
ฟู่ เฉียนเซ่า (Fu Qianshao) นักวิเคราะห์ทางทหารของจีน อธิบายว่าการจัดระเบียบองค์กรใหม่ครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่การเปลี่ยนชื่อ โดยเขาระบุว่า "นี่คือการตอบสนองเชิงโครงสร้างต่อบทบาทการปฏิบัติการที่ขยายตัวขึ้นของแพลตฟอร์มกึ่งเรือบรรทุกเครื่องบินของญี่ปุ่น"
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่นได้ทำการดัดแปลงเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้นอิซุโมะ (Izumo-class) จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ JS Izumo และเรือ JS Kaga ให้กลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินโดยพฤตินัย เพื่อให้สามารถรองรับการปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่ F-35B Lightning II ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีร่วม (Joint Strike Fighter) รุ่นที่สามารถขึ้นบินระยะสั้นและลงจอดแนวดิ่งได้
ญี่ปุ่นได้รับมอบเครื่องบิน F-35B จำนวน 3 เครื่องแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และเครื่องบินล่องหน (stealth aircraft) เหล่านี้จะถูกนำไปประจำการบนเรือ JS Izumo และ JS Kaga ที่ได้รับการดัดแปลงในท้ายที่สุด โดยสื่อหลายสำนักรายงานว่าเรือทั้งสองลำกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่เพื่อรองรับปฏิบัติการของ F-35B
เรือดาดฟ้าเรียบ (flat-tops) ทั้งสองลำนี้ จะกลายเป็นเรือรบของญี่ปุ่นชุดแรกที่สามารถปฏิบัติการทางเรือด้วยเครื่องบินปีกตรึง (fixed-wing carrier operations) นับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
"ไม่ว่าการเรียกขานอย่างเป็นทางการของเรือเหล่านี้จะเป็นอย่างไร แต่หน้าที่พื้นฐานของพวกมันได้กลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่สามารถรองรับการวางกำลังของเครื่องบิน F-35 ได้แล้ว" ฟู่ (Fu) กล่าว "ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ โครงสร้างกองเรือคุ้มกันแบบเดิมจึงล้าสมัย และทำให้มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนองค์กรใหม่"
ภายใต้โครงสร้างใหม่ เรือ JS Izumo และ JS Kaga จะทำหน้าที่เป็นเรือธง (flagships) สำหรับกลุ่มสงครามผิวน้ำที่ 1 (Surface Warfare Group 1) และกลุ่มสงครามผิวน้ำที่ 2 (Surface Warfare Group 2) ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มสงครามผิวน้ำที่ 3 (Surface Warfare Group 3) จะนำโดยเรือพิฆาตบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ JS Hyuga
นิตยสารออนไลน์ The Diplomat ได้รายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า การรวมเรือรบเข้าไว้ในรูปขบวนที่น้อยลงแต่มีขนาดใหญ่ขึ้น จะช่วยให้ผู้บังคับบัญชาสามารถบริหารจัดการกลุ่มยุทโธปกรณ์ที่กว้างขึ้น ส่งผลให้การจัดการด้านการซ่อมบำรุง การฝึกอบรม และการวางกำลังทหารสามารถทำได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นอกจากการรายงานของ The Diplomat ระบุว่านี่ไม่ใช่การลดขนาดกำลังพล แต่เป็นการออกแบบหน่วยบัญชาการใหม่ โดยแทนที่จะใช้กองเรือ 4 กองหมุนเวียนปฏิบัติงานในลักษณะกลุ่มกึ่งอิสระ กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่นได้วางรูปแบบให้มีรูปขบวนที่หนาแน่นขึ้นเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งมีขีดความสามารถในการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (task groups) ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ
การปรับปรุงกองกำลังทางทะเลครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการที่ญี่ปุ่นนำขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าประจำการ และการเพิ่มงบประมาณทางทหารทะลุ 9 ล้านล้านเยน (ราว 5.67 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับปีนี้ ในขณะที่ความสัมพันธ์กับประเทศจีนกำลังเผชิญกับความตึงเครียด
ความตึงเครียดดังกล่าวปะทุขึ้นรุนแรง หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ของญี่ปุ่น ได้ออกมากล่าวเสนอแนะเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า ญี่ปุ่นอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารในกรณีที่มีการโจมตีไต้หวัน (Taiwan) ซึ่งนำไปสู่การประท้วงอย่างรุนแรง ตลอดจนการตอบโต้ทางเศรษฐกิจและการทูตจากรัฐบาลปักกิ่ง
รัฐบาลปักกิ่งมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่ต้องรวมชาติเข้าด้วยกัน และพร้อมที่จะใช้กำลังทางทหารหากมีความจำเป็น
ประเทศส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกา (United States) และญี่ปุ่น ไม่ได้รับรองว่าไต้หวันเป็นรัฐเอกราช แต่รัฐบาลวอชิงตัน (Washington) คัดค้านความพยายามใดๆ ที่จะยึดเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้ด้วยกำลังทหาร และยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับไต้หวันต่อไป
ตามมุมมองของ ฟู่ (Fu) วัตถุประสงค์ของการปรับโครงสร้างใหม่ของญี่ปุ่น "มุ่งเป้าไปที่การต่อต้านจีนอย่างชัดเจน นี่เป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าพวกเขากำลังเตรียมการสำหรับสงครามแล้ว"
"จีนต้องดำรงความเฝ้าระวังต่อการฟื้นตัวของลัทธินิยมทหาร (militarism)" เขากล่าวเสริม
ทางด้าน หู ป๋อ (Hu Bo) ผู้อำนวยการ South China Sea Strategic Situation Probing Initiative ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า การปฏิรูปครั้งนี้ถือเป็นก้าวหนึ่งสู่การทำให้การทหารของญี่ปุ่นกลับสู่สภาวะปกติ (military normalisation) โดยมุ่งเน้นไปที่การรับมือและต่อต้านจีน
ในฐานะส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้าง กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล (JMSDF) ยังได้จัดตั้ง กลุ่มสงครามสะเทินน้ำสะเทินบกและทุ่นระเบิด (Amphibious and Mine Warfare Group) ขึ้นมาใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัด Fleet Surface Force เช่นกัน เพื่อทดแทนกองกำลังสงครามทุ่นระเบิด (Mine Warfare Force) เดิม
สำนักข่าวเคียวโด รายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มสะเทินน้ำสะเทินบกมีภารกิจในการทำงานร่วมกับหน่วยสะเทินน้ำสะเทินบกของกองกำลังป้องกันตนเองทางบก (Ground Self-Defence Force) และจะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องแนวหมู่เกาะนันเซ (Nansei) ของญี่ปุ่น ซึ่งทอดยาวจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะคิวชู (Kyushu) ไปทางไต้หวัน
ฟู่ (Fu) กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลปักกิ่งควรเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าญี่ปุ่นจะเสริมสร้างขีดความสามารถด้านสงครามทุ่นระเบิด โดยเฉพาะศักยภาพในการวางทุ่นระเบิด (minelaying capabilities) เพื่อขัดขวางเป้าหมายการรวมชาติกับไต้หวันของปักกิ่ง หรือเพื่อแทรกแซงการเดินทางของเรือรบสังกัดกองทัพปลดแอกประชาชน (People's Liberation Army - PLA) ที่แล่นผ่านน่านน้ำใกล้เคียงหรือไม่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/military/article/3347889/should-china-be-worried-about-japans-maritime-force-overhaul?module=top_story&pgtype=homepage