.
ทรัมป์ระงับการโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
8-4-2026
ประธานาธิบดี Donald Trump เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า เขาได้ตกลง ระงับแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เขาระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีเงื่อนไขว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต้องยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย
ประกาศดังกล่าวมีขึ้นไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนเส้นตายที่ทรัมป์ตั้งไว้ให้อิหร่านต้องยอมทำข้อตกลง รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะเผชิญการโจมตีครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
ทรัมป์ระบุว่า การตัดสินใจนี้เกิดขึ้น “จากการหารือกับ” Shehbaz Sharif และ Asim Munir แห่งปากีสถาน พร้อมประกาศว่า “นี่จะเป็นการหยุดยิงแบบสองฝ่าย” ภายหลังการประกาศ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมากถึง 16% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทันที
เส้นตายเวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์ตั้งไว้ตั้งแต่วันอาทิตย์ หลังโพสต์ข้อความแข็งกร้าวให้อิหร่าน “เปิดช่องแคบ” ได้สร้างความตื่นตระหนกทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก ในเช้าวันอังคาร ทรัมป์ยกระดับถ้อยคำอย่างรุนแรง โดยโพสต์ว่า “อารยธรรมทั้งอารยธรรมอาจถูกทำลายในคืนนี้ และจะไม่สามารถกลับมาได้อีก”
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีปากีสถานได้ขอให้ทรัมป์ขยายเส้นตายออกไป 2 สัปดาห์ พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบชั่วคราว “เพื่อแสดงเจตนาดี” เขายังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หยุดยิงทั่วทุกแนวรบเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้การเจรจาทางการทูตนำไปสู่การยุติสงครามอย่างถาวร เพื่อประโยชน์ของสันติภาพและเสถียรภาพในระยะยาวของภูมิภาค
ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างอ้างว่าพัฒนาการครั้งนี้เป็นชัยชนะของตน
ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจระงับการโจมตีเพราะ “เราได้บรรลุและเกินเป้าหมายทางทหารทั้งหมดแล้ว และอยู่ในขั้นตอนใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาวกับอิหร่านและในตะวันออกกลาง” เขายังระบุว่า สหรัฐฯ ได้รับข้อเสนอ 10 ข้อจากอิหร่าน และเชื่อว่าเป็น “พื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้”
“แทบทุกประเด็นขัดแย้งในอดีตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้รับการตกลงแล้ว แต่ช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้จะช่วยให้ข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์และมีผลบังคับใช้” ทรัมป์กล่าว
สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานในช่วงค่ำวันอังคาร โดยอ้างแถลงการณ์จากสำนักงานเลขาธิการของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ระบุว่า
“ฝ่ายอเมริกัน แม้จะมีการข่มขู่ในที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ได้ยอมรับหลักการเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการเจรจา และได้ยอมจำนนต่อเจตจำนงของประชาชนอิหร่าน”
แถลงการณ์ยังระบุเพิ่มเติมว่า “หากการยอมจำนนของฝ่ายศัตรูในสนามรบสามารถแปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะทางการเมืองที่เด็ดขาดในการเจรจาได้ เราจะร่วมกันเฉลิมฉลองชัยชนะทางประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เราจะต่อสู้เคียงข้างกันต่อไปในสนามรบ จนกว่าข้อเรียกร้องทั้งหมดของประชาชนอิหร่านจะบรรลุผล”
ที่มา CNBC
-------------------------------------------
อิหร่านประกาศ “ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์” เหนือสหรัฐฯ ระบุฝ่ายตรงข้ามถูกบีบให้ยอมรับข้อเสนอของตน
8-4-2026
อิหร่านประกาศชัยชนะ “ครั้งประวัติศาสตร์และเด็ดขาด” เหนือสหรัฐฯ และอิสราเอล หลังสงครามยาวนาน 40 วัน โดยระบุว่าวอชิงตันจำต้องยอมรับข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการหยุดยิงถาวร การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด และการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค
ในแถลงการณ์ที่ส่งถึง “ประชาชนชาวอิหร่านผู้ทรงเกียรติ ยิ่งใหญ่ และกล้าหาญ” สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านระบุว่า ฝ่ายตรงข้ามประสบความพ่ายแพ้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนนต่อเจตจำนงของประชาชนอิหร่านและกลุ่ม “แกนต่อต้าน”
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในวันที่ 40 ของสงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากเหตุลอบสังหารผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และผู้บัญชาการระดับสูง
แถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ยอมรับข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่าน ซึ่งมีสาระสำคัญ ได้แก่
ไม่รุกรานอิหร่าน
ยอมรับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน
ยอมรับสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ยุติมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและคณะกรรมการ IAEA ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอิหร่าน
ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค
ยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน
“อิหร่านได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ และบังคับให้อเมริกาซึ่งเป็นฝ่ายอาชญากรต้องยอมรับข้อเสนอของเรา” แถลงการณ์ระบุ
สภาความมั่นคงฯ ยังกล่าวว่า ตลอด 40 วันที่ผ่านมาเป็นหนึ่งใน “การสู้รบที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์” โดยอิหร่านและพันธมิตรในเลบานอน อิรัก เยเมน และปาเลสไตน์ สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้าม
แถลงการณ์อ้างว่า โครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคถูกโจมตีอย่างหนัก และ “เกือบถูกทำลายทั้งหมด” ขณะที่ในดินแดนที่ถูกยึดครอง กลุ่มต่อต้านได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อกองกำลังและทรัพยากรของฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ ยังระบุว่าสหรัฐฯ เริ่มตระหนักตั้งแต่ช่วง 10 วันแรกของสงครามว่าไม่สามารถเอาชนะได้ และได้พยายามติดต่ออิหร่านผ่านหลายช่องทางเพื่อขอหยุดยิง
แม้จะประกาศชัยชนะ แต่อิหร่านยังเรียกร้องให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่คงความระมัดระวัง “เราขอแสดงความยินดีกับประชาชนอิหร่านทุกคนต่อชัยชนะครั้งนี้ และขอเน้นย้ำว่าจนกว่ารายละเอียดของชัยชนะจะแล้วเสร็จ ยังจำเป็นต้องมีความเข้มแข็ง ความรอบคอบ และความเป็นเอกภาพของประชาชนต่อไป”
แถลงการณ์ของอิหร่านมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเขาได้ตกลง ระงับการทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขว่าเตหะรานต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะ “ระงับการทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์” ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็น “การหยุดยิงแบบสองฝ่าย” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุชัดว่า การระงับดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต้องยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร เขาได้เตือนว่า “อารยธรรมทั้งอารยธรรมอาจถูกทำลายในคืนนี้” หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง ซึ่งเป็นถ้อยคำเชิงสงครามที่รุนแรงและจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลก
หลายฝ่ายประณามคำกล่าวดังกล่าวว่าเข้าข่ายแนวคิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอาจถือเป็นอาชญากรรมสงครามที่ร้ายแรง
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเรียกคำขู่นี้ว่า “ไม่อาจยอมรับได้อย่างยิ่ง” ขณะที่สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ หลายคนวิจารณ์ถ้อยคำของทรัมป์ว่า “ชั่วร้ายอย่างแท้จริง” และมีเสียงเรียกร้องให้ใช้ บทแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25 เพื่อถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก ถูกอิหร่านปิดกั้นโดยพฤตินัย นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
เจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันอย่างชัดเจนว่า ช่องแคบยุทธศาสตร์แห่งนี้จะไม่ถูกเปิดอีกครั้ง จนกว่าข้อเรียกร้องของอิหร่านจะได้รับการตอบสนอง ซึ่งรวมถึงการยุติการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างถาวร
ที่มา Press TV